‘บ้านชาวไทย’: บทใหม่แห่งการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อคนไทย สู่เป้าหมาย 50,000 ยูนิต มูลค่าแสนล้าน
ในโลกธุรกิจที่หมุนเร็ว อสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นเสาหลักสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเมื่อผู้บริหารมากฝีมืออย่าง คุณคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ BTS Group Holdings Public Company Limited ตัดสินใจหวนคืนสู่สมรภูมิอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา โครงการ “บ้านชาวไทย” คือก้าวสำคัญที่จะพลิกโฉมวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล การลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงกว่า 50,000 ยูนิตทั่วประเทศ
ภายหลังจากการส่งต่อบทบาทการบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ร่มเงาของ BTS Group ให้กับทายาท คุณกวินท์ กาญจนพาสน์ มาเป็นเวลาหลายปี การประกาศกลับมาของ คุณคีรี ในครั้งนี้ ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษของท่าน เป็นมากกว่าการขยายธุรกิจ แต่คือการตอบแทนสังคมด้วยโครงการที่สะท้อนความตั้งใจจริง
แรงบันดาลใจจากอดีต สู่การสร้างอนาคตที่ยั่งยืน
“โครงการบ้านชาวไทย” ไม่ได้เกิดขึ้นจากกระแส หรือความผันผวนของตลาด แต่มาจากความรู้สึกที่ต้องการทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคมไทย และมาจากรากฐานครอบครัวที่คุ้นเคยกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาโดยตลอด เมื่อ 30 ปีที่แล้ว การตัดสินใจลงทุนในระบบรถไฟฟ้าสายแรกด้วยเม็ดเงินเกือบ 50,000 ล้านบาท แม้จะเผชิญมรสุมมากมาย แต่ก็สามารถก้าวผ่านอุปสรรคมาได้ โครงการ “บ้านชาวไทย” นี้จึงเปรียบเสมือนการเดินตามรอยเส้นทางแห่งความสำเร็จเดิม
คุณคีรี ใช้เวลาถึง 3 เดือนในการกลั่นกรองแนวคิดสำหรับโครงการนี้ หลังได้รับเงินชำระหนี้ค่าสัมปทานรถไฟฟ้าจากกรุงเทพมหานคร จำนวน 30,000 ล้านบาท ชื่อ “บ้านชาวไทย” แม้จะดูเรียบง่าย อาจไม่ทันสมัยนัก แต่เต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง เป็นโครงการที่เกิดจากความตั้งใจจริงและเป็นการตอบแทนสังคมอย่างแท้จริง
แก้ปัญหาการเข้าถึงที่อยู่อาศัย ด้วยนวัตกรรมทางการเงินและการร่วมมือที่แข็งแกร่ง
หนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการ “บ้านชาวไทย” คือการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มฟรีแลนซ์ และคนรุ่นใหม่ ที่มักประสบปัญหาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งมีสถิติสูงถึง 35-40% ทำให้หลายคนต้องจำใจเช่า แทนที่จะเป็นเจ้าของบ้าน
ความร่วมมือระหว่าง BTS Group และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกข้อจำกัดเหล่านี้ ด้วยข้อเสนอที่โดดเด่น:
ไม่ต้องมีเงินดาวน์: ลดภาระทางการเงินเริ่มต้นได้อย่างมหาศาล
ผ่อนสบายเสมือนค่าเช่า: ด้วยระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวนาน เริ่มต้นเพียง 6,000-7,000 บาทต่อเดือน ทำให้การเป็นเจ้าของบ้านไม่ใช่เรื่องฝันอีกต่อไป
นวัตกรรมทางการเงินจาก ธอส.: ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินชั้นนำที่มุ่งมั่นสนับสนุนให้คนไทยมีบ้าน ได้ผนึกกำลังกับ BTS Group ในการออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ยืดหยุ่น เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่เคยคิดว่าการซื้อบ้านเป็นไปไม่ได้ กลับมีโอกาสเป็นเจ้าของได้จริง
คุณคีรี แสดงความเชื่อมั่นว่า แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบันจะอยู่ในช่วงขาลง แต่ความต้องการมีบ้านเป็นของตัวเองของคนไทยยังคงมีอยู่เสมอ โครงการ “บ้านชาวไทย” จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้ผู้ที่เคยเลือกเช่า เพราะข้อจำกัดในการซื้อ กลับหันมาเป็นเจ้าของบ้านได้อย่างภาคภูมิใจ
