ประเทศไทย: ก้าวสู่มหานครแห่งการลงทุนอุตสาหกรรมยุคใหม่ภายใต้ยุทธศาสตร์ “De-risking”
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์มาเป็นระยะเวลากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์อุตสาหกรรมไทยอย่างใกล้ชิด ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับตัวและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา เราเห็นสัญญาณที่ชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งขับเคลื่อนโดยปัจจัยภายนอกที่สำคัญ และการเตรียมความพร้อมเชิงรุกภายในประเทศเพื่อคว้าโอกาสทองนี้
ตลาดนิคมอุตสาหกรรม โรงงาน และคลังสินค้า: สัญญาณบวกที่แข็งแกร่ง
ข้อมูลเชิงลึกจากรายงานล่าสุดแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับ ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม รวมถึง โรงงานสำเร็จรูปให้เช่า และ คลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่าในประเทศไทย ในช่วงสิ้นปี 2568 สถิติบ่งชี้ถึงอัตราการใช้พื้นที่ที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ โดยอัตราว่างของที่ดินอยู่ที่ประมาณ 6.52% ซึ่งลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ ราคาที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมก็ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย แสดงถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่ง
เมื่อพิจารณาถึง โรงงานสำเร็จรูปให้เช่า (RBFs) ในไตรมาส 4 ของปี 2568 เราไม่พบอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดมากนัก ซึ่งส่งผลให้พื้นที่รวมของโรงงานสำเร็จรูปให้เช่ามีการใช้งานสูงขึ้น และอัตราว่างเฉลี่ยลดลงอย่างมากจากไตรมาสก่อนหน้า สภาพการณ์เช่นนี้ย้ำเตือนถึงความเร่งด่วนในการพัฒนาศักยภาพเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของ คลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่า (RBWs) ตัวเลข ณ สิ้นปี 2568 แสดงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่รวมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอัตราว่างเฉลี่ยก็ลดลงเช่นกัน การเติบโตนี้สอดคล้องกับแนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจ E-commerce และความต้องการในการบริหารจัดการซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ
แม้จะมีความผันผวนบางประการในช่วงต้นปีถึงไตรมาส 3 ของปี 2568 อันเนื่องมาจากประเด็นด้านอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา แต่ประเทศไทยยังคงรักษาตำแหน่งประเทศที่มีความน่าสนใจในการลงทุนภาคอุตสาหกรรมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่จะเกิดขึ้น
การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสหรัฐฯ: โอกาสครั้งใหญ่สำหรับประเทศไทย
สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือทิศทางการลงทุนของสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงของการ “รีเซ็ตโครงสร้างอุตสาหกรรม” ครั้งใหญ่ โดยทุ่มงบประมาณและทรัพยากรจำนวนมหาศาลเพื่อกำหนดตำแหน่งของตนเองในเวทีโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความมั่นคง และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การลงทุนนี้จะมุ่งเน้นไปที่ 5 แกนหลักของเศรษฐกิจยุคใหม่ ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน ดังนี้:
AI & Digital Infrastructure: การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในโลกยุคปัจจุบันและอนาคต การมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและสามารถรองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัล
Advanced Manufacturing & Semiconductor: การยกระดับภาคการผลิตให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับโลก
Energy Security (รวม SMRs หรือ Small Modular Reactors): ความมั่นคงทางพลังงานเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจในระยะยาว การผลักดันเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพ เช่น Small Modular Reactors (SMRs) จะช่วยให้ประเทศสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานได้อย่างยั่งยืน
BioScience & Life Sciences: การยกระดับอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์และการแพทย์ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดูแลสุขภาพ แต่ยังเป็นประเด็นด้านความมั่นคงของชาติอีกด้วย การลงทุนในด้านนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการรับมือกับความท้าทายด้านสาธารณสุข และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ
Defense & Security Technology: เทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง ไม่ได้เป็นเพียงงบประมาณด้านการทหาร แต่เป็นเทคโนโลยีแกนกลางที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ AI พลังงาน เซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ การลงทุนในด้านนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศ
การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังนำพาโลกเข้าสู่ยุคแห่ง “De-risking” หรือการลดความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน และ “Friend-shoring” หรือการกระจายฐานการผลิตไปยังประเทศที่พร้อม เชื่อถือได้ และมีความปลอดภัยในเชิงยุทธศาสตร์
ประเทศไทย: Ecosystem ที่ครบวงจรสำหรับโอกาสการลงทุน
สำหรับประเทศไทย ปี 2569 ถือเป็นปีแห่งโอกาสเชิงโครงสร้างที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเรามี Ecosystem ด้านอุตสาหกรรมที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย นิคมอุตสาหกรรมคุณภาพสูง ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ ท่าเรือน้ำลึก เครือข่ายซัพพลายเชนระดับภูมิภาค และประสบการณ์อันยาวนานในการเป็นฐานการผลิตให้กับอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก
