• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2401049 EP2 นค อสายล บจ บช part2

admin79 by admin79
January 24, 2026
in Uncategorized
0
D2401049 EP2 นค อสายล บจ บช part2

อสังหาริมทรัพย์ไทย: กลยุทธ์พลิกวิกฤต สู่โอกาสการลงทุนที่เหนือชั้นในปี 2569

ในยุคที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจกลายเป็น “New Normal” ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน การคาดการณ์ทิศทางตลาดจึงกลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม ท่ามกลางสมรภูมิที่ผันผวน บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ได้ประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญในปี 2569 โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ควบคู่ไปกับการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3,600 ล้านบาท พร้อมทั้งขยายการลงทุนเชิงรุกสู่ธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน

ภูมิทัศน์อสังหาริมทรัพย์ปี 2569: ความท้าทายที่ต้องเผชิญ

นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร LH ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยกดดันรอบด้านที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 ประการแรกคือความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ประการที่สองคือระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ประการสุดท้ายคือมาตรการที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ทำให้ผู้ที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ประสบปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ทำให้การคาดการณ์ช่วงเวลาที่ตลาดจะกลับมาคึกคักอีกครั้งเป็นเรื่องที่ยากลำบาก

“ปี 2568 ที่ผ่านมา เราได้เปิดตัวโครงการใหม่ไปถึง 3 โครงการ มูลค่ารวม 8,960 ล้านบาท แต่สำหรับปี 2569 นี้ เราตัดสินใจเปิดเพียง 2 โครงการ มูลค่ารวม 3,660 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวโครงการใหม่ที่น้อยที่สุดในรอบหลายปี เนื่องจากเราประเมินว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน รวมถึงภาระที่ภาคเอกชนต้องแบกรับมายาวนานกว่าทศวรรษ เริ่มส่งสัญญาณของความอ่อนล้า ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงและการบริโภคที่ชะลอตัว เป็นตัวสะท้อนที่ชัดเจน แม้ว่าปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในต่างประเทศอาจไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่ก็ถือเป็นปัจจัยผันแปรใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ทำให้ภาพรวมของความไม่แน่นอนมีสูงมาก” นายนพร กล่าว

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว LH จึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์โดยเน้นการ “ประคองตัว” เป็นหลัก มุ่งมั่นในการบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การเร่งเปิดตัวโครงการใหม่จำนวนมากในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาพรวมของตลาด LH จึงหันมาเพิ่มการลงทุนในธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ที่มั่นคง

“หากเทียบกับวิกฤตการณ์ที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้มีความท้าทายมากกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 เสียอีก เพราะในปัจจุบัน กลุ่มลูกค้าในระดับกลางถึงล่างได้รับผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำลังซื้อมีความอ่อนแอ ในขณะที่ช่วงวิกฤตปี 2540 นั้น ผลกระทบส่วนใหญ่จำกัดอยู่เพียงภาคธุรกิจ แต่ผู้บริโภคยังคงมีความแข็งแกร่ง และเมื่อมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็สามารถช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้ เราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากมีการเลือกตั้งและได้รัฐบาลใหม่ สถานการณ์ต่าง ๆ จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น” นายนพร กล่าวเสริม

การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัย: คุณภาพเหนือปริมาณ

นายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ LH เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในปี 2569 ว่า บริษัทจะเปิดตัวโครงการใหม่ 2 โครงการในระดับบน ซึ่งคัดสรรมาอย่างดีเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดระดับบนที่ยังคงมีกำลังซื้อสูง โครงการแรกคือ “นันทวัน เพรสทีจ ราชพฤกษ์-พรานนก” ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 33.2 ไร่ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวหรู 34 หลัง ราคาขายตั้งแต่ 60-100 ล้านบาท มูลค่าโครงการรวม 2,220 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2569

ส่วนอีกหนึ่งโครงการคือ “ชัยพฤกษ์ 3 รามอินทรา-วงแหวน” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 30.9 ไร่ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว 124 ยูนิต ในราคา 10-13 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,440 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 การเปิดตัวโครงการแนวราบ 2 โครงการนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ LH ที่จะเน้นคุณภาพและความพิเศษของโครงการ แทนที่จะเน้นปริมาณ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) ในตลาดคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ ซึ่งปัจจุบันยังมีซัพพลายค้างอยู่จำนวนมาก ประกอบกับอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่สูงขึ้นถึง 30% ในทุกระดับราคา

เมื่อรวมกับโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ทั้งหมด LH จะมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การบริหารรวม 69 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 80,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นโครงการแนวราบ 63 โครงการ มูลค่า 69,000 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จพร้อมโอน 5 โครงการ และอีก 1 โครงการคือ “วันเวลา ณ เจ้าพระยา” คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในช่วงกลางไตรมาส 4 ของปี 2569

การลงทุนในธุรกิจโรงแรม: กุญแจสู่รายได้ที่เติบโต

เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างแหล่งรายได้ใหม่ที่มั่นคง LH ได้จัดสรรงบประมาณลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาทในปี 2569 โดยแบ่งเป็น 2,000 ล้านบาท สำหรับการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และอีก 2,500 ล้านบาท สำหรับการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า ซึ่งส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การลงทุนในธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์ Grande Centre Point

