• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2401036 วพ อค ดจะล อต วแม part2

admin79 by admin79
January 24, 2026
in Uncategorized
0

ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569 นี้ เป็นอีกปีที่ผู้เล่นรายใหญ่ต่างต้องปรับกลยุทธ์การลงทุนอย่างรอบคอบ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทั้งในระดับมหภาคและจุลภาค การแข่งขันที่เข้มข้น และแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกต่างๆ หนึ่งในยักษ์ใหญ่แห่งวงการที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ซึ่งภายใต้การนำของคณะผู้บริหารมากวิสัยทัศน์ ได้ประกาศแผนงานสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการประคองตัว พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการเติบโตใหม่ๆ อย่างมีนัยสำคัญ

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569: ความท้าทายที่มองเห็นชัดเจน

นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร LH ได้ฉายภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 ว่า ยังคงเผชิญกับ “แรงกดดันรอบด้าน” ซึ่งเป็นคำอธิบายที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายประการ ประการแรกคือ “เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ยังผันผวน” ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ความผันผวนนี้อาจหมายถึงความไม่แน่นอนของการเติบโต กำลังซื้อที่อาจลดลง หรือแม้กระทั่งความเสี่ยงในการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น

ประการต่อมาคือ “ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง” ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กัดกร่อนกำลังซื้อของผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง การมีภาระหนี้สินที่สูงทำให้ประชาชนมีเงินเหลือใช้จ่ายน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการซื้อสินทรัพย์ขนาดใหญ่ เช่น อสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ “การเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ” ของสถาบันการเงินก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ “กำลังซื้อ” ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ การที่ธนาคารมีความระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น ทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อบ้าน หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ ต้องเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งส่งผลให้ “ยอดปฏิเสธสินเชื่อ” หรือ “รีเจ็กต์เcรต” ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในทุกระดับราคา

ด้วยปัจจัยลบเหล่านี้ นายนพร ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่กล้าจะคาดเดาได้ว่าตลาดอสังหาฯ จะฟื้นตัวได้เมื่อใด” เนื่องจากยังไม่เห็น “ปัจจัยบวกที่มาสนับสนุน” ที่ชัดเจนและแข็งแกร่งเพียงพอที่จะพลิกกระแสของตลาดได้

กลยุทธ์ “Play Safe” และการเปิดตัวโครงการใหม่ภายใต้ความระมัดระวัง

ท่ามกลางสภาวะตลาดที่คาดเดาได้ยาก LH จึงเลือกใช้กลยุทธ์ “Play Safe” หรือการดำเนินงานอย่างระมัดระวังในช่วงปี 2569 โดยมีเป้าหมายหลักคือ “การประคองตัว” ของธุรกิจ การ “ลดระดับสินค้าคงเหลือ” และ “ระดับหนี้สินต่อทุน” (D/E Ratio) ให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยจะ “เปิดโครงการใหม่เพียง 2 โครงการ” ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 3,660 ล้านบาท

ข้อสังเกตที่สำคัญคือ โครงการใหม่ทั้ง 2 โครงการนี้เป็น “โครงการแนวราบทั้งหมด” ซึ่งสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์ที่ชัดเจนจากการ “ชะลอการเปิดคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์” เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจนี้มาจาก “ตลาดคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ยังมีซัพพลายอยู่ค่อนข้างมาก” ซึ่งหมายถึงจำนวนยูนิตที่สร้างเสร็จแล้วหรือกำลังจะสร้างเสร็จมีปริมาณสูงเมื่อเทียบกับความต้องการซื้อในปัจจุบัน

นายนพร ยังกล่าวเสริมว่า การเปิดโครงการใหม่จำนวนน้อยในปีนี้ถือเป็นการ “น้อยที่สุดในรอบหลาย ๆ ปี” ซึ่งตอกย้ำถึงความระมัดระวังในการบริหารจัดการธุรกิจภายใต้ “โครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่เป็นแบบนี้” โดยเฉพาะเมื่อภาคเอกชนเองก็ “เริ่มออกอาการ” จากการแบกรับภาระมานานกว่าทศวรรษ ปัญหา “หนี้ครัวเรือน” และ “การบริโภคที่หายไป” ยังเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจน แม้ว่า “ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์” อาจไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่ก็ถือเป็น “ตัวแปรใหม่ที่เพิ่มความไม่แน่นอน” เข้ามาอีกชั้นหนึ่ง

การลงทุนเชิงรุกในธุรกิจโรงแรม: ทางเลือกใหม่แห่งการกระจายความเสี่ยง

นอกจากการประคับประคองธุรกิจหลักในส่วนของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยแล้ว LH ยังได้ปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยการ “เพิ่มการลงทุนในธุรกิจโรงแรมมากขึ้น” ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยง และมองหาแหล่งรายได้ใหม่ที่มีศักยภาพในระยะยาว