BTS Group ทุ่มทุน แผนการลงทุน 1 แสนล้านบาท สู่การพัฒนาที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ
การลงทุนในโครงการ “บ้านชาวไทย” นี้ BTS Group จะเป็นผู้ลงทุนหลัก โดยเงินทุนมาจากกระแสเงินสดของบริษัทประมาณ 20% และส่วนที่เหลือมาจากการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่พร้อมสนับสนุนโครงการ
ที่ดินที่จะนำมาพัฒนาโครงการมีหลากหลาย แหล่งที่มา ทั้งที่ดินเดิมของ BTS Group การซื้อเพิ่มเติม และการเปิดรับพันธมิตรที่สนใจร่วมทุน โดยมีเป้าหมายการลงทุนรวมกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการที่หลากหลาย ทั้งคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น และบ้านพักอาศัย รวมกว่า 50,000 ยูนิต กระจายตัวครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่เพียงแต่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ยังขยายไปยังจังหวัดสำคัญๆ เช่น ชลบุรี (ใกล้สนามบินอู่ตะเภา) และกาญจนบุรี
‘บ้านชาวไทย’ ไม่ใช่แค่ที่อยู่ แต่คือ ‘เมืองแห่งชีวิต’
แนวคิดหลักของ คุณคีรี ในทุกโปรเจ็กต์คือการพัฒนาเป็น “เมืองที่อยู่อาศัย” (Residential City) ที่ครบวงจร ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างบ้าน แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพ
เริ่มต้นโครงการนำร่อง: ปี 2569 นี้ จะประเดิมด้วย 2 โครงการใหญ่ รวมกว่า 12,000 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนมากกว่า 20,000 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ยประมาณ 60,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งถือว่าต่ำกว่าตลาดถึง 25-30% ทุกยูนิตเป็นแบบพร้อมตกแต่ง (Fully Furnished) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อ
กลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย: ครอบคลุมทั้งผู้ที่ต้องการซื้อเป็นบ้านหลังแรก (First Jobber, วัยทำงาน) ไปจนถึงผู้ที่ต้องการซื้อบ้านหลังที่สองในต่างจังหวัด
เทคโนโลยีและนวัตกรรม: การผสานระบบนิเวศน์ของ BTS Group ผ่านบัตร Rabbit ที่สามารถใช้ได้ทั้งการเดินทาง ระบบเข้า-ออกโครงการ อาคาร และห้องพัก รวมถึงระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย ด้วยการนำ AI มาช่วยในการตรวจจับและลาดตระเวน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้พักอาศัย
‘D:CODE ศรีนครินทร์’ และ ‘D:CRAFT คลองหลวง’ โครงการนำร่องที่น่าจับตา
โครงการแรกที่จะเปิดตัวคือ “D:CODE ศรีนครินทร์” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 42 ไร่ ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเอี่ยม เพียง 300 เมตร โครงการนี้ประกอบด้วยคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น จำนวน 24 อาคาร รวม 4,150 ยูนิต มีห้องหลากหลายขนาดให้เลือก:
1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ: ขนาด 30 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท
2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ: ขนาด 45 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.85 ล้านบาท
3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ: ขนาด 60 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 3.78 ล้านบาท
ปัจจุบันโครงการอยู่ในระหว่างการขอใบอนุญาตก่อสร้างและรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในเดือนกันยายน 2569 และแล้วเสร็จปลายปี 2571
อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ “D:CRAFT คลองหลวง” ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ใกล้ตลาดไท บนพื้นที่กว่า 115 ไร่ พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมสูงไม่เกิน 8 ชั้น จำนวนประมาณ 60 อาคาร รวม 7,500 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจ:
