บ้านชาวไทย: การกลับมาของยักษ์ใหญ่อสังหาฯ ทุ่มกว่าแสนล้าน สู่ฝันอยากมีบ้านของคนไทย
ในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย การกลับมาของ “คีรี กาญจนพาสน์” เจ้าพ่อรถไฟฟ้า BTS พร้อมโครงการ “บ้านชาวไทย” มูลค่าแสนล้านบาท ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตา สานต่อเจตนารมณ์ในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่เข้าถึงได้สำหรับคนไทย ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลและประสบการณ์กว่า 30 ปีในวงการโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุน ผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์มานานกว่าทศวรรษ ขอวิเคราะห์ถึงแก่นแท้และความสำคัญของโครงการนี้ ที่จะเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมและมอบโอกาสให้คนไทยจำนวนมหาศาลได้เป็นเจ้าของบ้านในฝัน
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2025: ความท้าทายและโอกาสที่ซ่อนเร้น
ก่อนจะเจาะลึกถึงรายละเอียดของโครงการ “บ้านชาวไทย” สิ่งสำคัญคือการเข้าใจบริบทของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2565 ซึ่งกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ยังคงมีโอกาสอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ “ที่อยู่อาศัยในราคาที่จับต้องได้” ซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย
รายงานจากผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า แม้ตลาดโดยรวมจะดูซบเซา แต่ความต้องการซื้อบ้านของคนไทยยังคงมีอยู่สูง เพียงแต่ข้อจำกัดด้านเงินทุนและกระบวนการสินเชื่อเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายคนไม่สามารถเดินหน้าสู่การเป็นเจ้าของบ้านได้ สถิติที่น่าตกใจคืออัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงถึง 35-40% โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ไม่ประจำและคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต แต่กลับถูกปิดกั้นโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างขนาดใหญ่ในตลาดที่รอการเติมเต็ม
โครงการ “บ้านชาวไทย”: วิสัยทัศน์เพื่อสังคม จากผู้มีประสบการณ์
“คีรี กาญจนพาสน์” ได้กล่าวถึงที่มาของโครงการ “บ้านชาวไทย” อย่างชัดเจนว่า เกิดจากความรู้สึกที่อยากทำสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมไทย ตอกย้ำถึงปรัชญาการลงทุนที่ไม่ได้มองแค่ผลกำไร แต่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน การลงทุนในรถไฟฟ้า BTS เมื่อ 30 ปีก่อน ที่แม้จะเผชิญมรสุมแต่ก็ผ่านมาได้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล โครงการ “บ้านชาวไทย” นี้ จึงเปรียบเสมือนก้าวสำคัญอีกก้าวที่ต่อยอดจากประสบการณ์และความสำเร็จนั้น
แนวคิดหลักของโครงการ คือการสร้างที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง ใกล้ระบบขนส่งมวลชน ในราคาที่จับต้องได้ โดยร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อนำเสนอทางเลือกทางการเงินที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น “ไม่ต้องดาวน์” และ “ผ่อนยาว” ในอัตราที่เสมือนค่าเช่ารายเดือน เริ่มต้นเพียง 6,000-7,000 บาทต่อเดือน ตัวเลขนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปลดล็อกกลุ่มเป้าหมายที่เคยคิดว่าการซื้อบ้านเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อม
กลยุทธ์การลงทุนและขนาดของโครงการ: มิติใหม่ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อคนไทย
การทุ่มงบประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการ “บ้านชาวไทย” จำนวน 50,000 ยูนิตทั่วประเทศ เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงความจริงจังและศักยภาพของ BTS Group การจัดสรรเงินทุนมาจากกระแสเงินสดของบริษัทประมาณ 20% และการสนับสนุนสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่างๆ เป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับโครงการ
ที่ดินที่นำมาพัฒนาโครงการ มาจากทั้งแลนด์แบงก์เดิมของ BTS และการซื้อเพิ่มเติม รวมถึงการเปิดโอกาสให้พันธมิตรเข้าร่วมลงทุน ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาจะครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น และบ้านในรูปแบบต่างๆ กระจายตัวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงจังหวัดสำคัญๆ เช่น ชลบุรี (ใกล้สนามบินอู่ตะเภา) และกาญจนบุรี การเลือกทำเลที่ตั้งเหล่านี้ สะท้อนถึงการมองหาศักยภาพการเติบโตในอนาคต และการเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่สำคัญ
“D:CODE ศรีนครินทร์” และ “D:CRAFT คลองหลวง”: การนำร่องสู่ความสำเร็จ
การเปิดตัวโครงการนำร่อง “D:CODE ศรีนครินทร์” และ “D:CRAFT คลองหลวง” เป็นก้าวแรกที่น่าจับตา “D:CODE ศรีนครินทร์” ตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเอี่ยม เพียง 300 เมตร ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม 8 ชั้น จำนวน 4,150 ยูนิต ในราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจเพียง 1.89 ล้านบาท สำหรับห้องขนาด 30 ตร.ม. ไปจนถึง 3.78 ล้านบาท สำหรับห้องขนาด 60 ตร.ม.
