• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0506230_แม สาม ย น 1,000 บาทไล กล บบ านนอก… 12 ป ต อมา มาขอเช าแผงในห างสะใภ_part2.mp4 | Riven Acon

admin79 by admin79
June 9, 2026
in Uncategorized
0
D0506230_แม สาม ย น 1,000 บาทไล กล บบ านนอก... 12 ป ต อมา มาขอเช าแผงในห างสะใภ_part2.mp4 | Riven Acon เจาะลึกสมรภูมิ “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” ไทย: บทเรียนจากปีแห่งความผันผวน ใครคือเจ้าตลาดตัวจริงที่ยืนหยัดท่ามกลางพายุ? ในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการและจับตาดูการเคลื่อนไหวของตลาดมาตลอดทศวรรษ ผมต้องขอบอกตามตรงว่าช่วงรอยต่อระหว่างปี 2566 จนถึงปัจจุบัน ถือเป็น “กรณีศึกษา” ที่สำคัญที่สุดบทหนึ่งในประวัติศาสตร์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ของไทย หากเราย้อนกลับไปมองตัวเลขและปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่แค่เรื่องของตัวแดงในบัญชี แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบมาจนถึงเทรนด์ในปี 2569 นี้ บทความนี้ผมจะพาทุกท่านไป “ผ่าตัด” ข้อมูลผลประกอบการของ 41 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อดูไส้ในว่า ใครกันแน่ที่แข็งแกร่งจริง และใครที่กำลังประคองตัวอยู่บนปากเหว โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาลู่ทาง ลงทุนคอนโด หรือกำลังวางแผนพอร์ตหุ้นกลุ่มนี้ นี่คือข้อมูล Insight ที่คุณห้ามพลาด ภาพรวมตลาด: เมื่อความหวังพังทลาย สู่ความจริงที่เจ็บปวด หากจำกันได้ เราเริ่มต้นปี 2566 ด้วยความหวังเต็มเปี่ยม หลายคนมองว่าโมเมนตัมจากการเปิดประเทศในปี 2565 จะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลับมา Take off ได้อย่างสง่างาม แต่ความเป็นจริงกลับตบหน้าเราอย่างจัง ตลาดเข้าสู่ภาวะ “ซึมลึก” ตั้งแต่ช่วงก่อนเลือกตั้ง ลากยาวไปจนถึงปลายปี แม้แต่ไตรมาส 4 ที่ปกติจะเป็นช่วง Golden Week ของการโอนกรรมวิธีและการระบายสต็อก ก็ยังเงียบเหงาจนน่าใจหาย จากข้อมูลที่รวบรวมโดย Property Mentor ชี้ให้เห็นตัวเลขที่น่าตกใจของ 41 บริษัทอสังหาฯ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีรายได้รวมกันอยู่ที่ 371,560 ล้านบาท ตัวเลขนี้ดูเหมือนมหาศาล แต่เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กลับลดลง -1.2% (จาก 376,141 ล้านบาท) นี่คือสัญญาณแรกที่บอกว่า “เค้ก” ก้อนนี้ไม่ได้โตขึ้น แต่กำลังหดตัวลง และที่น่ากังวลกว่านั้นคือ ในบรรดา 41 บริษัท มีถึง 25 บริษัทที่รายได้ลดลง! เจาะลึกรายบริษัท: ใครเจ็บหนักที่สุดในรอบปี? ในสมรภูมิ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การปรับตัวไม่ทันย่อมหมายถึงหายนะ เราเห็นบริษัทระดับตำนานและดาวรุ่งหลายรายต้องเผชิญกับตัวเลขรายได้ที่ติดลบในระดับ “วิกฤต” หรือมากกว่า 20% ขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็น: แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN): เจ้าพ่อคอนโดระดับล่าง-กลาง ที่เคยยิ่งใหญ่ กลับต้องเผชิญกับรายได้ที่ลดฮวบถึง -28% สะท้อนให้เห็นว่ากำลังซื้อในเซกเมนต์นี้เปราะบางที่สุด และปัญหานี้ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่แก้ไม่ตกมาจนถึงปัจจุบัน อีสเทอร์น สตาร์ และ คันทรี่ กรุ๊ป: กอดคอกันร่วงลงไปในระดับ -28% เช่นกัน ไรมอน แลนด์ (RML): ผู้นำตลาดลักซ์ชัวรี่ที่พยายามปรับโครงสร้าง ก็ยังเจ็บตัวหนักด้วยรายได้ลดลง -26%
แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) พี่ใหญ่ของวงการที่มักจะเป็น Safe Haven ของนักลงทุน ก็ยังหนีไม่พ้นมรสุมนี้ โดยมีรายได้รวมลดลงถึง -18% ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์หลายสำนัก นอกจากนี้ Top 10 ของวงการอย่าง ศุภาลัย (-10%), พฤกษา โฮลดิ้ง (-9%) และ ออริจิ้น (-4%) ต่างก็กอดคอกันตัวเลขแดง สะท้อนให้เห็นว่าพายุลูกนี้รุนแรงจนกระทบทุกคนไม่เลือกหน้า บัลลังก์เปลี่ยนมือ: แสนสิริ ผงาดเหนือคู่แข่ง ในวิกฤตย่อมมีโอกาส และในปีที่ยากลำบากนี้ แสนสิริ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และการวางกลยุทธ์ที่เฉียบขาด ด้วยการคว้าแชมป์รายได้รวมสูงสุดที่ 39,082 ล้านบาท เติบโตสวนตลาดถึง 12% เอาชนะคู่แข่งตลอดกาลอย่าง เอพี (ไทยแลนด์) ไปได้อย่างเฉียดฉิว (AP ทำได้ 38,399 ล้านบาท) การขับเคี่ยวระหว่างแสนสิริและเอพี กลายเป็น “El Clásico” ของวงการ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไทย ที่ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือกลยุทธ์ของแสนสิริที่เน้นเจาะกลุ่มตลาดบน (Luxury Segment) และลูกค้าต่างชาติ ซึ่งได้รับผลกระทบน้อยกว่าจากภาวะหนี้ครัวเรือนและความเข้มงวดของ สินเชื่อบ้าน Top 5 รายได้รวมปีแห่งการปราบเซียน: แสนสิริ: 39,082 ล้านบาท เอพี (ไทยแลนด์): 38,399 ล้านบาท ศุภาลัย: 31,818 ล้านบาท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์: 30,170 ล้านบาท พฤกษา โฮลดิ้ง: 26,132 ล้านบาท ความจริงที่น่ากลัว: รายได้จากการขาย (Core Business) หายไปไหน? ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมักจะเตือนนักลงทุนเสมอว่า อย่าดูแค่ “รายได้รวม” เพราะมันอาจมีภาพลวงตาจากกำไรพิเศษหรือรายได้จากการลงทุนอื่นปะปนอยู่ ตัวชี้วัดสุขภาพที่แท้จริงของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คือ “รายได้จากการขาย” (Real Estate Sales Revenue) ซึ่งหมายถึงเงินที่ได้จากการโอนบ้านและคอนโดจริงๆ เมื่อเรากรองข้อมูลเหลือเฉพาะรายได้จากการขาย ภาพที่เห็นกลับดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม: รายได้จากการขายรวมของทั้ง 41 บริษัท อยู่ที่ 268,460 ล้านบาท ลดลงถึง -11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า! 30 จาก 41 บริษัท มีรายได้จากการขายลดลง ตัวเลข -11% นี้คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง มันบ่งบอกว่า Demand ที่แท้จริงในตลาดหดตัวอย่างรุนแรง หรือไม่ก็เกิดจากปัญหา Rejection Rate (ยอดปฏิเสธสินเชื่อ) ที่พุ่งสูงขึ้น จนทำให้ยอดจองไม่สามารถเปลี่ยนเป็นยอดโอนได้ กรณีศึกษาที่น่าตกใจ: ไรมอน แลนด์: รายได้จากการขายดิ่งลงเหว -78% แอล.พี.เอ็น.: หายไปเกือบ -40% แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์: รายได้จากการขายลดลง -38% (นี่คือเหตุผลที่รายได้รวมเขาลดลงน้อยกว่า เพราะมีรายได้จากค่าเช่าและโรงแรมมาช่วยพยุง)
