• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701004 แม าหลอกขายน ำแตงโม(ละครส น) หน งส นด BSC part2

admin79 by admin79
January 26, 2026
in Uncategorized
0
D2701004 แม าหลอกขายน ำแตงโม(ละครส น) หน งส นด BSC part2

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์: กลยุทธ์ “ประคองเกม” ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2569 – เน้นการเติบโตที่ยั่งยืนและความมั่นคง

กรุงเทพมหานคร, 21 มกราคม 2569 – ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของภาคครัวเรือน ประกอบกับทิศทางการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังคงมีความเข้มงวด ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 ยังคงเป็นปีแห่งความท้าทายและคาดเดาได้ยากยิ่งขึ้นกว่าที่เคย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงปริมาณอุปทานส่วนเกินในบางเซ็กเมนต์ และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ท่ามกลางบริบทดังกล่าว บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ได้ประกาศแผนกลยุทธ์ประจำปี 2569 โดยเน้นการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ประคองเกม” (Playing Safe) มุ่งเน้นการบริหารจัดการสภาพคล่องและลดระดับหนี้สินต่อทุนให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้ปรับลดการเปิดตัวโครงการใหม่ โดยเน้นการพัฒนาโครงการประเภทแนวราบเพียง 2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3,660 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ได้ตัดสินใจชะลอการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ออกไป เนื่องจากยังคงมีปริมาณสินค้าคงค้างจำนวนมากในตลาด และกำลังซื้อของผู้บริโภคในระดับกลางถึงล่างยังคงซบเซาอย่างต่อเนื่อง

นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) อธิบายถึงทิศทางดังกล่าวว่า “เรามองว่าปี 2569 ยังคงเป็นปีที่ทุกภาคส่วนต้องใช้ความระมัดระวังในการดำเนินธุรกิจ ปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค ทั้งในและต่างประเทศยังคงผันผวน หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และมาตรการทางการเงินที่เข้มงวด ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค เราจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ การเปิดโครงการใหม่จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเน้นโครงการที่มีศักยภาพและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดจริง ๆ”

การปรับทัพสู่การเติบโตที่ยั่งยืน: โครงการแนวราบที่คัดสรรและการลงทุนในธุรกิจโรงแรม

ภายใต้แผนงานปี 2569 แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ วางแผนเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่เพียง 2 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการแนวราบระดับบน โดยหนึ่งในนั้นเป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติและเลื่อนมาจากปีที่ผ่านมา และอีกหนึ่งโครงการเป็นโครงการใหม่ การตัดสินใจนี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยง และการมุ่งเน้นการสร้างรายได้จากการขายโครงการที่มีอัตรากำไรที่แน่นอน

โครงการแรกที่จะเปิดตัวคือ “นันทวัน เพรสทีจ ราชพฤกษ์-พรานนก” โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Ultra-Luxury ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ บนพื้นที่กว่า 33.2 ไร่ จำนวน 34 ยูนิต โดยมีราคาขายต่อยูนิตอยู่ในช่วง 60-100 ล้านบาท มูลค่าโครงการรวม 2,220 ล้านบาท โครงการนี้มีกำหนดเปิดตัวในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2569

ส่วนโครงการที่สองคือ “ชัยพฤกษ์ 3 รามอินทรา-วงแหวน” เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับกลาง-บน ตั้งอยู่บนพื้นที่ 30.9 ไร่ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวจำนวน 124 ยูนิต ราคาขายประมาณ 10-13 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,440 ล้านบาท โครงการนี้มีกำหนดเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569

เมื่อรวมกับโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและการพัฒนาในปัจจุบัน บริษัทฯ จะมีโครงการที่อยู่อาศัยรวมทั้งสิ้น 69 โครงการ มูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นโครงการแนวราบ 63 โครงการ มูลค่า 69,000 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมโอน 5 โครงการ และอีกหนึ่งโครงการคือ “วันเวลา ณ เจ้าพระยา” คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในช่วงกลางไตรมาส 4 ของปี 2569

นายนพร เสริมว่า “เราสังเกตเห็นว่าตลาดคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ในหลายทำเลมีซัพพลายที่ค่อนข้างสูง ประกอบกับอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงขึ้นถึง 30% ในทุกระดับราคา ทำให้การเปิดโครงการประเภทนี้มีความเสี่ยงสูงขึ้น เราจึงเลือกที่จะเน้นการพัฒนาโครงการแนวราบระดับบน ซึ่งยังมีกำลังซื้อที่ค่อนข้างแข็งแกร่งและมีความต้องการที่ชัดเจน”

นอกเหนือจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย LH ยังได้ปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยเพิ่มการลงทุนในธุรกิจโรงแรมอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีแผนตั้งงบประมาณการลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็น 2,000 ล้านบาท สำหรับการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และอีก 2,500 ล้านบาท สำหรับการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์ Grande Centre Point

ไฮไลท์สำคัญคือการก่อสร้างโรงแรม Grande Centre Point Voyage ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพัทยา จะเป็นโรงแรมแห่งที่ 3 ในเครือที่พัทยา และมีขนาดใหญ่ที่สุดในเครือโรงแรมด้วยจำนวนห้องพัก 494 ห้อง พร้อมสวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2569 นี้ นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเปิดตัวโรงแรม Grande Centre Point Chinatown ในปี 2571 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวในการขยายธุรกิจโรงแรมให้ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

นายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนการลงทุนในธุรกิจโรงแรมว่า “การลงทุนในธุรกิจโรงแรมเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ประจำที่มั่นคง เรามองเห็นศักยภาพในการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว และเชื่อมั่นว่าแบรนด์ Grande Centre Point จะสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้อย่างดีเยี่ยม การเปิดตัว Grande Centre Point Voyage ที่พัทยาด้วยขนาดและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน จะเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว”

การบริหารจัดการทางการเงินที่แข็งแกร่ง: เสาหลักแห่งความเชื่อมั่น

ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินไว้ได้อย่างน่าประทับใจ นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการสายสนับสนุนและผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน ยืนยันว่า “บริษัทฯ มีการบริหารจัดการสภาพคล่องและสินทรัพย์ลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีฐานะการเงินที่มั่นคงพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์”

ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินการออกหุ้นกู้รวมมูลค่า 13,200 ล้านบาท อายุ 2-3 ปี โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 2.16% ต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนด และเพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินงาน ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 64,000 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Gearing Ratio) อยู่ที่ประมาณ 1.20 เท่า ด้วยต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย 2.82% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าและบริการ ปัจจุบัน LH มีโครงการที่พัฒนาและบริหารงานอยู่รวม 17 แห่ง ประกอบด้วยโรงแรม Grande Centre Point ที่เปิดดำเนินการแล้ว 9 แห่ง (ขายเข้ากองทรัสต์ 6 แห่ง) และอยู่ระหว่างก่อสร้าง 2 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีศูนย์การค้า Terminal 21 จำนวน 3 แห่ง (ขายเข้ากองทรัสต์ 2 แห่ง) รวมถึงอพาร์ตเมนต์และโรงแรมในสหรัฐอเมริกาอีก 3 แห่ง

แม้ว่าในปีที่ผ่านมาคาดว่ารายได้รวมจะลดลงประมาณ 12% จากปีก่อนหน้า อันเนื่องมาจากผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวที่ทำให้นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีนลดลง และการขายสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำบางส่วนออกไป แต่การเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 2 แห่งที่ลุมพินีและราชดำริได้เร็วกว่าแผน ก็ช่วยชดเชยรายได้บางส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายที่ท้าทายแต่เป็นไปได้: การเติบโตที่แข็งแกร่งในปี 2569

สำหรับปี 2569 แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 15,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 17,000 ล้านบาท โดยคาดหวังรายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าอยู่ที่ 9,900 ล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ แม้ในสภาวะตลาดที่ท้าทาย

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมเงินลงทุนสำหรับการซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มเติมอีก 2,000 ล้านบาท และลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าอีก 2,500 ล้านบาท รวมถึงมีแผนออกหุ้นกู้มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด และคาดว่า ณ สิ้นปี 2569 อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิจะลดลงอยู่ในระดับประมาณ 1 เท่า ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจในการบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงินให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: ความไม่แน่นอนที่ต้องจับตา

นายนพร ได้ให้มุมมองเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ว่ามีความแตกต่างจากวิกฤตการณ์ในอดีต เช่น วิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2540 “ในครั้งนั้น แม้ธุรกิจจะได้รับผลกระทบ แต่ผู้บริโภคยังมีกำลังซื้อที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง เมื่อมีการกระตุ้นเศรษฐกิจก็เห็นผลได้ชัดเจน แต่ในวิกฤตครั้งนี้ กลุ่มระดับกลาง-ล่างได้รับผลกระทบต่อเนื่องมานาน กำลังซื้ออ่อนแอมาก เราจึงต้องพึ่งพาปัจจัยภายในประเทศมากขึ้น และหวังว่าหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ สถานการณ์ต่างๆ จะมีทิศทางที่ดีขึ้น”

ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในขณะนี้ แต่ก็เป็นตัวแปรใหม่ที่เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับภาพรวมเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมได้ การบริหารจัดการความเสี่ยงและวางแผนการดำเนินงานอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกบริษัทที่อยู่ในภาคธุรกิจนี้

มองไปข้างหน้า: การปรับตัวเพื่อความยั่งยืน

กลยุทธ์ “ประคองเกม” ของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ในปี 2569 นี้ เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อสภาวะตลาด และความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน การให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการหนี้สิน การเพิ่มการลงทุนในธุรกิจที่มีรายได้ประจำ และการคัดเลือกโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีศักยภาพสูง ล้วนเป็นแนวทางที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ที่พร้อมจะปรับตัวและสร้างความแข็งแกร่งท่ามกลางความท้าทาย

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกำลังพิจารณาถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจในยุคแห่งความไม่แน่นอน การศึกษาและทำความเข้าใจกลยุทธ์ของบริษัทชั้นนำอย่าง LH อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการวางแผนอนาคตของคุณในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

หากท่านกำลังมองหาโอกาสในการ ลงทุนอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ หรือต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ คอนโดพร้อมอยู่ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ หรือกำลังมองหา บ้านเดี่ยวราคา 10 ล้าน ที่มอบความสะดวกสบายและการใช้ชีวิตที่เหนือระดับ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ ของเรา เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณของคุณได้แล้ววันนี้

Previous Post

D2701003 กค าจอมเส ยม(ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post

D2701005 กำล งจะขอสาวเป นแฟนแต นทำแหวนหาย(ละครส น) หน งส part2

Next Post
D2701005 กำล งจะขอสาวเป นแฟนแต นทำแหวนหาย(ละครส น) หน งส part2

D2701005 กำล งจะขอสาวเป นแฟนแต นทำแหวนหาย(ละครส น) หน งส part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.