การปรับทัพ “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” สู่ทศวรรษใหม่: กลยุทธ์อสังหาฯ ลาดเอียงสู่ความมั่นคงท่ามกลางความผันผวน
ในยุคที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญกับกระแสลมที่พัดพาความไม่แน่นอนจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งจากเศรษฐกิจโลกที่แปรปรวน ภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อที่ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อ ทำให้ภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ยังคงคาดการณ์ได้ยากยิ่งขึ้น ท่ามกลางสภาวะเช่นนี้ “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” (L&H) หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้ประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยหันมาเน้นการดำเนินงานที่ “เพลย์เซฟ” (Play Safe) มากขึ้น เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
การปรับกลยุทธ์ “เพลย์เซฟ” ในตลาดอสังหาฯ ไทย
นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ได้ฉายภาพทิศทางของบริษัทในปี 2569 ว่า จะเป็นปีแห่งการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ โดยลดระดับสินค้าคงเหลือ และบริหารจัดการระดับหนี้สินต่อทุนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเปิดโครงการใหม่จะเน้นความระมัดระวัง โดยแผนในปีนี้จะเปิดโครงการแนวราบเพียง 2 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3,660 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดในรอบหลายปี สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ประมาทในการขยายตัว
“เรามองว่าปี 2569 เป็นอีกปีที่ต้องประคับประคองตัว” นายนพรกล่าว “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้มีความท้าทายที่แตกต่างจากวิกฤตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 เพราะครั้งนั้นกลุ่มผู้บริโภคยังมีความแข็งแรง แต่ปัจจุบันกลุ่มระดับกลาง-ล่างซึมมาตลอด กำลังซื้ออ่อนแอ การเปิดโครงการจำนวนมากอาจไม่ส่งผลดีต่อภาพรวมตลาด”
การตัดสินใจชะลอการเปิดคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ สะท้อนถึงการประเมินสถานการณ์ตลาดอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่สูงขึ้นถึง 30% ในทุกระดับราคา ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงกำลังซื้อที่อ่อนแอและข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภค
การลงทุนใหม่: รุกธุรกิจโรงแรมและที่ดินทำเลทอง
ท่ามกลางความท้าทายในตลาดที่อยู่อาศัย “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” ได้ปรับเปลี่ยนทิศทางการลงทุนไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่มั่นคงและสม่ำเสมอมากขึ้น โดยจะมีการจัดสรรงบประมาณถึง 4,500 ล้านบาท สำหรับการซื้อที่ดินเพื่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย 2,000 ล้านบาท และอีก 2,500 ล้านบาท จะถูกนำไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า โดยเน้นไปที่ธุรกิจโรงแรม
การลงทุนในโรงแรม Grande Centre Point เป็นกลยุทธ์สำคัญ ซึ่งปัจจุบันมีโรงแรมที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 แห่ง ได้แก่ Grande Centre Point Voyage ที่เมืองพัทยา ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้ ด้วยห้องพัก 494 ห้อง พร้อมสวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร ถือเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในเครือ นอกจากนี้ ยังมีแผนการเปิดโรงแรม Grande Centre Point Chinatown ในปี 2571 ซึ่งเป็นการตอกย้ำการขยายธุรกิจบริการและโรงแรมอย่างต่อเนื่อง
“เราเห็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคงจากธุรกิจโรงแรม” นายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ กล่าว “แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีความผันผวน แต่ธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในทำเลที่มีศักยภาพ สามารถสร้างกระแสเงินสดที่ดีและมีความยืดหยุ่นต่อสภาวะเศรษฐกิจได้มากกว่า”
ภาพรวมโครงการและเป้าหมายปี 2569
ในปี 2569 นี้ “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” จะเปิดตัวโครงการใหม่ 2 โครงการหลัก ได้แก่
นันทวัน เพรสทีจ ราชพฤกษ์-พรานนก: โครงการบ้านเดี่ยวระดับหรู บนพื้นที่ 33.2 ไร่ จำนวน 34 ยูนิต ราคา 60-100 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 2,220 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 1
ชัยพฤกษ์ 3 รามอินทรา-วงแหวน: โครงการบ้านเดี่ยวระดับกลาง บนพื้นที่ 30.9 ไร่ จำนวน 124 ยูนิต ราคา 10-13 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,440 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 4
