
วงการอสังหาริมทรัพย์ไทย: การต่อสัญญาเช่าที่ดิน ‘เซ็นทรัล ลาดพร้าว’ มูลค่า 3.3 หมื่นล้านบาท และการผงาดของ ‘เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน’ สร้าง New CBD กรุงเทพฯ โซนเหนือ
ในโลกของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในตลาดที่มีพลวัตสูงอย่างประเทศไทย การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เพื่อรักษาและขยายอาณาเขตทางธุรกิจนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ในช่วงต้นปี 2569 นี้ วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยได้จับตาดูความเคลื่อนไหวสำคัญสองประการที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ของศูนย์การค้าและการค้าปลีก แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับการเติบโตของย่านธุรกิจใหม่ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานครอย่างแท้จริง
ประการแรก คือการต่ออายุสัญญาเช่าที่ดิน ณ สถานที่ตั้งของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงของกลุ่มเซ็นทรัล การเจรจาสัญญาเช่าฉบับใหม่ระยะเวลา 30 ปี มูลค่ากว่า 3.3 หมื่นล้านบาทนี้ กำลังจะได้รับการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในวันที่ 15 มกราคม 2569 นี้ การตัดสินใจนี้ไม่ใช่เพียงแค่การต่อสัญญา แต่เป็นการยืนยันถึงศักยภาพและความสำคัญของทำเลที่ตั้ง รวมถึงความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของกลุ่มเซ็นทรัลในการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ประการที่สอง คือการเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” ซึ่งเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) มูลค่า 21,000 ล้านบาท โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์การค้าแฟลกชิปแห่งใหม่ และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนย่านพหลโยธินให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) ของกรุงเทพฯ โซนเหนือ สะท้อนให้เห็นถึงการมองการณ์ไกลและการลงทุนเชิงรุกของกลุ่มเซ็นทรัลในการสร้างอาณาจักรธุรกิจที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เซ็นทรัล ลาดพร้าว: การต่อยอดความสำเร็จบนทำเลทอง
ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 47.22 ไร่ ของ ร.ฟ.ท. นับเป็นโครงการสำคัญที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในการเป็นศูนย์กลางการค้าและความบันเทิงของกรุงเทพฯ ฝั่งเหนือ สัญญาเช่าฉบับปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 18 ธันวาคม 2571 และการเจรจาสัญญาฉบับใหม่นี้ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบโดยบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ร.ฟ.ท. และบริษัท เซ็นทรัล อินเตอร์พัฒนา จำกัด สัญญาเช่าใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2571 ไปจนถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2601 รวมระยะเวลา 30 ปี
ข้อเสนอในการลงทุนเพิ่มเติมจากกลุ่มเซ็นทรัลไม่น้อยกว่า 4,500 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงอาคารและระบบภายในทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความจำเป็นของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่ผ่านกาลเวลามายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ อาคารเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งมีอายุเกือบ 50 ปี ต้องการการปรับปรุงใหญ่เพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การวางแผนปรับปรุงภายใน 4 ปีหลังเริ่มสัญญาใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการโครงการที่ชัดเจน
มูลค่ารวมกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท ตลอดระยะเวลา 30 ปี ประกอบด้วยค่าเช่าและการลงทุนเพิ่มเติม ถือเป็นตัวเลขที่น่าจับตา ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ มูลค่าดีลนี้ถูกประเมินว่ามีความสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด กล่าวว่า การต่อสัญญาเช่านี้ถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด เนื่องจากเป็นการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิมอย่างมีประสิทธิภาพ การลงทุนสร้างศูนย์การค้าใหม่ทั้งหมดอาจใช้เงินทุนมหาศาลและไม่คุ้มค่า เมื่อพิจารณาถึงสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันและเทรนด์การบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การปรับปรุงและยกระดับของเดิมจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