ปัจจุบัน LH มีโรงแรม Grande Centre Point ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 แห่ง แห่งแรกคือ “Grande Centre Point Voyage” ที่เมืองพัทยา ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2569 นี้ โรงแรมแห่งนี้จะเป็นโรงแรมแห่งที่ 3 ของ LH ในเมืองพัทยา โดดเด่นด้วยขนาดใหญ่ถึง 494 ห้อง พร้อมทั้งสวนน้ำขนาดกว่า 20,000 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเครือโรงแรม Grande Centre Point

ส่วนโรงแรมแห่งที่สองคือ “Grande Centre Point Chinatown” ซึ่งมีแผนจะเปิดให้บริการในปี 2571 การลงทุนเชิงรุกในธุรกิจโรงแรมนี้ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ LH ในการมองเห็นศักยภาพของธุรกิจโรงแรมในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยเริ่มฟื้นตัว

นอกจากนี้ LH ยังมีแผนจะออกหุ้นกู้มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนดในปี 2569 และเพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ คาดการณ์ว่า ณ สิ้นปี 2569 อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ (Net Gearing Ratio) จะลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 1 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าพอใจและแสดงถึงความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน

“สำหรับปี 2569 เราตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 15,000 ล้านบาท ยอดโอนกรรมสิทธิ์ 17,000 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าประมาณ 9,900 ล้านบาท” นายอาชวิณ กล่าว

ความแข็งแกร่งทางการเงิน: รากฐานแห่งความเชื่อมั่น

นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการสายสนับสนุนและผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน ยืนยันว่า LH ยังคงมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยอาศัยการบริหารจัดการสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพ และการมีสินทรัพย์ลงทุนที่หลากหลาย ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ออกหุ้นกู้รวมมูลค่า 13,200 ล้านบาท อายุ 2-3 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.16% ต่อปี เพื่อใช้ในการคืนหุ้นกู้เดิมและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน

ณ สิ้นปี 2568 หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Bearing Debt) ของบริษัทอยู่ที่ 64,000 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ประมาณ 1.20 เท่า และต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 2.82% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

ปัจจุบัน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าและบริการของ LH มีโครงการที่อยู่ภายใต้การบริหารรวม 17 แห่ง ประกอบด้วยโรงแรม Grande Centre Point ที่เปิดดำเนินการแล้ว 9 แห่ง โดย 6 แห่งได้มีการขายเข้ากองทรัสต์ และอีก 2 แห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีศูนย์การค้า Terminal 21 จำนวน 3 แห่ง ซึ่ง 2 แห่งได้ขายเข้ากองทรัสต์ รวมถึงอพาร์ตเมนต์และโรงแรมในสหรัฐอเมริกาอีก 3 แห่ง

“ในปีที่ผ่านมา เราคาดว่ารายได้รวมทั้งปีจะลดลงประมาณ 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ลดลง ประกอบกับการที่บริษัทได้มีการขายทรัพย์สินให้เช่าออกไป ทำให้รายได้จากอาคารเหล่านั้นหายไป อย่างไรก็ตาม การเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 2 แห่งที่ลุมพินีและราชดำริ ซึ่งเร็วกว่าแผนที่วางไว้ ก็สามารถช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงไปได้ในระดับหนึ่ง” นายวิทย์ กล่าว

แนวโน้มการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทย: โอกาสที่ซ่อนอยู่

แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะเผชิญกับความท้าทายในปี 2569 แต่สำหรับนักลงทุนที่เข้าใจตลาดและมีวิสัยทัศน์ที่เฉียบคม ยังมีโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับบน (Luxury Real Estate) ที่ยังคงมีความต้องการสูง และกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว

การลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Properties) ในทำเลศักยภาพ เช่น กรุงเทพมหานคร และเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างพัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูง หรือต้องการ ซื้อบ้านหรู ในทำเลที่ดีที่สุด ควรพิจารณาโครงการที่มาจากผู้พัฒนาที่มีชื่อเสียงและมีความเชี่ยวชาญ เช่น LH ที่มีประวัติผลงานที่ยาวนาน และมีความเข้าใจในความต้องการของตลาดระดับบนเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ การลงทุนใน คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ หรือ บ้านพร้อมอยู่ ที่มีดีไซน์สวยงามและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการเข้าอยู่ได้ทันที หรือนักลงทุนที่ต้องการปล่อยเช่า

บทสรุปและก้าวต่อไป

ปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการปรับตัวและกลยุทธ์เชิงรุกของ LH ในการรับมือกับความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย การมุ่งเน้นที่คุณภาพของโครงการ การบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และการขยายการลงทุนในธุรกิจโรงแรม สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของบริษัท ในฐานะผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมนี้

สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในตลาด อสังหาริมทรัพย์ไทย การทำความเข้าใจถึงภาพรวมตลาด แนวโน้มเศรษฐกิจ และกลยุทธ์ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ จะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

หากท่านเป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหา โอกาสลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการ ซื้อบ้าน หรือ คอนโด ที่มีคุณภาพและศักยภาพในการเติบโตในอนาคต การศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการที่อยู่อาศัยและแผนการลงทุนของบริษัทชั้นนำอย่าง LH คือก้าวแรกที่สำคัญสู่การตัดสินใจที่ชาญฉลาดและประสบความสำเร็จในการลงทุนของท่าน

Previous Post

D2401048 เจอแฟนเก ากลายเป นคนไร าน part2

Next Post

D2401050 แค เด นผ านมาได ภรรยาเฉย part2

Next Post
D2401050 แค เด นผ านมาได ภรรยาเฉย part2

D2401050 แค เด นผ านมาได ภรรยาเฉย part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.