ประเทศไทย: จุดยุทธศาสตร์ใหม่แห่งการลงทุนอุตสาหกรรมโลก หลังสหรัฐฯ ทุ่มงบฯ มหาศาล ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่ยุคใหม่
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์มากว่าทศวรรษ ดิฉันได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์อุตสาหกรรมโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวของประเทศไทยที่กำลังจะก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ที่สำคัญยิ่งยวด ในปี 2569 นี้ ตลาดอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับโอกาสครั้งใหญ่ จากการอัดฉีดงบประมาณลงทุนมหาศาลของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมของตนเอง และกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ บทความนี้จะเจาะลึกถึงโอกาสที่ประเทศไทยจะคว้าส่วนแบ่งทางการตลาดอุตสาหกรรม ด้วยการเตรียมความพร้อมใน 4 ด้านหลัก ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ทิศทาง 5 แกนเศรษฐกิจยุคใหม่ที่จะขับเคลื่อนการลงทุนในอนาคต
ภาพรวมอุตสาหกรรมไทยปี 2568: ความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม โรงงานสำเร็จรูปให้เช่า และคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่า ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
รายงานล่าสุด ณ สิ้นปี 2568 เผยให้เห็นว่า ภาพรวมตลาดที่ดินใน นิคมอุตสาหกรรม ประเทศไทย ยังคงมีแนวโน้มที่น่าสนใจ แม้จะมีการปรับตัวเล็กน้อย โดยมีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรวมประมาณ 221,788 ไร่ มีอัตราการครอบครองที่ดินที่สูงขึ้น สะท้อนถึงความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาทั่วไปของที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมอยู่ที่ประมาณ 8.31 ล้านบาทต่อไร่ ซึ่งมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย การพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมใหม่ๆ ก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าจะมีพื้นที่เพิ่มเติมอีกกว่า 18,000 ไร่ สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตในอนาคต
สำหรับตลาด โรงงานสำเร็จรูปให้เช่า หรือ Built-to-Suit Factory พบว่าในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2568 ไม่มีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาด ทำให้พื้นที่รวมของโรงงานสำเร็จรูปให้เช่าคงที่อยู่ที่ประมาณ 3.42 ล้านตารางเมตร อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างของโรงงานสำเร็จรูปให้เช่าได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 18.62% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า บ่งชี้ถึงความต้องการที่สูงเกินกว่าอุปทานที่มีอยู่
ในส่วนของ คลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่า หรือ Ready-Built Warehouse หรือ คลังสินค้าให้เช่า ก็แสดงแนวโน้มการเติบโตเช่นเดียวกัน โดยมีพื้นที่รวมเพิ่มขึ้นเป็น 6.05 ล้านตารางเมตร ณ สิ้นปี 2568 อัตราการว่างเฉลี่ยลดลงถึง 11.50% จากไตรมาส 3 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับโซลูชันคลังสินค้าที่ทันสมัยและพร้อมใช้งาน
โดยรวมแล้ว ความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม โรงงานสำเร็จรูปให้เช่า และคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่าในประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีปัจจัยผันผวนระยะสั้นจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นถึงกลางปี 2568 ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความน่าสนใจอย่างมากสำหรับการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม
5 แกนเศรษฐกิจยุคใหม่: ทิศทางการลงทุนที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ
สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ คือ ทิศทางการลงทุนของสหรัฐฯ ในยุคใหม่ ที่กำลังมีการ “รีเซ็ต” โครงสร้างอุตสาหกรรมของตนเอง ด้วยการอัดฉีดงบประมาณและการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อตอกย้ำตำแหน่งของสหรัฐฯ ในโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความมั่นคง และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การลงทุนนี้จะครอบคลุม 5 แกนหลักของเศรษฐกิจยุคใหม่ ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับทิศทางเหล่านี้:
AI & Digital Infrastructure: ปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนทุกภาคส่วน การลงทุนในด้านนี้จะครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์, ศูนย์ข้อมูล (Data Center), เครือข่าย 5G, และเทคโนโลยี AI ที่จำเป็นต่อการประมวลผลและการวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล
Advanced Manufacturing & Semiconductor: การผลิตขั้นสูงและอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ถือเป็นฐานรากของเทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งหมด สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับการผลิตภายในประเทศและสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด
Energy Security (รวม SMRs): ความมั่นคงทางพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพ ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ เทคโนโลยี Small Modular Reactors (SMRs) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก กำลังถูกผลักดันให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญในอนาคต เนื่องจากมีศักยภาพในการผลิตพลังงานที่ยั่งยืนและเชื่อถือได้
BioScience & Life Sciences: อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ไม่ได้เป็นเพียงอุตสาหกรรมสุขภาพอีกต่อไป แต่ได้ถูกยกระดับให้มีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการวิจัยและพัฒนาวัคซีน ยา และนวัตกรรมทางการแพทย์
Defense & Security Technology: เทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงงบประมาณกลาโหมเท่านั้น แต่ยังเป็นเทคโนโลยีแกนกลางที่เชื่อมโยงกับ AI, พลังงาน, เซมิคอนดักเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ การลงทุนในด้านนี้สะท้อนถึงความพยายามในการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งและลดความเสี่ยงในอนาคต