1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ: ขนาด 30 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.6 ล้านบาท
2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ: ขนาด 45 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.4 ล้านบาท
3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ: ขนาด 60 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 3.2 ล้านบาท
เปิดจองและเข้าชมห้องตัวอย่าง เดือนกุมภาพันธ์ 2569
ขณะนี้ ได้เปิดให้ผู้ที่สนใจลงทะเบียนแสดงความจำนงแล้ว และเตรียมพร้อมเปิดให้เข้าชมห้องตัวอย่างตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป หากมีผู้สนใจจองเกินกว่าจำนวน 12,000 ยูนิต จะมีการพิจารณาจับสลากเพื่อความเป็นธรรม
คุณคีรี ย้ำว่าโครงการนี้ตั้งใจทำเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง โดยให้สิทธิ 1 ท่านต่อ 1 สิทธิ เชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม หากโครงการนำร่องเป็นไปตามเป้าหมาย จะมีการเปิดโครงการที่ 3 ในพื้นที่กรุงเทพฯ (ย่านธนาซิตี้ ขนาด 200 ไร่) ในเดือนมีนาคม 2569 และยังมีแผนขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่น ย่านอู่ตะเภา โดยจะประเมินผลตอบรับจาก 2 โครงการแรกก่อน
นโยบายของภาครัฐในการลดภาระค่าเดินทางรถไฟฟ้า (เช่น 20 หรือ 40 บาท) ยิ่งส่งเสริมให้การมีที่อยู่อาศัยใกล้ระบบขนส่งมวลชนเป็นไปได้ง่ายขึ้น คุณคีรี จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความตั้งใจของโครงการนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
หัวใจของโครงการ: บ้านในราคาผ่อนเท่าเช่า พร้อมคุณภาพชีวิตที่ดี
“หัวใจสำคัญของโครงการบ้านชาวไทย คือการทำให้คนสามารถผ่อนบ้านได้ในราคาที่ใกล้เคียงกับค่าเช่า แต่ได้ครอบครองทรัพย์สินเป็นของตนเอง” คุณคีรีกล่าวเน้นย้ำ “เราทำงานร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อเปิดประตูสู่การเป็นเจ้าของบ้าน ให้กับคนรุ่นใหม่และผู้มีรายได้จำกัด”
แม้ว่าการลงทุนย่อมต้องมีกำไรเป็นเรื่องปกติ แต่โครงการนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนกว่านั้น คือการส่งมอบที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ใกล้ระบบขนส่งมวลชน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ให้ผู้อยู่อาศัยได้รู้สึกภาคภูมิใจว่าเป็น “บ้านของตัวเอง” อย่างแท้จริง
ธอส. ยืนยันความร่วมมือ มุ่งมั่นสร้างคนไทยมีบ้าน
คุณมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า โครงการ “บ้านชาวไทย” สอดคล้องกับพันธกิจหลักของ ธอส. ที่ต้องการให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร ทั้งในด้านการพัฒนาโครงการและผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
“เราได้ออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีความยืดหยุ่น ให้มีเงินงวดผ่อนชำระใกล้เคียงกับค่าเช่า และพร้อมจัดทีมเจ้าหน้าที่สินเชื่อคอยให้คำปรึกษาแก่ผู้ลงทะเบียน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อ และอำนวยความสะดวกให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด”
โครงการ “บ้านชาวไทย” คือก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนจำนวนมากให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง นำมาซึ่งความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นการลงทุนที่ยั่งยืนที่ BTS Group และ ธอส. ภาคภูมิใจที่จะได้ร่วมสร้างสรรค์
หากคุณคือหนึ่งในคนไทยที่ฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง อย่าพลาดโอกาสครั้งสำคัญนี้ ลงทะเบียนแสดงความสนใจและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเข้าชมห้องตัวอย่างในเดือนกุมภาพันธ์นี้ แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “บ้านชาวไทย” ที่จะเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นความจริง.