เมื่อรวมกับโครงการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน บริษัทจะมีโครงการทั้งหมด 69 โครงการ มูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 63 โครงการ มูลค่า 69,000 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท โดยเป็นคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมโอน 5 โครงการ และโครงการ วันเวลา ณ เจ้าพระยา คาดว่าจะสร้างเสร็จและเริ่มโอนได้ในช่วงปลายไตรมาส 4
สำหรับเป้าหมายรายได้และยอดขายในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 15,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 17,000 ล้านบาท โดยคาดว่ารายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าจะอยู่ที่ 9,900 ล้านบาท
ความแข็งแกร่งทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้สิน
ภายใต้สภาวะตลาดที่ท้าทาย “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” ยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งจากการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ดีและสินทรัพย์ลงทุนที่มีอยู่ นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการสายสนับสนุนและผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน ชี้แจงว่า บริษัทได้ออกหุ้นกู้มูลค่ารวม 13,200 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน ณ สิ้นปี 2568 อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ประมาณ 1.20 เท่า และต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 2.82%
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าและบริการ ปัจจุบันมีโครงการภายใต้การบริหาร 17 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม Grande Centre Point 9 แห่ง, ศูนย์การค้า Terminal 21 จำนวน 3 แห่ง และอพาร์ตเมนต์และโรงแรมในสหรัฐอเมริกาอีก 3 แห่ง
“แม้ว่ารายได้รวมในปีที่ผ่านมาคาดว่าจะลดลงประมาณ 12% จากปีก่อน เนื่องจากผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว และการขายสินทรัพย์บางส่วนออกไป แต่การเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 2 แห่ง ช่วยชดเชยรายได้ได้บางส่วน” นายวิทย์ กล่าว
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569: ความท้าทายและโอกาส
การปรับกลยุทธ์ของ “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและความไม่แน่นอนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ที่เฉียบคม และความยืดหยุ่นในการปรับตัว เพื่อรับมือกับแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคต่างๆ
เศรษฐกิจไทย: การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาครัฐ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการลงทุนในอนาคต
กำลังซื้อ: ภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ เป็นอุปสรรคสำคัญต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในระดับกลาง-ล่าง
ซัพพลาย: ตลาดคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ ยังคงมีปริมาณซัพพลายคงค้างอยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคา และอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของผู้ประกอบการ
การลงทุนในธุรกิจโรงแรม: การลงทุนในธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจในการสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
กลยุทธ์การลงทุนสำหรับปี 2569: มองหาโอกาสท่ามกลางความท้าทาย
สำหรับนักลงทุนในตลาด อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ และเมืองท่องเที่ยวหลัก การทำความเข้าใจแนวโน้มตลาดและกลยุทธ์ของผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การลงทุนใน โครงการแนวราบ คุณภาพสูงที่ตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความสะดวกสบาย
ขณะเดียวกัน การลงทุนใน คอนโดมิเนียมทำเลดี ที่มีแนวโน้มการเติบโตของค่าเช่าที่ดี หรือโครงการที่อยู่ในช่วงสร้างเสร็จพร้อมโอน ก็อาจเป็นโอกาสในการลงทุนระยะสั้นถึงปานกลาง
สำหรับผู้ที่สนใจ ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือมองหา บ้านหรู เพื่อการอยู่อาศัย หรือ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน การศึกษาข้อมูลเชิงลึกของแต่ละโครงการ รวมถึงการประเมินศักยภาพของทำเล เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
การก้าวสู่ทศวรรษใหม่: การปรับตัวคือหัวใจสำคัญ
ปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการปรับตัวและวางรากฐานสำหรับ “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” เพื่อก้าวไปสู่ทศวรรษใหม่ การตัดสินใจที่รอบคอบในการเปิดโครงการ การกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในธุรกิจโรงแรม และการบริหารจัดการการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาองค์กรให้ผ่านพ้นความท้าทาย และสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในตลาด อสังหาริมทรัพย์ไทย หรือต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 และ การลงทุนในคอนโดมิเนียม หรือ บ้านจัดสรร อย่ารอช้าที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อร่วมวางแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายของคุณในวันนี้