นายนพร ได้เปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับ “วิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540” โดยระบุว่า “ตลาดอสังหาฯ ปีนี้ เทียบกับวิกฤตที่ผ่านมา ถือว่ามีความยากกว่า” เนื่องจากในครั้งนี้ “กลุ่มระดับกลาง-ล่างซึมมาตลอด และกำลังซื้ออ่อนแอ” ในขณะที่ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งนั้น แม้ธุรกิจจะได้รับผลกระทบ แต่ผู้บริโภคยังมีความแข็งแรง และเมื่อมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ดีขึ้น

การลงทุนในธุรกิจโรงแรมนั้น มีความสำคัญต่อแผนธุรกิจของ LH ในปี 2569 โดยเฉพาะการลงทุนใน “โรงแรม Grande Centre Point” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ LH ให้ความสำคัญ และมีแผนการขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง

รายละเอียดแผนการดำเนินงานปี 2569: โครงการเด่นและการลงทุนที่น่าจับตา

นายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ LH ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานในปี 2569 ซึ่งจะเปิดตัวโครงการใหม่ในกลุ่ม “ระดับกลาง-บน” 2 โครงการ ได้แก่:

นันทวัน เพรสทีจ ราชพฤกษ์-พรานนก: โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี ตั้งอยู่บนพื้นที่ 33.2 ไร่ จำนวน 34 หลัง ราคาขายอยู่ในช่วง 60-100 ล้านบาทต่อหลัง มีมูลค่าโครงการรวม 2,220 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2569 โครงการนี้เน้นตอบสนองกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงที่มองหาบ้านในทำเลคุณภาพ พร้อมการออกแบบที่หรูหรา และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ชัยพฤกษ์ 3 รามอินทรา-วงแหวน: โครงการบ้านเดี่ยวระดับกลางถึงบน ตั้งอยู่บนพื้นที่ 30.9 ไร่ จำนวน 124 ยูนิต ราคาขายอยู่ในช่วง 10-13 ล้านบาทต่อหลัง มีมูลค่าโครงการ 1,440 ล้านบาท มีแผนเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 โครงการนี้มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของกลุ่มครอบครัวที่มองหาบ้านในทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้เมือง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

เมื่อรวมกับโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ LH จะมีโครงการทั้งหมด 69 โครงการ มูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็น “โครงการแนวราบ 63 โครงการ มูลค่า 69,000 ล้านบาท” และ “คอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท” ในส่วนของคอนโดมิเนียม มี 5 โครงการที่สร้างเสร็จพร้อมโอน และอีก 1 โครงการคือ “โครงการวันเวลา ณ เจ้าพระยา” ซึ่งคาดว่าจะสร้างเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในช่วงกลางไตรมาส 4 ของปี 2569

การลงทุนในที่ดินและธุรกิจโรงแรม: งบประมาณ 4.5 พันล้านบาท

LH ได้เตรียมงบประมาณลงทุนไว้ประมาณ 4,500 ล้านบาท สำหรับปี 2569 โดยแบ่งออกเป็น:

การซื้อที่ดินเพื่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย: จำนวน 2,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในอนาคต และรักษาสถานะการเป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์
การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า: จำนวน 2,500 ล้านบาท โดยเน้นไปที่การลงทุนใน “โรงแรม Grande Centre Point” ซึ่งมีแผนการก่อสร้างโรงแรมใหม่ 2 แห่ง ได้แก่:
Grande Centre Point Voyage: ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2569 นี้ ถือเป็นโรงแรมแห่งที่ 3 ของเครือในเมืองพัทยา มีขนาดใหญ่ถึง 494 ห้อง พร้อมสวนน้ำกว่า 20,000 ตารางเมตร ซึ่งนับเป็น “สวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเครือโรงแรม”
Grande Centre Point Chinatown: มีแผนจะเปิดให้บริการในปี 2571 การลงทุนในธุรกิจโรงแรมเหล่านี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ LH ในการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่มั่นคง และการขยายฐานธุรกิจสู่กลุ่มธุรกิจบริการ

นอกจากนี้ LH ยังมีแผนที่จะ “ออกหุ้นกู้มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท” เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด ซึ่งเป็นการบริหารจัดการหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ และรักษา “อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ” ให้อยู่ในระดับประมาณ 1 เท่า ณ สิ้นปี 2569

เป้าหมายทางการเงินที่ท้าทายและศักยภาพในการสร้างรายได้

สำหรับปี 2569 LH ได้ตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน:

