• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2401026 หว งแต จะได เก อบขว ญหายเพราะความโลภ part2

admin79 by admin79
January 24, 2026
in Uncategorized
0
D2401026 หว งแต จะได เก อบขว ญหายเพราะความโลภ part2

อสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569: กลยุทธ์ประคองตัวท่ามกลางความท้าทายและการลงทุนในภาคโรงแรมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมานานกว่าทศวรรษ การประเมินทิศทางตลาดในปี 2569 หรือปี 2026 นี้ จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยเชิงลึกที่ซับซ้อนกว่าที่เคย เรากำลังเผชิญกับยุคสมัยที่ไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนด้วยสภาวะเศรษฐกิจมหภาค แต่ยังรวมถึงพลวัตของกำลังซื้อที่เปลี่ยนแปลงไป และความต้องการของผู้บริโภคที่ปรับตัวตามเทรนด์โลก บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ผู้นำในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้ประกาศแผนการดำเนินงานที่สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นกลยุทธ์ “เพลย์เซฟ” หรือการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ ประคองตัว พร้อมๆ กับการมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโต โดยเฉพาะการขยายการลงทุนในภาคโรงแรม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569: สัญญาณแห่งความไม่แน่นอนที่ต้องรับมือ

นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองที่เฉียบคมเกี่ยวกับแนวโน้มตลาด อสังหาริมทรัพย์ไทย ในปี 2569 ว่ายังคงเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเป็นประเด็นหลัก ประกอบกับภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และมาตรการที่เข้มงวดขึ้นในการปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ล้วนเป็นปัจจัยที่บั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง ทำให้การคาดการณ์ถึงจุดฟื้นตัวของตลาด อสังหาริมทรัพย์ เป็นไปได้ยาก เนื่องจากยังขาดปัจจัยบวกที่ชัดเจนมาสนับสนุน

“ปี 2569 จึงเป็นอีกปีที่ต้องเน้นการประคับประคองตัว บริหารจัดการระดับสินค้าคงค้างและลดสัดส่วนหนี้สินต่อทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด” นายนพร กล่าวเสริม “เรามองเห็นถึงความจำเป็นในการปรับกลยุทธ์อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการเปิดโครงการใหม่ที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน”

กลยุทธ์การเปิดโครงการใหม่: เน้นแนวราบ ลดทอนคอนโดมิเนียม

ภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทายนี้ LH ได้วางแผนเปิดโครงการใหม่เพียง 2 โครงการในปี 2569 ด้วยมูลค่ารวม 3,660 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดในรอบหลายปี ตัวเลขนี้สะท้อนถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่เด็ดขาด โดยโครงการใหม่ทั้งหมดจะเป็นโครงการประเภท บ้านเดี่ยว และ บ้านหรู ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์แนวราบ การชะลอการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์นั้น มีเหตุผลสำคัญมาจากปริมาณซัพพลายในตลาดที่ยังมีอยู่ค่อนข้างมาก และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (reject rate) ที่สูงขึ้นถึง 30% ในทุกระดับราคา

“ในปี 2568 เราได้เปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 8,960 ล้านบาท แต่สำหรับปี 2569 การเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 2 โครงการ สะท้อนถึงความเข้าใจในสภาวะเศรษฐกิจไทยปัจจุบันที่ภาคเอกชนต้องแบกรับภาระมานานกว่าทศวรรษ” นายนพร อธิบาย “หนี้ครัวเรือนที่สูงและการบริโภคที่ชะลอตัว เป็นปัจจัยกดดันที่ชัดเจน แม้ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรง แต่ก็เป็นตัวแปรใหม่ที่เพิ่มความไม่แน่นอนเข้าไปอีก”

