• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701007 ดเง นใส องปลาช วยคนชราโดนหลอก (ละครส น) หน งส part2

admin79 by admin79
January 26, 2026
in Uncategorized
0
D2701007 ดเง นใส องปลาช วยคนชราโดนหลอก (ละครส น) หน งส part2

เศรษฐกิจไทยปี 2569: อสังหาริมทรัพย์ปรับตัวรับความท้าทาย ‘แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์’ มุ่งเน้นความมั่นคง เปิด 2 โครงการแนวราบ มูลค่า 3.6 พันล้าน พร้อมขยายการลงทุนสู่ธุรกิจโรงแรม

ในขณะที่เศรษฐกิจโลกยังคงผันผวนและส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็เผชิญกับความท้าทายที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และการชะลอตัวของการบริโภค ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างต้องทบทวนกลยุทธ์ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่คาดเดาได้ยาก

หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศอย่าง บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ได้ประกาศแผนการดำเนินงานประจำปี 2569 โดยเน้นย้ำถึงการบริหารจัดการความเสี่ยง และการปรับกลยุทธ์เพื่อความมั่นคง ผ่านการเปิดตัวโครงการใหม่ที่จำกัดจำนวนลง แต่ยังคงมุ่งเน้นคุณภาพ ควบคู่ไปกับการขยายการลงทุนในธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่ LH มีความเชี่ยวชาญและศักยภาพในการเติบโต

ท่ามกลางแรงกดดัน: กลยุทธ์ “เพลย์เซฟ” ของ LH ในตลาดอสังหาริมทรัพย์

นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหารของ LH ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ว่า เป็นปีที่ต้องประคับประคองตัวอย่างยิ่งยวด ท่ามกลางปัจจัยลบที่รุมเร้าจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ “เรายังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในเร็ววันนี้ เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนยังคงมีจำกัด” นายนพร กล่าว

จากแนวโน้มดังกล่าว LH จึงได้ปรับกลยุทธ์จากเดิมที่เคยเปิดตัวโครงการจำนวนมากในปีก่อนหน้า มาสู่การดำเนินงานที่เน้นความระมัดระวังมากขึ้นในปีนี้ โดยจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3,660 ล้านบาท ซึ่งล้วนเป็นโครงการประเภทแนวราบทั้งหมด ขณะที่โครงการประเภทคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์จะถูกชะลอการเปิดตัวออกไปก่อน เนื่องจากตลาดยังคงมีปริมาณซัพพลายคงค้างอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“ในปี 2568 เราได้เปิดตัวโครงการไปถึง 3 โครงการ มูลค่ากว่า 8,960 ล้านบาท แต่ในปีนี้ เราเลือกที่จะเปิดเพียง 2 โครงการ ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดในรอบหลายปี สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ที่ภาคธุรกิจต้องแบกรับภาระมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและการบริโภคที่หดหายไป แม้ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรง แต่ก็เป็นปัจจัยใหม่ที่เพิ่มความไม่แน่นอนเข้ามาอีก” นายนพร กล่าวเสริม

กลยุทธ์ “เพลย์เซฟ” ของ LH มุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) และการรักษาความสามารถในการแข่งขัน การเร่งเปิดโครงการใหม่ในช่วงเวลาที่ตลาดมีความเปราะบางเช่นนี้ อาจไม่ส่งผลดีต่อภาพรวมตลาด LH จึงตัดสินใจปรับทิศทางการลงทุน โดยหันมาเพิ่มน้ำหนักให้กับธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอและสอดคล้องกับแนวโน้มการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว

“เมื่อเทียบกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา โดยเฉพาะวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันมีความซับซ้อนและยากลำบากกว่ามาก เนื่องจากกลุ่มลูกค้าในระดับกลางถึงล่างมีกำลังซื้อที่อ่อนแอมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่วิกฤตครั้งนั้นกระทบเฉพาะภาคธุรกิจ แต่ผู้บริโภคยังมีความแข็งแรง และเมื่อมีการกระตุ้นเศรษฐกิจก็สามารถฟื้นตัวได้ แต่สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น” นายนพร กล่าวทิ้งท้าย

เจาะลึกโครงการใหม่: บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมและบ้านเดี่ยวสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่

นายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการของ LH ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานในปี 2569 โดยจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ 2 โครงการ ที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในระดับกลางถึงบน

โครงการแรกคือ “นันทวัน เพรสทีจ ราชพฤกษ์-พรานนก” ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักชัวรี บนพื้นที่กว่า 33.2 ไร่ จำนวน 34 ยูนิต ราคาขายตั้งแต่ 60-100 ล้านบาทต่อหลัง มูลค่าโครงการรวม 2,220 ล้านบาท โดยมีกำหนดเปิดตัวในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2569 โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง มองหาความเป็นส่วนตัว ความสงบ และการใช้ชีวิตที่เหนือระดับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

โครงการที่สองคือ “ชัยพฤกษ์ 3 รามอินทรา-วงแหวน” เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมสำหรับครอบครัวยุคใหม่ บนพื้นที่ 30.9 ไร่ จำนวน 124 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ย 10-13 ล้านบาทต่อหลัง มูลค่าโครงการ 1,440 ล้านบาท โดยมีกำหนดเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 โครงการนี้เน้นการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวสมัยใหม่ ด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ลงตัว ทำเลที่เชื่อมต่อกับเมืองได้สะดวก และสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น