“โลกยุคใหม่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการลดความเสี่ยง (De-risking) และการกระจายฐานการผลิตไปยังพันธมิตรที่เชื่อถือได้ (Friend-shoring) แนวโน้มนี้หมายถึงการที่ประเทศต่างๆ ที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และความมั่นคง จะได้รับโอกาสในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพื่อกระจายฐานการผลิตออกไปจากประเทศใดประเทศหนึ่ง” พงษ์พันธ์ พลอยเพ็ชร หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์, คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าว
สำหรับประเทศไทย ในปี 2569 ถือเป็นปีแห่งโอกาสเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ด้วยระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมที่ครบถ้วนที่สุดในอาเซียน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน นิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ ท่าเรือ ห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค และประสบการณ์อันยาวนานในการเป็นฐานการผลิตให้กับอุตสาหกรรมระดับโลก การที่สหรัฐฯ และพันธมิตรเลือกที่จะเก็บงานวิจัยและพัฒนา (R&D) และเทคโนโลยีหลัก (Core Technology) ไว้ในประเทศของตนเอง และกระจายงานด้านการผลิต การประกอบ และการขยายกำลังการผลิตออกนอกประเทศเพื่อลดต้นทุนและกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างๆ ทำให้ประเทศไทยมีความได้เปรียบอย่างยิ่ง
4 ด้านที่ประเทศไทยต้องเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการลงทุนมหาศาลจากสหรัฐฯ
การอัดฉีดงบประมาณลงทุนของสหรัฐฯ ในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงโอกาสทองสำหรับประเทศที่มีความพร้อมในด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถคว้าโอกาสนี้ได้อย่างเต็มที่ จำเป็นต้องมีการเร่งปรับปรุงและเตรียมความพร้อมใน 4 ด้านหลักดังนี้:
ความพร้อมด้านพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้าที่มั่นคง: อุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะ Data Center และโรงงานผลิตขั้นสูง ต้องการพลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาลที่มีความเสถียรและยั่งยืน การลงทุนในแหล่งพลังงานหมุนเวียน และการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย จะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนใน โรงงานอุตสาหกรรม และ คลังสินค้า ที่ต้องการความต่อเนื่องในการดำเนินงาน
นิคมอุตสาหกรรมคุณภาพสูงที่รองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง: การพัฒนา นิคมอุตสาหกรรม ให้มีโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย พร้อมระบบสาธารณูปโภคครบครัน และมีความยืดหยุ่นในการรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ๆ เช่น อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์, EV & Battery, Bio-manufacturing, และ Data Center คือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การมี โรงงานสำเร็จรูปให้เช่า ที่ได้มาตรฐานและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้า จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและลดระยะเวลาในการก่อตั้งโรงงาน
ความรวดเร็วในการอนุมัติขั้นตอนการลงทุนและความชัดเจนเชิงนโยบาย: นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญกับความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ การลดขั้นตอนและระยะเวลาในการอนุมัติอนุญาตต่างๆ รวมถึงการสร้างความชัดเจนเชิงนโยบายจากระดับรัฐบาล จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและลดความเสี่ยงให้กับนักลงทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ การมี การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เพิ่มขึ้น จะเป็นผลโดยตรงจากความคล่องตัวนี้
การพัฒนาทักษะแรงงานสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต: ความต้องการแรงงานที่มีทักษะสูงในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง, Bio, และ Advanced Manufacturing จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด การลงทุนในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมที่ทันสมัย การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ พร้อมรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ๆ
การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จะขยายตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย:
Electronics & Semiconductor parts: ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์
EV & Battery: ยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่
Data Center & Digital Infrastructure: ศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
Bio-manufacturing & Medical Supply: การผลิตชีวภาพและเวชภัณฑ์
Advanced Logistics & Cold Chain: โลจิสติกส์ขั้นสูงและโซ่ความเย็น
ความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:
โรงงาน Built-to-Suit: ความต้องการโรงงานที่ออกแบบและสร้างตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า (Built-to-Suit) สำหรับโครงการขนาดใหญ่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Data Center: การขยายตัวของ Data Center จะมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงและความเสถียรอย่างต่อเนื่อง
คลังสินค้า: คลังสินค้าในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อกับท่าเรือและสนามบินได้อย่างมีประสิทธิภาพจะมีความต้องการสูงขึ้น
ผู้ประกอบการและทำเลที่สามารถ การันตีในเรื่องของพลังงานไฟฟ้า และน้ำสะอาด ในระยะยาว จะมีความได้เปรียบอย่างมากในการดึงดูดความต้องการเหล่านี้
ก้าวต่อไป: ยกระดับประเทศไทยสู่ Strategic Industrial & Logistics Hub
ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับบทบาทของตนเองจากเพียงฐานการผลิต สู่ Strategic Industrial & Logistics Hub หรือจุดยุทธศาสตร์สำคัญของอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของภูมิภาค การบรรลุเป้าหมายนี้ต้องการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความพร้อมใน 4 ด้านหลักข้างต้น
สำหรับผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ การเตรียมความพร้อมในด้านเหล่านี้ คือโอกาสสำคัญที่จะสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและคว้าส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของการลงทุนระดับโลก
หากท่านเป็นผู้ประกอบการ หรือนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจในภาคอุตสาหกรรม หรือต้องการวางกลยุทธ์การลงทุนในประเทศไทย โปรดติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อร่วมกันวิเคราะห์โอกาสและวางแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายของท่าน