แม้แต่ เอพี (ไทยแลนด์) ที่ว่าเป็นเบอร์ 1 ด้านการขาย ก็ยังหนีไม่พ้นสัจธรรมนี้ โดยรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อย -2% แต่ถึงกระนั้น เอพีก็ยังครองบัลลังก์แชมป์ด้านยอดขายไว้ได้อย่างเหนียวแน่นที่ 36,927 ล้านบาท ทิ้งห่างแสนสิริในหมวดนี้ และพิสูจน์ความเป็น King of Housing ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ม้ามืดที่ต้องจับตา: เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ท่ามกลางกระดานหุ้นสีแดง มีหนึ่งบริษัทที่พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างน่าจับตามอง นั่นคือ เซ็นทรัลพัฒนา แม้ภาพจำของเราคือผู้พัฒนาห้างสรรพสินค้า แต่ในปี 2566 CPN ได้เดินหน้าบุกตลาดที่อยู่อาศัยอย่างเต็มสูบ และผลลัพธ์ก็งดงามเกินคาด ด้วยรายได้จากการขาย 5,835 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 103% หรือกว่าหนึ่งเท่าตัว! กลยุทธ์ Mixed-use ที่นำโครงการคอนโดมิเนียมไปแปะติดกับห้างสรรพสินค้าในเครือ ยังคงเป็นสูตรสำเร็จที่ทรงพลัง และเป็นโมเดลที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก การเติบโตของ CPN ในเซกเมนต์นี้คือสิ่งยืนยันว่า “ทำเล” และ “Ecosystem” คือหัวใจสำคัญของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยุคใหม่ Bottom Line: กำไรสุทธิ คือคำตอบสุดท้าย ในโลกธุรกิจ “ยอดขายคือความภูมิใจ แต่กำไรคือความจริง” (Revenue is vanity, Profit is sanity) ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนย่อมต้องการเห็นบรรทัดสุดท้ายที่สวยงาม กำไรสุทธิรวมของทั้ง 41 บริษัท อยู่ที่ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% สอดคล้องกับยอดขายที่หายไป และมีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน แต่ในความมืดมิด ยังมีแสงสว่างจาก 2 บริษัทที่โดดเด่นในเรื่องการบริหารจัดการกำไร: แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (The Asset Master): แม้ยอดขายบ้านจะตก แต่ LH แสดงความเป็นเสือปืนไวด้วยการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน รับรู้กำไรพิเศษกว่า 2,500 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 ที่ 7,495 ล้านบาท นี่คือความเหนือชั้นของการบริหาร Portfolio ที่กระจายความเสี่ยงไว้ในธุรกิจ Recurring Income แสนสิริ (The Organic Growth): ที่น่าชื่นชมที่สุดคือแสนสิริ เพราะกำไร 5,846 ล้านบาท (โต 42%) นั้นมาจากผลประกอบการหลักล้วนๆ ไม่ได้มีรายการพิเศษขนาดใหญ่มาช่วยหนุน แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการทำกำไร (Net Profit Margin) ที่ดีเยี่ยมในปีนั้น ในขณะที่ ศุภาลัย และ เอพี ต่างก็ทำกำไรได้ในระดับ 6,000 ล้านบาท บี้กันมาติดๆ แสดงให้เห็นว่ากลุ่ม