
ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต: ทุ่ม 1,200 ล้านบาท พลิกโฉมครั้งใหญ่ สู่แลนด์มาร์กมิกซ์ยูสแห่งใหม่ใจกลางเมืองเชียงใหม่
เชียงใหม่, ประเทศไทย – 22 ธันวาคม 2568 – ในยุคที่การท่องเที่ยวไทยกำลังก้าวสู่ศักราชใหม่ด้วยศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ผู้นำด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อความยั่งยืนของไทย ได้ประกาศการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์กว่า 1,200 ล้านบาท เพื่อยกระดับและพลิกโฉม ‘ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ ให้กลายเป็นศูนย์กลางมิกซ์ยูสที่ทันสมัยและครบวงจรที่สุดแห่งใหม่ของเมืองเชียงใหม่ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงครั้งสำคัญที่สุดในรอบ 30 ปีของการดำเนินงาน มีเป้าหมายเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของเชียงใหม่ในฐานะเมืองแห่งโอกาสและการเติบโตในระดับโลก
ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Reimagining Lanna’ การพัฒนาครั้งนี้จะเนรมิตพื้นที่กว่า 173,000 ตารางเมตร ให้กลายเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ผสมผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมล้านนาเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว โดยจะรวบรวมแบรนด์ชั้นนำกว่า 350 แบรนด์ ทั้งในระดับโลกและท้องถิ่นมาไว้ในที่เดียว ไฮไลท์สำคัญคือการขยายพื้นที่ ‘กาดหลวง’ ตลาดท้องถิ่นเสมือนจริง ให้ใหญ่ขึ้นกว่า 3 เท่า เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ศูนย์การค้าแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นจุดหมายปลายทางของการช้อปปิ้งและรับประทานอาหาร แต่ยังจะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่ครบวงจร (Tourist Hub) ที่มีบริการ Shuttle Bus รับ-ส่งสนามบิน, พื้นที่กิจกรรมสำหรับทุกวัย (Multi-Generation Space) และเปิดตัว GO Wholesale สาขาแรกของภาคเหนือ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ CPN ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในหัวเมืองสำคัญของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนการพัฒนาครั้งยิ่งใหญ่นี้ว่า “วิสัยทัศน์ของเซ็นทรัลพัฒนา คือการเชื่อมั่นว่าประเทศไทยไม่ได้มีเพียงแค่กรุงเทพฯ เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสในหัวเมืองสำคัญ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน การมีศูนย์การค้า 2 แห่งในเชียงใหม่ คือ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต และเซ็นทรัล เชียงใหม่ เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์สำคัญที่เติมเต็มทั้งฝั่งเมืองเก่าและเมืองใหม่ สร้างพลังในการจับจ่ายใช้สอย (Cross Spending Power) และสนับสนุนการเติบโตของเมืองในทุกมิติ”
รากฐานที่แข็งแกร่ง: 30 ปี แห่งการเติบโตเคียงคู่เชียงใหม่
เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ตั้งตระหง่านอยู่คู่เมืองเชียงใหม่มากว่า 30 ปี ด้วยทำเลที่ตั้งอันยอดเยี่ยมทางทิศใต้ ใกล้ใจกลางเมือง แวดล้อมด้วยย่านธุรกิจสำคัญ โรงพยาบาล โครงการที่พักอาศัยกว่า 150 แห่ง รวมถึงสถาบันการศึกษา และเพียง 3 นาทีจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ ทำให้เป็นศูนย์กลางการจับจ่ายที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ การตั้งอยู่ใกล้กับอำเภอหางดงและสารภี ซึ่งเป็นแหล่งรวมงานคราฟต์และวัฒนธรรมท้องถิ่น (Local Touch) ยังเป็นการสะท้อนถึงการเติบโตของเมืองเชียงใหม่ที่ขยายตัวออกสู่พื้นที่รอบนอกอย่างต่อเนื่อง จากศูนย์กลางสู่ย่านชุมชนที่มากด้วยเสน่ห์และความซับซ้อนทางเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์
การทรานส์ฟอร์มเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จึงเป็นการตอบสนองต่อความต้องการใหม่ๆ ของเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป และยกระดับสู่การเป็นแลนด์มาร์กมิกซ์ยูสแห่งใหม่ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้อย่างมีนัยสำคัญ ในปี 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์การค้าแห่งนี้มีปริมาณผู้ใช้บริการกว่า 13 ล้านคนต่อปี หรือเฉลี่ย 38,000 คนต่อวัน และคาดการณ์ว่าในปี 2569 ปริมาณผู้ใช้บริการจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 42,000 คนต่อวัน ขณะที่เซ็นทรัล เชียงใหม่ ยังคงทำหน้าที่รองรับการขยายตัวของเมืองทางฝั่งเหนือได้อย่างดีเยี่ยม
