• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2401066 พอได มล กล มเม part2

admin79 by admin79
January 26, 2026
in Uncategorized
0
D2401066 พอได มล กล มเม part2

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569: กลยุทธ์ประคองตัว ผสานการลงทุนในธุรกิจโรงแรม

ในปี 2569 วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน จากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ส่งผลต่อเนื่องมายังเศรษฐกิจภายในประเทศ ประกอบกับภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และนโยบายการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังคงความเข้มงวด ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนยากที่จะคาดการณ์ถึงการฟื้นตัวของตลาดได้อย่างชัดเจน

ในสถานการณ์เช่นนี้ บริษัทชั้นนำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่าง แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2569 โดยเน้นการบริหารจัดการธุรกิจให้อยู่ในภาวะที่มั่นคง (Play Safe) ลดระดับสินค้าคงค้าง และลดภาระหนี้สินต่อทุน พร้อมกันนี้ได้ชะลอการเปิดโครงการใหม่ประเภทคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ลง เนื่องจากตลาดในกลุ่มนี้ยังมีปริมาณซัพพลายอยู่ค่อนข้างมาก และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่สูงขึ้นถึง 30% ในทุกระดับราคา

เปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ 2 โครงการ มูลค่า 3,660 ล้านบาท

ในปี 2569 บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้ประกาศเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 2 โครงการ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดในรอบหลายปี มูลค่ารวม 3,660 ล้านบาท โดยทั้งสองโครงการเป็นโครงการประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบ สะท้อนให้เห็นถึงการปรับกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นความระมัดระวังในการลงทุน ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

โครงการที่ 1 คือ “นันทวัน เพรสทีจ ราชพฤกษ์-พรานนก” เป็นบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury ราคา 60-100 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 33.2 ไร่ จำนวน 34 หลัง มูลค่าโครงการ 2,220 ล้านบาท มีกำหนดเปิดตัวในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2569

โครงการที่ 2 คือ “ชัยพฤกษ์ 3 รามอินทรา-วงแหวน” เป็นบ้านเดี่ยวระดับบน ราคา 10-13 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 30.9 ไร่ จำนวน 124 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,440 ล้านบาท มีกำหนดเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569

เมื่อรวมกับโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน บริษัทจะมีโครงการที่อยู่อาศัยทั้งหมด 69 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 80,000 ล้านบาท โดยเป็นโครงการแนวราบ 63 โครงการ มูลค่า 69,000 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมโอน 5 โครงการ และโครงการ “วันเวลา ณ เจ้าพระยา” ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในช่วงกลางไตรมาส 4 ของปี 2569

แผนการลงทุน 4,500 ล้านบาท: ซื้อที่ดินและขยายธุรกิจโรงแรม

นอกเหนือจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยังได้จัดสรรงบประมาณลงทุนรวมประมาณ 4,500 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตในระยะยาว โดยแบ่งเป็น

การซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย: จำนวน 2,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในอนาคต
การลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า (Recurring Income Businesses): จำนวน 2,500 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก

การลงทุนในธุรกิจโรงแรมจะมุ่งเน้นไปที่การขยายเครือ “Grande Centre Point” โดยปัจจุบันมีโรงแรมที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 แห่ง ได้แก่

Grande Centre Point Voyage (พัทยา): คาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2569 เป็นโรงแรมแห่งที่ 3 ในพัทยา มีห้องพักจำนวน 494 ห้อง และโดดเด่นด้วยสวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่ที่สุดในเครือโรงแรม
Grande Centre Point Chinatown: มีแผนเปิดให้บริการในปี 2571

การลงทุนในธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่านี้ เป็นการกระจายความเสี่ยง และสร้างแหล่งรายได้ประจำที่มั่นคง ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขาย (Development Property) ได้เป็นอย่างดี

การบริหารจัดการทางการเงินที่แข็งแกร่ง

บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง จากการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ดี และการมีสินทรัพย์ลงทุนที่หลากหลาย โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิประมาณ 64,000 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Gearing Ratio) อยู่ที่ประมาณ 1.20 เท่า และมีต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 2.82%

ในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทได้มีการออกหุ้นกู้เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมและเพื่อใช้ในการดำเนินงาน รวมเป็นมูลค่า 13,200 ล้านบาท อายุ 2-3 ปี โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ 2.16% ต่อปี

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่าและบริการ ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ภายใต้การบริหาร 17 แห่ง ประกอบด้วย

โรงแรม Grande Centre Point: 9 แห่ง เปิดดำเนินการแล้ว และ 2 แห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
ศูนย์การค้า Terminal 21: 3 แห่ง
อพาร์ตเมนต์และโรงแรมในสหรัฐอเมริกา: 3 แห่ง