การต่อสัญญาครั้งนี้ยังมีความน่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบกับครั้งก่อนหน้า โดยสัญญาครั้งที่ 2 กลุ่มเซ็นทรัลได้จ่ายผลตอบแทนกว่า 21,298 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 20 ปี การเพิ่มขึ้นของมูลค่าสัญญาในครั้งนี้ แม้จะไม่ก้าวกระโดด แต่ก็สะท้อนถึงการเติบโตของมูลค่าที่ดินและศักยภาพของทำเลที่ดิน ร.ฟ.ท. ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ SRTA มีนโยบายในการเพิ่มผลตอบแทนจากการใช้ประโยชน์ในที่ดินของตนเองอย่างต่อเนื่อง การเจรจาครั้งนี้จึงเป็นไปตามแนวทางดังกล่าว
ในช่วง 3 ปีสุดท้ายของสัญญาปัจจุบัน ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ยังคงมีภาระผูกพันในการจ่ายค่าเช่าตามที่กำหนดไว้ โดยในปี 2569 ค่าเช่าอยู่ที่ 1,559.111 ล้านบาท, ปี 2570 จำนวน 1,652.658 ล้านบาท และปี 2571 จำนวน 1,751.817 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงมูลค่าของพื้นที่และการดำเนินงานภายใต้สัญญาเดิม
“เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน”: การสร้างอาณาจักรใหม่ ดันย่านสู่ New CBD
ในขณะที่การเจรจาต่อสัญญาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ดำเนินไป โครงการที่ยิ่งใหญ่กว่าในเชิงการลงทุนกำลังจะเกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียง “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” โครงการศูนย์การค้าแฟลกชิปแห่งใหม่มูลค่า 21,000 ล้านบาท กำลังจะเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกลุ่มเซ็นทรัลในการสร้าง “อาณาจักร” ใหม่บนถนนพหลโยธิน
โครงการนี้ตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 49 ไร่ มีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 457,409 ตารางเมตร ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ แต่ยังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับสากล เช่น คอนเวนชั่นฮอลล์ขนาดกว่า 6,700 ตารางเมตร ที่พร้อมรองรับอีเวนต์ระดับโลกและคอนเสิร์ตใหญ่ การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ CPN ในการยกระดับย่านพหลโยธินให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ที่สำคัญของกรุงเทพฯ โซนเหนือ
นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและกลุ่มงานพัฒนาโครงการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน จะเป็นเกตเวย์ดึงดูดดีมานด์ใหม่กรุงเทพฯ โซนเหนือ โดยจะเติบโตควบคู่ไปกับเซ็นทรัล ลาดพร้าว” การวางตำแหน่งของโครงการใหม่ให้ทำงานร่วมกับโครงการเดิม แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การสร้าง Synergy ที่แข็งแกร่ง ทำให้ทั้งสองโครงการสามารถเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกันได้
การก่อสร้างโครงการ “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาที่ครอบคลุมย่านพหลโยธิน ซึ่งมีความหนาแน่นของประชากรสูง มีทั้งที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม สถาบันการศึกษา และที่สำคัญคือการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนหลักอย่างรถไฟฟ้า BTS และ MRT โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมศักยภาพของย่านให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด
ย่านพหลโยธินซึ่งเคยเป็นเพียงย่านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ กำลังจะถูกพลิกโฉมให้กลายเป็น “Sub CBD” หรือศูนย์กลางธุรกิจย่อยที่สำคัญของกรุงเทพฯ การเกิดขึ้นของโครงการขนาดใหญ่เช่น “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” จะไม่เพียงแต่ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาใช้บริการ แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ตามมา ทั้งโครงการที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรม
นายวสันต์ คงจันทร์ เสริมว่า “ผู้ประกอบการรายอื่นที่จะเข้ามาทำแทนเซ็นทรัลคงคิดหนัก เพราะย่านพหลโยธินถือเป็นอาณาจักรของเซ็นทรัล” ความเป็นผู้นำของกลุ่มเซ็นทรัลในย่านนี้ถูกสร้างขึ้นจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องและการเข้าใจตลาด ทำให้การแข่งขันในทำเลนี้มีความเข้มข้นและมีอุปสรรคในการเข้าของผู้เล่นรายใหม่