ส่วน “D:CRAFT คลองหลวง” ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ใกล้ตลาดไท มีพื้นที่กว่า 115 ไร่ พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม 8 ชั้น จำนวน 7,500 ยูนิต โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 1.6 ล้านบาท สำหรับห้องขนาด 30 ตร.ม. ไปจนถึง 3.2 ล้านบาท สำหรับห้องขนาด 60 ตร.ม. ราคาขายเฉลี่ยประมาณ 60,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งถูกกว่าตลาดถึง 25-30% ถือเป็นราคาที่แข่งขันได้สูงมาก และทุกยูนิตเป็นห้องพร้อมตกแต่ง (Fully Furnished)
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือการนำระบบ Ecosystem ของ BTS Group มาใช้ในโครงการเหล่านี้ ผ่านบัตร Rabbit Card ที่ไม่เพียงแต่ใช้เดินทางบนรถไฟฟ้า แต่ยังสามารถใช้เข้าอาคารและห้องพักได้ รวมถึงระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย ด้วยการใช้ AI ในการตรวจจับและลาดตระเวน ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของผู้พักอาศัย
อนาคตของ “บ้านชาวไทย”: ความร่วมมือเพื่ออนาคตที่มั่นคง
การเปิดให้ลงทะเบียนแสดงความสนใจและการเปิดให้ชมห้องตัวอย่างในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นการวัดระดับความต้องการของตลาด ก่อนจะก้าวสู่โครงการที่ 3 ในเดือนมีนาคม ที่มีแผนจะพัฒนาที่ดินย่านธนาซิตี้ กว่า 200 ไร่ รวมถึงพื้นที่อื่นๆ เช่น ย่านอู่ตะเภา การประเมินผลตอบรับจาก 2 โครงการแรก จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางและขยายแผนงานต่อไป
ความร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ “มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์” กรรมการผู้จัดการ ธอส. เน้นย้ำถึงการสนับสนุนสินเชื่อและออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ยืดหยุ่น เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยและคนรุ่นใหม่สามารถเป็นเจ้าของบ้านได้จริง ธอส. ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่สินเชื่อคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อ และช่วยให้กระบวนการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
การลงทุนเพื่อสังคม: บทบาทของภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย
โครงการ “บ้านชาวไทย” ไม่ใช่แค่โครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่คือการลงทุนเพื่อสังคมอย่างแท้จริง การที่ BTS Group ทุ่มเททรัพยากรและประสบการณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยในราคาที่จับต้องได้ เป็นแบบอย่างที่ดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตไปด้วยกัน นโยบายของภาครัฐในการลดภาระค่าเดินทางรถไฟฟ้า ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ที่ช่วยให้การเข้าถึงที่อยู่อาศัยใกล้ระบบขนส่งมวลชนเป็นจริงได้ง่ายขึ้น
ผมเชื่อมั่นว่า โครงการ “บ้านชาวไทย” จะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และจะสามารถปลดล็อกฝันของคนไทยจำนวนมากให้เป็นจริงได้ นี่คือตัวอย่างของการทำธุรกิจที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้กับสังคม เป็นการลงทุนที่มองไกลกว่าแค่ผลกำไร แต่คือการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับคนรุ่นหลัง
หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังมองหาโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้าน ในราคาที่จับต้องได้ และใกล้ระบบขนส่งมวลชน ผมขอเชิญชวนให้ศึกษาข้อมูลและติดตามความคืบหน้าของโครงการ “บ้านชาวไทย” อย่างใกล้ชิด นี่อาจเป็นก้าวสำคัญที่จะนำคุณไปสู่การมีบ้านในฝันของคุณ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือลงทะเบียนแสดงความสนใจได้แล้ววันนี้ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทองนี้.