ขณะที่สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรเลือกที่จะรักษาเทคโนโลยีหลัก (Core Technology) และการวิจัยและพัฒนา (R&D) ไว้ในประเทศของตนเอง พวกเขาก็พร้อมที่จะกระจายงานด้านการผลิต การประกอบ และการขยายกำลังการผลิตออกไปยังประเทศอื่นๆ เพื่อลดต้นทุนและกระจายความเสี่ยง การอัดฉีดงบประมาณการลงทุนของสหรัฐฯ ในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 จึงเป็นโอกาสที่ประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีความพร้อมด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี AI และซัพพลายเชน จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่
4 มิติสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งยกระดับเพื่อคว้าโอกาส
เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นเป็น Strategic Industrial & Logistics Hub หรือศูนย์กลางอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์เชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมใน 4 มิติหลักดังนี้:
ความพร้อมด้านพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า: การมีแหล่งพลังงานที่มั่นคง ยั่งยืน และเพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุด การลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาด การปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูง และการสร้างความมั่นใจในด้านความมั่นคงของพลังงาน จะเป็นจุดแข็งสำคัญในการดึงดูดการลงทุน
นิคมอุตสาหกรรมคุณภาพสูงที่รองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง: การพัฒนา นิคมอุตสาหกรรมใหม่ และยกระดับนิคมอุตสาหกรรมที่มีอยู่ให้มีระบบและเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ๆ เช่น อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อุตสาหกรรม EV และแบตเตอรี่ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และอุตสาหกรรมชีวภาพ จะเป็นปัจจัยดึงดูดที่สำคัญ
ความรวดเร็วในการอนุมัติและนโยบายที่ชัดเจน: กระบวนการอนุมัติการลงทุนที่รวดเร็วและโปร่งใส รวมถึงความชัดเจนเชิงนโยบายจากภาครัฐในทุกระดับ ตั้งแต่รัฐบาลจนถึงหน่วยงานในพื้นที่ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และลดอุปสรรคในการเข้ามาลงทุน
การพัฒนาทักษะแรงงานสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต: การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวด การพัฒนาทักษะแรงงานให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีชั้นสูง ด้านชีววิทยาศาสตร์ ด้านการผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing) และด้านโลจิสติกส์ จะเป็นรากฐานสำคัญในการรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมเป้าหมายและโอกาสในตลาดไทย
การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างมากในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการลงทุนของสหรัฐฯ อาทิ:
Electronics & Semiconductor parts: การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ เป็นอุตสาหกรรมที่มีความต้องการสูงและมีมูลค่าเพิ่มสูง
EV & Battery: อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก และไทยมีศักยภาพที่จะเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ
Data Center & Digital Infrastructure: การขยายตัวของธุรกิจดิจิทัลและความต้องการข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ทำให้ การสร้าง Data Center ในไทย เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
Bio-manufacturing & Medical Supply: อุตสาหกรรมชีวภาพและการผลิตเวชภัณฑ์ เป็นอีกภาคส่วนที่กำลังเติบโตและมีความต้องการสูง
Advanced Logistics & Cold Chain: ความต้องการระบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Warehouse) จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มตลาดอุตสาหกรรมไทยในปี 2569:
ความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมที่พุ่งสูง: ทั้งในส่วนของโรงงาน Built-to-Suit ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย การขยายตัวของ Data Center ที่ต้องการพลังงานสูงและความเสถียร รวมถึงคลังสินค้าในทำเลที่เชื่อมต่อกับท่าเรือและสนามบิน จะมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ศักยภาพของทำเลที่พร้อม: ทำเลที่สามารถรับประกันความพร้อมด้านพลังงานไฟฟ้าและน้ำประปาในระยะยาว จะมีข้อได้เปรียบในการเข้าถึงโอกาสทางการลงทุนเหล่านี้
การยกระดับสู่ Global Industrial Hub: ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับบทบาทจากฐานการผลิต สู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์เชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาค
บทสรุป: ก้าวต่อไปสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนแห่งภูมิภาค
ด้วยศักยภาพอันโดดเด่นของ Ecosystem ที่ครบวงจร ประกอบกับการเตรียมความพร้อมเชิงรุกใน 4 มิติหลัก และการตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ “De-risking” ของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการลงทุนอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์แห่งภูมิภาคได้อย่างเต็มภาคภูมิ
หากคุณคือผู้ประกอบการ นักลงทุน หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ นี่คือโอกาสทองที่คุณไม่ควรพลาด การเตรียมความพร้อม การปรับตัว และการคว้าโอกาสเชิงโครงสร้างนี้ จะเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับความสำเร็จในอนาคต
ถึงเวลาแล้วที่เราจะร่วมกันผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำในเวทีอุตสาหกรรมโลกยุคใหม่ หากท่านต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม หรือต้องการที่ปรึกษาในการวางแผนกลยุทธ์การลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ไทย โปรดติดต่อเราเพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ไปพร้อมกัน