แม้ว่าในปี 2568 คาดว่ารายได้รวมของบริษัทจะลดลงประมาณ 12% จากปีก่อนหน้า อันเนื่องมาจากผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและการขายสินทรัพย์บางส่วนออกไป แต่การเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 2 แห่งที่ลุมพินีและราชดำริเร็วกว่าแผน ก็สามารถช่วยชดเชยรายได้บางส่วนได้

เป้าหมายการดำเนินงานปี 2569

สำหรับปี 2569 บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้ตั้งเป้าหมายสำคัญดังนี้

ยอดขาย: 15,000 ล้านบาท
ยอดโอนกรรมสิทธิ์: 17,000 ล้านบาท
รายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า: 9,900 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้เพิ่มเติมประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด และคาดว่า ณ สิ้นปี 2569 จะสามารถลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิลงมาอยู่ในระดับประมาณ 1 เท่า

มุมมองจากผู้บริหาร

นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ยังคงมีความยากลำบากกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 เนื่องจากในครั้งนี้ได้รับผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อระดับกลาง-ล่าง ที่ประสบปัญหาความอ่อนแอของกำลังซื้อมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่วิกฤตปี 2540 นั้น ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเป็นหลัก แต่ผู้บริโภคยังคงมีความแข็งแรงอยู่

อย่างไรก็ตาม มีความคาดหวังว่าภายหลังการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ สถานการณ์ต่างๆ จะมีทิศทางที่ดีขึ้น

นายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) และการรักษาความสามารถในการแข่งขัน หากเร่งเปิดโครงการใหม่มากเกินไป อาจไม่ส่งผลดีต่อภาพรวมของตลาด ดังนั้น การปรับกลยุทธ์ไปเพิ่มการลงทุนในธุรกิจโรงแรม จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และเมืองสำคัญ

แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเผชิญความท้าทาย แต่ในบางทำเล โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยระดับบน (High-end Properties) และโครงการที่เน้นคุณภาพชีวิตที่ดี (Quality of Life)

สำหรับ อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ โครงการที่อยู่อาศัยในทำเลศักยภาพ เช่น ราชพฤกษ์-พรานนก และรามอินทรา-วงแหวน ที่บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดตัวในปีนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งยังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพดี แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน

ในส่วนของ โรงแรมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะทำเลอย่างเยาวราช (Chinatown) ซึ่งเป็นย่านที่มีเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว มีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การลงทุนในโรงแรมระดับ 5 ดาวในทำเลดังกล่าว จึงเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจในการสร้างรายได้ที่มั่นคง

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า ถือเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอและลดความเสี่ยงจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขาย โดยเฉพาะการลงทุนในโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในทำเลที่มีศักยภาพ

การซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงที่ตลาดชะลอตัวนี้ เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้พัฒนาที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ในการเข้าซื้อที่ดินในราคาที่เหมาะสม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตของตลาดในอนาคต

ปัจจัยเสี่ยงและโอกาส

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาในปี 2569 ได้แก่:

ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย: ความผันผวนของอัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และการเติบโตทางเศรษฐกิจ
หนี้ครัวเรือน: การบริหารจัดการภาระหนี้สินของประชาชน
การเมือง: เสถียรภาพทางการเมืองและนโยบายภาครัฐ
อัตราดอกเบี้ย: การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย
กำลังซื้อ: ความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสที่น่าสนใจ:

การท่องเที่ยวฟื้นตัว: หากสถานการณ์โลกคลี่คลาย การท่องเที่ยวจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ในแหล่งท่องเที่ยว
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: นโยบายของภาครัฐที่มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภค
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน: โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ ที่จะช่วยกระตุ้นการพัฒนาพื้นที่และเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์

สรุป

ปี 2569 เป็นปีแห่งการบริหารจัดการความเสี่ยง และการปรับกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้ดำเนินกลยุทธ์ “ประคองตัว” โดยเน้นการลดสต็อก ลดหนี้สิน และเพิ่มการลงทุนในธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำที่มั่นคง ควบคู่ไปกับการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบในระดับบนที่มีความต้องการเฉพาะกลุ่ม

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา บ้านเดี่ยวหรู หรือ คอนโดมิเนียมทำเลดี ในช่วงเวลานี้ ควรศึกษาข้อมูลโครงการอย่างรอบคอบ และประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของตนเองอย่างถี่ถ้วน ในขณะเดียวกัน การลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า หรือ หุ้นกู้ ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว

หากท่านกำลังพิจารณาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย กรุณาติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อรับคำปรึกษาและแนวทางการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายของท่าน.

Previous Post

D2401065 กชายนอกใจต อหน าแม part2

Next Post

D2401067 สาม เห นแก นอกใจภรรยาท วย part2

Next Post
D2401066 พอได มล กล มเม part2

D2401067 สาม เห นแก นอกใจภรรยาท วย part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.