ราคาที่ดินในบริเวณนี้ก็สะท้อนถึงการเติบโตที่คาดการณ์ไว้ จากปัจจุบันที่ราคาใกล้แตะ 1 ล้านบาทต่อตารางวา มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอีก จากการพัฒนาของโครงสร้างพื้นฐานและการเข้ามาของโครงการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ ในย่านพหลโยธิน โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง (High-Quality Rental Properties) และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial Real Estate) จึงน่าจับตามองเป็นพิเศษ
ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ไทย 2569: แนวโน้มและโอกาส
สถานการณ์การต่อสัญญาเช่าที่ดิน ‘เซ็นทรัล ลาดพร้าว’ มูลค่า 3.3 หมื่นล้านบาท และการเปิดตัวโครงการ ‘เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน’ มูลค่า 21,000 ล้านบาท นี้ เป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงแนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 ซึ่งเน้นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพสูง
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและ CBD ใหม่: การพัฒนาโครงการเมกะโปรเจกต์ เช่น รถไฟฟ้าสายต่างๆ และการยกระดับย่านธุรกิจเดิมให้กลายเป็น “New CBD” หรือ “Sub CBD” จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ย่านพหลโยธิน ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของปรากฏการณ์นี้
การปรับปรุงและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เดิม: การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่บนทำเลชั้นดีแต่มีอาคารที่เก่าตามกาลเวลา เช่นกรณีเซ็นทรัล ลาดพร้าว เป็นแนวทางที่ธุรกิจขนาดใหญ่เลือกใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการใช้งานของสินทรัพย์ การปรับปรุงเหล่านี้มักจะเกี่ยวข้องกับการยกระดับเทคโนโลยี การออกแบบที่ทันสมัย และการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้งาน
การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์คุณภาพ (Quality Rental Properties): ความต้องการเช่าที่อยู่อาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์คุณภาพสูงในทำเลที่มีศักยภาพยังคงมีสูง โดยเฉพาะในย่านธุรกิจที่กำลังเติบโต การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้จึงเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนระยะยาว
ความสำคัญของทำเลที่ตั้ง (Prime Location): ความสำเร็จของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันและอนาคตยังคงขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งเป็นหลัก การเข้าถึงระบบขนส่งมวลชน สิ่งอำนวยความสะดวก และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยและการทำธุรกิจ เป็นปัจจัยที่นักลงทุนและผู้บริโภคให้ความสำคัญสูงสุด
การเติบโตของตลาดค้าปลีกและศูนย์การค้า: แม้จะมีเทรนด์การซื้อขายสินค้าออนไลน์ แต่ศูนย์การค้ายังคงมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งรวมประสบการณ์ แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และความบันเทิง โครงการศูนย์การค้าสมัยใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ยังคงมีศักยภาพในการเติบโต
บทสรุปและก้าวต่อไป
การต่อสัญญาเช่า “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” มูลค่า 3.3 หมื่นล้านบาท และการเปิดตัว “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” มูลค่า 21,000 ล้านบาท ในปี 2569 นี้ ถือเป็นการประกาศศักดาของกลุ่มเซ็นทรัลในการตอกย้ำความเป็นผู้นำและขยายอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างศูนย์การค้าแห่งใหม่ แต่เป็นการร่วมกันยกระดับย่านพหลโยธินให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) ที่มีชีวิตชีวาและน่าจับตามอง
สำหรับนักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ นักพัฒนาโครงการ หรือแม้แต่ผู้ที่กำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจในกรุงเทพฯ โซนเหนือ การจับตาดูความเคลื่อนไหวและการพัฒนาในย่านพหลโยธินนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด โอกาสในการลงทุนในโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพ การเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของย่านธุรกิจแห่งใหม่นี้ กำลังเปิดกว้าง
หากท่านคือผู้ที่สนใจหรือกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทำเลศักยภาพสูงที่กำลังจะเติบโตเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ อย่าพลาดโอกาสในการศึกษาข้อมูลเชิงลึกและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ของเรา เพื่อร่วมวางแผนและคว้าโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญนี้ไปพร้อมกัน