เมื่อรวมโครงการใหม่กับโครงการเดิมที่ดำเนินการอยู่ LH จะมีโครงการอสังหาริมทรัพย์รวมทั้งสิ้น 69 โครงการ มูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 63 โครงการ มูลค่า 69,000 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท โดยมีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จพร้อมโอน 5 โครงการ และโครงการ “วันเวลา ณ เจ้าพระยา” ซึ่งคาดว่าจะสร้างเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในช่วงกลางไตรมาส 4 ของปี 2569

การลงทุนเชิงรุกในธุรกิจโรงแรม: Grande Centre Point สู่การเติบโตในระดับสากล

นอกเหนือจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย LH ยังได้จัดสรรงบประมาณลงทุนประมาณ 4,500 ล้านบาท สำหรับการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่มูลค่า 2,000 ล้านบาท และอีก 2,500 ล้านบาท สำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์ Grande Centre Point

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัวโรงแรม Grande Centre Point Voyage ที่เมืองพัทยา ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งที่ 3 ของแบรนด์ในพัทยา มีกำหนดเปิดดำเนินการในเดือนตุลาคม 2569 โดยเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ 494 ห้อง พร้อมสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเครือโรงแรมกว่า 20,000 ตารางเมตร การลงทุนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ LH ในการยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวและการพักผ่อนให้แก่ลูกค้า

นอกจากนี้ LH ยังมีแผนพัฒนาโรงแรม Grande Centre Point Chinatown ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการในปี 2571 ซึ่งเป็นการขยายฐานธุรกิจโรงแรมเข้าสู่ใจกลางเมืองที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวสูง การขยายการลงทุนในธุรกิจโรงแรมนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการสร้างแหล่งรายได้ประจำที่มั่นคงให้กับบริษัทในระยะยาว

เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน LH ยังมีแผนที่จะออกหุ้นกู้มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนดชำระ และเพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินงาน โดยคาดการณ์ว่า ณ สิ้นปี 2569 อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ (Net Gearing Ratio) ของบริษัทจะลดลงอยู่ในระดับประมาณ 1 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมและสะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงิน

เป้าหมายปี 2569: ยอดขาย 1.5 หมื่นล้านบาท, ยอดโอน 1.7 หมื่นล้านบาท และรายได้จากค่าเช่า 9.9 พันล้านบาท

สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจในปี 2569 นายอาชวิณ ได้ตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 15,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 17,000 ล้านบาท โดยคาดว่ารายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าจะสูงถึง 9,900 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของ LH ต่อศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย

สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง: รากฐานแห่งความยั่งยืน

นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการสายสนับสนุนและผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน (CFO) ของ LH ได้ยืนยันถึงความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินของบริษัท โดยปัจจัยสำคัญมาจากการบริหารจัดการสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพ และพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่มีมูลค่าสูง

“ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินการออกหุ้นกู้ไปแล้วรวม 13,200 ล้านบาท อายุ 2-3 ปี โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยเพียง 2.16% ต่อปี เพื่อใช้ในการไถ่ถอนหุ้นกู้เดิมและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 64,000 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ประมาณ 1.20 เท่า พร้อมกับต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยที่ 2.82% ซึ่งเป็นระดับที่บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายวิทย์ กล่าว

ปัจจุบัน LH มีโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าและบริการภายใต้การบริหารจัดการรวม 17 แห่ง ประกอบด้วยโรงแรมในเครือ Grande Centre Point ที่เปิดดำเนินการแล้ว 9 แห่ง โดย 6 แห่งได้ขายเข้ากองทรัสต์เรียบร้อยแล้ว และอีก 2 แห่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีศูนย์การค้า Terminal 21 จำนวน 3 แห่ง โดย 2 แห่งได้ขายเข้ากองทรัสต์แล้ว รวมถึงธุรกิจอพาร์ตเมนต์และโรงแรมในสหรัฐอเมริกาอีก 3 แห่ง

“แม้ว่าในปีที่ผ่านมา รายได้รวมของบริษัทคาดว่าจะลดลงประมาณ 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องมาจากปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะจากตลาดจีน ประกอบกับการขายทรัพย์สินบางส่วนออกไป ทำให้รายได้จากอาคารเหล่านั้นหายไป แต่การเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 2 แห่งที่ลุมพินีและราชดำริ ซึ่งดำเนินการได้เร็วกว่าแผน ก็สามารถช่วยชดเชยรายได้ในส่วนที่ขาดหายไปได้ในระดับหนึ่ง” นายวิทย์ กล่าว

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: การปรับตัวสู่ยุคใหม่

ในภาพรวม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ก็ยังมีโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว การเน้นพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ควบคู่ไปกับการกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจที่มีศักยภาพ เช่น ธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความยั่งยืน

LH กำลังก้าวเข้าสู่ปี 2569 ด้วยความรอบคอบ แต่ก็พร้อมที่จะคว้าโอกาสในการเติบโต ผ่านการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การลงทุนในธุรกิจที่แข็งแกร่ง และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคใหม่

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 เพื่อประกอบการตัดสินใจ ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ของเรา เพื่อรับคำปรึกษาและข้อมูลอัปเดตล่าสุด ที่จะช่วยให้คุณก้าวทันทุกการเปลี่ยนแปลงและคว้าโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของคุณ

Previous Post

D2701006 กำจ cเม ยหลวงแต เม ยน อยมาช วย(ละครส น) หน งส นด part2

Next Post

D2701008 แม ให บทเร ยนล (ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post
D2701008 แม ให บทเร ยนล (ละครส น) หน งส นด BSC part2

D2701008 แม ให บทเร ยนล (ละครส น) หน งส นด BSC part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.