เป้าหมายชัดเจน: ชูศักยภาพเชียงใหม่สู่เวทีโลก
สำหรับแผนธุรกิจในปี 2569 เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ได้ตั้งเป้าหมายกลุ่มเป้าหมาย โดยแบ่งเป็นคนไทย 70% และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30% โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะเข้ามาใช้บริการ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, จีน, ฮ่องกง, เกาหลี และสิงคโปร์ ตามลำดับ
ข้อมูลพื้นฐานของเชียงใหม่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันแข็งแกร่ง ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคเหนือ ด้วยขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีประชากรในพื้นที่รับผิดชอบ (Catchment Area) กว่า 1.8 ล้านคน จากข้อมูลสำนักงานคลังจังหวัดเชียงใหม่ (มีนาคม 2568) พบว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) สูงถึง 265,000 บาท และผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัว (GPP Per Capita) ที่ 150,000 บาท ซึ่งถือเป็นอันดับที่ 3 ของภาคเหนือ และอันดับที่ 12 ของประเทศ
เชียงใหม่ยังเป็นที่รู้จักในระดับโลกในฐานะเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ โดยในปี 2568 ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย โดย Travel + Leisure ซึ่งตอกย้ำถึงศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดปี 2568 (มกราคม-ตุลาคม) เชียงใหม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเกือบ 10 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 87,000 ล้านบาท โดยประเทศที่นิยมมาเยือนเชียงใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน, เกาหลี, ไต้หวัน, สหรัฐอเมริกา และมาเลเซีย
ยุคแห่งการเติบโตใหม่: ‘A New Growth Cycle’ ของเชียงใหม่
แนวโน้มของเชียงใหม่กำลังก้าวเข้าสู่ ‘A New Growth Cycle’ ยุคแห่งการเติบโตในทุกมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในปี 2569 สนามบินนานาชาติเชียงใหม่มีแผนขยายอาคารผู้โดยสารเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว 16 ล้านคน และจะทำการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิมให้แล้วเสร็จในปี 2576 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 20-25 ล้านคนต่อปี
นอกจากนี้ เชียงใหม่ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสำหรับกลุ่ม Digital Nomad ซึ่งติดอันดับ 3 ของโลก ด้วยจำนวนกว่า 30,000 คนต่อปี รวมถึงกลุ่ม Expat (ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย) ที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยในเชียงใหม่มากถึง 90,000 คน และยังเป็นเมืองโปรดของกลุ่ม Retiree Expats กว่า 3,500 คน ซึ่งกระจายตัวอยู่ในโซนเมืองชั้นในและชั้นกลาง อาทิ อำเภอหางดง, อำเภอแม่ริม และอำเภอสันทราย การมีโรงเรียนนานาชาติมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ยิ่งตอกย้ำถึงความพร้อมของเชียงใหม่ในการเป็นศูนย์กลางระดับนานาชาติ
3 แกนหลักในการพลิกโฉม: ‘The City’s New Signature Landmark’
การรีโนเวตครั้งใหญ่ของเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ของเมือง และยกระดับให้เป็น ‘The City’s New Signature Landmark’ นำเสนอผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ดังนี้
การออกแบบใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Reimagining Lanna’: การนำอัตลักษณ์ของล้านนามาตีความใหม่ในสไตล์ Modern ร่วมสมัย เพื่อบอกเล่าเรื่องราว เชื่อมโยงเมืองเชียงใหม่อย่างมีชีวิตชีวา ถ่ายทอดความภาคภูมิใจให้แก่คนท้องถิ่น และสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลกตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเยือน การออกแบบภายในและภายนอกจะสะท้อนถึงเอกลักษณ์นี้อย่างชัดเจน โซนไฮไลท์คือ ‘กาดหลวง’ ตลาดท้องถิ่นในร่ม (Indoor Local Market) ที่ขยายใหญ่ขึ้นกว่า 3 เท่า รวบรวมร้านอาหารระดับ Michelin Guide อาทิ โกยีข้าวมันไก่, คั่วไก่นิมมาน, ข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม, ก๋วยเตี๋ยวอัญชัน พร้อมด้วยอาหารท้องถิ่น (Local Food), ของฝาก Best of North และ Northern Village ที่รวมงานคราฟต์กว่า 100 ร้านค้า โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ และปักหมุดให้เป็น Must-Visit Tourist Destination ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่