ยอดขาย: 15,000 ล้านบาท
ยอดโอนกรรมสิทธิ์: 17,000 ล้านบาท
รายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า: 9,900 ล้านบาท

ตัวเลขเป้าหมายเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ LH ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต แม้ในสภาวะตลาดที่ท้าทาย โดยเฉพาะการมุ่งเน้นการสร้างรายได้จากธุรกิจให้เช่า ซึ่งมีความมั่นคงและสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง

ฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง: รากฐานแห่งความเชื่อมั่น

นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการสายสนับสนุนและผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน ยืนยันถึง “ฐานะทางการเงินที่มั่นคง” ของบริษัท ซึ่งเป็นผลมาจากการ “บริหารจัดการสภาพคล่องที่ดี” และ “สินทรัพย์ลงทุนที่มีอยู่” ในปีที่ผ่านมา LH ได้มีการออกหุ้นกู้รวม 13,200 ล้านบาท อายุ 2-3 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.16% ต่อปี เพื่อ “คืนหุ้นกู้เดิม” และใช้เป็น “เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน”

ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมี “หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ 64,000 ล้านบาท” โดยมี “อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ประมาณ 1.20 เท่า” และ “ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย 2.82%” ซึ่งถือเป็นระดับที่บริหารจัดการได้

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าและบริการ: แหล่งรายได้ที่หลากหลาย

ปัจจุบัน LH มีโครงการที่พัฒนาและอยู่ภายใต้การบริหารในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าและบริการถึง 17 แห่ง ประกอบด้วย:

โรงแรม Grande Centre Point: 9 แห่งที่เปิดดำเนินการแล้ว และ 2 แห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
ศูนย์การค้า Terminal 21: 3 แห่ง
ธุรกิจอื่นๆ: รวมถึงอพาร์ตเมนต์และโรงแรมในสหรัฐอเมริกาอีก 3 แห่ง

แม้ว่าในปี 2568 จะคาดการณ์ว่า “รายได้ทั้งปีจะลดลงประมาณ 12%” จากปีก่อน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจาก “สถานการณ์ที่กระทบต่อภาคการท่องเที่ยว” ทำให้ “จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง” โดยเฉพาะ “นักท่องเที่ยวจีน” ประกอบกับการขายทรัพย์สินให้เช่าบางส่วนออกไป อย่างไรก็ตาม การ “เปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 2 แห่งที่ลุมพินีและราชดำริ” ที่ดำเนินการได้เร็วกว่าแผน ก็สามารถ “ช่วยชดเชยรายได้ได้บางส่วน”

บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต

กลยุทธ์ของ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ในปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวอย่างชาญฉลาดต่อสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน การเน้นโครงการแนวราบระดับบน การบริหารจัดการต้นทุน และการลงทุนเชิงรุกในธุรกิจโรงแรม เป็นการสร้างสมดุลระหว่างการ “ประคองตัว” และการ “มองหาโอกาสเติบโต” การลงทุนในธุรกิจโรงแรมไม่ใช่เพียงการกระจายความเสี่ยง แต่เป็นการสร้าง “แหล่งรายได้ประจำ” ที่มีศักยภาพสูงในระยะยาว

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ ผมมองว่าการตัดสินใจของ LH เป็นการสะท้อนถึงความเข้าใจในธรรมชาติของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป การที่บริษัทสามารถรักษาฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และมีวิสัยทัศน์ในการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจอยู่เสมอ คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ LH สามารถก้าวผ่านความท้าทายต่างๆ ไปได้ และยังคงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยต่อไป

สำหรับนักลงทุน หรือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ การติดตามความเคลื่อนไหวของ LH จะเป็นข้อมูลที่มีค่าอย่างยิ่ง การที่บริษัทเลือกเน้นย้ำถึงการลงทุนในธุรกิจโรงแรม อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงทิศทางใหม่ๆ ที่น่าสนใจในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่ไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาที่อยู่อาศัย แต่รวมถึงธุรกิจบริการและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการสร้างรายได้ประจำ

หากคุณกำลังพิจารณาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการศึกษาโอกาสในการพัฒนาธุรกิจโรงแรมให้เช่า การทำความเข้าใจกลยุทธ์และการดำเนินงานของผู้นำอย่าง LH จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเยี่ยมในการวางแผนธุรกิจของคุณในปี 2569 นี้.

Previous Post

D2401037 นางนกต อหาผ วให เพ อน part2

Next Post

D2401038 วพ อหว งล อแม าน part2

Next Post
D2401038 วพ อหว งล อแม าน part2

D2401038 วพ อหว งล อแม าน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.