การลงทุนในธุรกิจโรงแรม: ก้าวสำคัญสู่การสร้างรายได้ที่มั่นคง

เมื่อเผชิญกับความไม่แน่นอนในตลาด อสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย LH จึงได้ปรับกลยุทธ์ไปสู่การเพิ่มการลงทุนในธุรกิจโรงแรมอย่างมีนัยสำคัญ “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้มีความยากกว่าวิกฤตที่ผ่านมา เช่น วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลางถึงล่างมีกำลังซื้อที่อ่อนแอมาตลอด” นายนพร ให้ทัศนะ “ในขณะที่ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ปัญหาหลักอยู่ที่ภาคธุรกิจ แต่ผู้บริโภคยังมีความแข็งแรง หากมีการกระตุ้นเศรษฐกิจก็สามารถฟื้นตัวได้”

การลงทุนในธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะภายใต้แบรนด์ Grande Centre Point ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของบริษัท ในการสร้างแหล่งรายได้ที่มั่นคงและกระจายความเสี่ยง นายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานปี 2569

เปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์และขยายการลงทุนโรงแรม

สำหรับแผนการดำเนินงานปี 2569 LH ได้วางแผนเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ 2 โครงการในระดับกลาง-บน ได้แก่:

นันทวัน เพรสทีจ ราชพฤกษ์-พรานนก: โครงการนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ 33.2 ไร่ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยวระดับหรู จำนวน 34 หลัง ราคาจำหน่ายอยู่ในช่วง 60-100 ล้านบาทต่อยูนิต ด้วยมูลค่าโครงการรวม 2,220 ล้านบาท โดยมีกำหนดเปิดตัวในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2569
ชัยพฤกษ์ 3 รามอินทรา-วงแหวน: โครงการนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ 30.9 ไร่ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว จำนวน 124 ยูนิต ราคาจำหน่ายอยู่ในช่วง 10-13 ล้านบาทต่อยูนิต มูลค่าโครงการ 1,440 ล้านบาท มีกำหนดเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569

เมื่อรวมกับโครงการที่ดำเนินการอยู่เดิม LH จะมีโครงการที่อยู่อาศัยรวมทั้งสิ้น 69 โครงการ มูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท โดย 63 โครงการเป็นแนวราบ มูลค่า 69,000 ล้านบาท และ 6 โครงการเป็นคอนโดมิเนียม มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้ มีคอนโดมิเนียมพร้อมโอน 5 โครงการ และโครงการ วันเวลา ณ เจ้าพระยา ซึ่งคาดว่าจะสร้างเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในช่วงกลางไตรมาส 4 ปี 2569

การลงทุนในภาคโรงแรม: Grande Centre Point ก้าวสู่การเป็นผู้นำ

สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือการลงทุนในธุรกิจโรงแรม LH ได้เตรียมงบประมาณลงทุนไว้ประมาณ 4,500 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 2,000 ล้านบาท สำหรับการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และ 2,500 ล้านบาท สำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การลงทุนในโรงแรมภายใต้แบรนด์ Grande Centre Point

Grande Centre Point Voyage (พัทยา): โรงแรมแห่งที่ 3 ในพัทยาแห่งนี้ มีกำหนดเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2569 ด้วยห้องพักจำนวน 494 ห้อง พร้อมด้วยสวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเครือโรงแรม Grande Centre Point
Grande Centre Point Chinatown: โรงแรมแห่งนี้มีแผนเปิดดำเนินการในปี 2571 ซึ่งจะเสริมความแข็งแกร่งของเครือโรงแรมในทำเลศักยภาพใจกลางกรุงเทพฯ

การลงทุนในธุรกิจโรงแรมสะท้อนถึงกลยุทธ์การสร้างรายได้ที่หลากหลายและมีเสถียรภาพ ในขณะที่ตลาด อสังหาริมทรัพย์ขายขาด ยังคงมีความผันผวน

แผนการเงิน: เสริมสภาพคล่องและบริหารจัดการหนี้สิน

เพื่อสนับสนุนแผนการลงทุนและขยายธุรกิจ LH วางแผนจะออกหุ้นกู้มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน คาดการณ์ว่า ณ สิ้นปี 2569 สัดส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ (Net Gearing Ratio) จะลดลงมาอยู่ในระดับประมาณ 1 เท่า ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ

นายอาชวิณ กล่าวสรุปถึงเป้าหมายทางการเงินสำหรับปี 2569 ว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 15,000 ล้านบาท ยอดโอนกรรมสิทธิ์ 17,000 ล้านบาท และรายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า (Rental Income) อีก 9,900 ล้านบาท

ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง: พลังขับเคลื่อนท่ามกลางความท้าทาย

นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการสายสนับสนุนและผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน ยืนยันถึงความแข็งแกร่งของฐานะการเงินของบริษัท ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ดีและจากสินทรัพย์ลงทุนที่มีอยู่ “ในปีที่ผ่านมา เราได้ออกหุ้นกู้มูลค่ารวม 13,200 ล้านบาท อายุ 2-3 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.16% ต่อปี เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมและใช้ในการดำเนินงาน” นายวิทย์ กล่าว

ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ 64,000 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ประมาณ 1.20 เท่า และต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 2.82% ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการทางการเงินที่รอบคอบและมีวินัย

พอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า: ความหลากหลายและการเติบโต

ปัจจุบัน LH มีโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าและบริการภายใต้การบริหารจัดการรวม 17 แห่ง ประกอบด้วย:

โรงแรม Grande Centre Point: 9 แห่งเปิดดำเนินการแล้ว และ 2 แห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
ศูนย์การค้า Terminal 21: 3 แห่ง โดย 2 แห่งได้ขายเข้ากองทรัสต์แล้ว
อพาร์ตเมนต์และโรงแรมในสหรัฐอเมริกา: 3 แห่ง

“ในปีที่ผ่านมา เราคาดว่ารายได้รวมจะลดลงประมาณ 12% จากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ภาคการท่องเที่ยวที่ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน นอกจากนี้ การขายสินทรัพย์เพื่อเช่าบางส่วนออกไป ก็ทำให้รายได้จากทรัพย์สินเหล่านั้นหายไป” นายวิทย์ อธิบาย “อย่างไรก็ตาม การเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 2 แห่งที่ลุมพินีและราชดำริได้เร็วกว่าแผน ได้ช่วยชดเชยรายได้ในส่วนนี้ไปได้บ้าง”

มองไปข้างหน้า: โอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย

แม้ว่าตลาด อสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่จะยังคงเผชิญกับความท้าทาย แต่การปรับกลยุทธ์ของ LH โดยการเน้นโครงการแนวราบระดับบน และการลงทุนเชิงรุกในธุรกิจโรงแรม แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและมองเห็นโอกาสท่ามกลางความไม่แน่นอน

สำหรับนักลงทุนหรือผู้ที่กำลังมองหา บ้านพร้อมอยู่ หรือ คอนโดมิเนียมพร้อมโอน ในปี 2569 นี้ ควรศึกษาข้อมูลโครงการอย่างละเอียด พิจารณาปัจจัยด้านทำเลศักยภาพ คุณภาพการก่อสร้าง และความน่าเชื่อถือของผู้พัฒนาโครงการ

ในขณะเดียวกัน สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว การลงทุนในธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีกลยุทธ์การบริหารจัดการที่ดี เช่น Grande Centre Point อาจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

บทสรุปและก้าวต่อไป

ปี 2569 เป็นปีแห่งการปรับตัวและพิสูจน์ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ได้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ชาญฉลาด โดยการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบในตลาดบ้านและคอนโดมิเนียม พร้อมทั้งขยายการลงทุนในธุรกิจโรงแรมเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

หากคุณเป็นนักลงทุน นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย การทำความเข้าใจในพลวัตของตลาดและกลยุทธ์ของผู้เล่นรายใหญ่ จะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจที่ถูกต้อง

ถึงเวลาแล้วที่จะสำรวจโอกาสใหม่ๆ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย หรือค้นหาที่พักที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ โปรดติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศักยภาพของการลงทุนในธุรกิจโรงแรม เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จไปด้วยกัน

Previous Post

D2401025 งท เคยทำมา ใช าม นจะเป นส งท part2

Next Post

D2401027 ความย ธรรม กาก part2

Next Post
D2401027 ความย ธรรม กาก part2

D2401027 ความย ธรรม กาก part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.