แหล่งรวม 350 แบรนด์ดังระดับโลกและท้องถิ่น: ศูนย์การค้าจะกลายเป็นแหล่งรวมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์, อาหาร, สินค้าเฉพาะทาง, ความงาม, เทคโนโลยี และบริการทางการเงิน ที่ครบครันเพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว แบรนด์ที่น่าสนใจ อาทิ MUJI Flagship Store ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ, CHAGEE แบรนด์ชาจีนระดับพรีเมียม, HarborLand สนามเด็กเล่นในร่มมาตรฐานระดับโลก สำหรับร้านอาหาร จะมี Sushiro ร้านซูชิสายพานจากญี่ปุ่น, ฉันทรส ร้านอาหารไทยในเครือแบรนด์เอกฉันท์ระดับ Michelin Guide และเตรียมพบกับ เสน่ห์ไทยคูซีน ร้านอาหารฮาลาล Michelin อันโด่งดังในปี 2569 นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ยอดนิยมอื่นๆ เช่น Bear House, Boost Juice, Gaga, Koi The’, MIXUE, Naisnow และ Potato Corner
ในส่วนของแฟชั่นและกีฬา จะมี Uniqlo, แบรนด์กีฬาระดับโลกบนพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น Adidas, Nike, PUMA และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย อาทิ Charles & Keith, Crocs, Gentlewoman, Skechers, Pomelo รวมถึงแบรนด์ในโซน Showcase อย่าง Mitr และ With.it สำหรับกลุ่มความงาม พบกับ BEAUTRIUM และ JUNG SAEM MOOL และสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ จะมี Hug Thai, Hug Craft และ Good Goods
ยิ่งไปกว่านั้น การผนึกกำลังธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัลอย่างครบวงจร ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, Tops Food Hall, Supersports โฉมใหม่, Power Buy และ B2S จะยิ่งเพิ่มความสมบูรณ์แบบให้กับประสบการณ์การช้อปปิ้ง
A Year-Round, All-Weather Tourism Destination: ศูนย์การค้าจะชูอัตลักษณ์ของเชียงใหม่สู่เวทีโลก ผ่านเทศกาลและกิจกรรมตลอดทั้งปี สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมและอีเวนต์ที่เชื่อมโยงเชียงใหม่เข้ากับเวทีระดับโลก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ตัวอย่างกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ ‘Thai Local Pride Christmas Tree’ ต้นคริสต์มาสจักสานร่วมสมัยที่สืบสานหัตถศิลป์ล้านนา สูงกว่า 15 เมตร ในคอนเซ็ปต์ ‘Weaving the Future, Embracing the Origin’ สร้างสรรค์ร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ VASSANA แบรนด์จักสานไม้ไผ่ท้องถิ่นชื่อดัง
เทศกาลสงกรานต์อันยิ่งใหญ่ที่คู่กับเมืองเชียงใหม่ อย่าง “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่” เทศกาลดนตรี Water War และ Chiang Mai Flora Festival ที่จัดแสดงสวนดอกไม้และพฤกษานานาพันธุ์ พร้อมประติมากรรม แสง สี เสียง และไฟประดับนับล้านดวง
นอกจากนี้ Convention Hall ขนาดใหญ่ 2,800 ตารางเมตร จะเป็นสถานที่จัดงานสำคัญของเมืองอย่างต่อเนื่อง เช่น Money Expo, Motor Expo, งานหนังสือเชียงใหม่บุ๊คแฟร์, งานคอนเสิร์ต และงานประกวดต่างๆ ทำให้เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต กลายเป็น Lifestyle Hub ที่ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
“เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นของเซ็นทรัลพัฒนา ในการเติบโตไปพร้อมกับเชียงใหม่ และร่วมสร้างอนาคตทางเศรษฐกิจของภาคเหนืออย่างยั่งยืน” ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวทิ้งท้าย
การลงทุนครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง แต่เป็นการลงทุนในศักยภาพของเมืองเชียงใหม่ และตอกย้ำบทบาทของ CPN ในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเปิดมิติใหม่ของการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ในภาคเหนือ ที่ไม่ควรพลาด
หากท่านคือผู้ที่มองหาโอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการสัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ระดับโลกใจกลางเมืองเชียงใหม่ การมาเยือนศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต หลังการปรับปรุงใหม่ คือก้าวต่อไปที่ไม่ควรมองข้าม