Top 5 ของไทยยังคงมีความแข็งแกร่งทางการเงินที่สูงมากเมื่อเทียบกับรายกลางและรายเล็ก บทสรุปและทิศทางสู่อนาคต (Trend 2026) จากข้อมูลปี 2566 ที่เราได้ทำการชำแหละไปข้างต้น ส่งผลสะท้อนมาถึงทิศทางของตลาดในปัจจุบันและอนาคต สิ่งที่เราเรียนรู้ได้ชัดเจนคือ: หมดยุค “Mass Market”: การทำโครงการราคาถูกเพื่อเน้นปริมาณ (Volume) กลายเป็นกับดักมรณะ เพราะกลุ่มลูกค้าเปราะบางกู้ไม่ผ่าน การปรับตัวสู่ตลาด Luxury และ Super Luxury ของผู้ประกอบการหลายรายจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด Diversification คือเกราะกันภัย: โมเดลของ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และ เซ็นทรัลพัฒนา พิสูจน์แล้วว่า การมีขาธุรกิจอื่น เช่น โรงแรม ห้างสรรพสินค้า หรืออาคารสำนักงาน ช่วยพยุงบริษัทได้จริงในวันที่ตลาดที่อยู่อาศัยซบเซา Cash is King: สภาพคล่องคือพระเจ้า บริษัทที่มีหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ต่ำ อย่าง ศุภาลัย จะเป็นผู้ที่ยืนระยะได้นานที่สุดไม่ว่าจะเจอกับวิกฤตดอกเบี้ยขาขึ้นกี่รอบก็ตาม สำหรับท่านที่กำลังมองหาโอกาสใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่เอง หรือการลงทุนใน หุ้นอสังหาฯ ปันผลสูง สิ่งสำคัญคือต้องมองข้ามการตลาดที่หวือหวา แล้วลงลึกไปดูที่ “คุณภาพของรายได้” และ “ความสามารถในการทำกำไร” จริงๆ ตลาดอสังหาฯ ไทยไม่ได้ตาย แต่กำลัง “คัดเลือกสายพันธุ์” ผู้ที่อ่อนแอจะถูกกลืนกินหรือล้มหายตายจากไป ส่วนผู้ที่แข็งแกร่งและปรับตัวได้เร็วจะครองตลาดเบ็ดเสร็จ หากคุณไม่อยากพลาดทุกจังหวะการลงทุน หรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกในการวิเคราะห์ทำเลและพอร์ตการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของคุณ
อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปในตลาดยุคใหม่ กดติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์เจาะลึกแบบ Exclusive เพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือสมัครรับจดหมายข่าวเพื่อก้าวทันทุกเทรนด์การลงทุนก่อนใคร!
Previous Post

D0506229_ล กบ ญธรรมด แลพ อแม มา 25 ป …ว นแม ป วย ล กแท 3 คนกล บมาพร อมทนาย_part2.mp4 | Riven Acon

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D0506230_แม สาม ย น 1,000 บาทไล กล บบ านนอก… 12 ป ต อมา มาขอเช าแผงในห างสะใภ_part2.mp4 | Riven Acon
  • D0506229_ล กบ ญธรรมด แลพ อแม มา 25 ป …ว นแม ป วย ล กแท 3 คนกล บมาพร อมทนาย_part2.mp4 | Riven Acon
  • D0506228_ช หน าพน กงานเก บขยะท กเช า…ไม ร ว าเขาค อเจ าของบร ษ ท_part2.mp4 | Riven Acon
  • D0506227_ล กป วยขอพ ย ม 3,000 พ บอกไม ม …7 ป ต อมา พ โทรมาขอเง น_part2.mp4 | Riven Acon
  • D0506226_ส งน องเร ยนจบหมอ 30 ป …ว นท น องรวย ค อว นท น องฟ องไล พ ออกจากบ าน_part2.mp4 | Riven Acon

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • June 2026
  • May 2026
  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.