Here is a completely new article based on the provided text, rewritten in Thai and adhering to all your requirements.
หัวข้อ: แสนสิริ ปี 2569: กลยุทธ์พลิกวิกฤต สู่การลงทุน 5.1 หมื่นล้านบาท และการขยายอาณาจักรธุรกิจเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
ในโลกแห่ง อสังหาริมทรัพย์ไทย ที่เต็มไปด้วยพลวัตและความไม่แน่นอน การปรับตัวและวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เล่นรายใหญ่อย่าง แสนสิริ ที่ล่าสุดได้ประกาศแผนกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2569 ด้วยงบประมาณการลงทุนมหาศาลถึง 51,000 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นการวางรากฐานเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ผ่านการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์และการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ๆ ที่น่าสนใจ
วิสัยทัศน์ปี 2569: รับมือเศรษฐกิจผันผวน ด้วยกลยุทธ์ที่รอบด้าน
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้เน้นย้ำถึงความท้าทายของภาวะเศรษฐกิจโลกในปี 2569 โดยเฉพาะการชะลอตัวของกำลังซื้อและแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวน อย่างไรก็ตาม แสนสิริมองว่านี่คือโอกาสในการพิสูจน์ความแข็งแกร่งและการปรับตัวขององค์กร ผ่านกลยุทธ์ที่แม่นยำและยืดหยุ่น เพื่อสร้างสมดุลแห่งความสำเร็จให้กับทุกภาคส่วน ตั้งแต่พันธมิตรทางการเงิน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ไปจนถึงสังคมโดยรวม
“เราเชื่อมั่นว่า ความท้าทายคือโอกาส” นายอุทัย กล่าว “ด้วยประสบการณ์และความเข้าใจในตลาด อสังหาริมทรัพย์ อย่างลึกซึ้ง เราได้วางแผนกลยุทธ์ที่ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้แสนสิริยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และส่งมอบคุณค่าสูงสุดให้กับลูกค้าของเรา”
ผลประกอบการปี 2568: เครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่น่าจับตา
ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ปี 2569 แสนสิริได้แสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่น่าประทับใจในปี 2568 ด้วยยอดขายที่ทะลุเป้าหมายถึง 51,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ 36,700 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถปิดการขายโครงการที่อยู่อาศัยได้ถึง 29 โครงการ มูลค่ารวม 28,800 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการและการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่น่าเป็นที่น่าจับตาคือ แสนสิริยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้านกำไรสูงสุดในกลุ่มบริษัท อสังหาริมทรัพย์ โดยมีกำไรถึง 3,029 ล้านบาท (สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568) ควบคู่ไปกับการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอในระดับสูง (Dividend Yield ประมาณ 10%) ประกอบกับมูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่สูงถึง 148,426 ล้านบาท ซึ่งเป็นการยืนยันถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
แผนกลยุทธ์ปี 2569: รุกตลาด 33 โครงการใหม่ มูลค่า 51,000 ล้านบาท
สำหรับปี 2569 แสนสิริได้ตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 48,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 39,000 ล้านบาท โดยจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 33 โครงการ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท โดยเน้นสัดส่วนโครงการกลุ่ม Premium และ Medium เป็นหลัก คิดเป็น 80% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อคุณภาพสูง ซึ่งที่ดินสำหรับโครงการเหล่านี้ได้ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างครบถ้วนแล้ว
โครงการแนวราบ: ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ในทำเลศักยภาพ
ในส่วนของโครงการแนวราบ แสนสิริจะเปิดตัวใหม่ 17 โครงการ มูลค่า 25,000 ล้านบาท โดยมีการปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ ด้วยการนำเสนอดีไซน์ใหม่ที่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ของตลาด พร้อมตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า DINK (Double Income, No Kids) และกลุ่ม Silver (ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่วางแผนเพื่อการเกษียณ)
ไฮไลท์สำคัญคือ การยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ด้วย “Sansiri Community” แห่งใหม่ ที่กรุงเทพกรีฑา บนพื้นที่กว่า 142 ไร่ ซึ่งออกแบบโดยคำนึงถึง Health and Wellness เป็นหัวใจหลัก นอกจากนี้ยังมีการขยายการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่องในภูเก็ต พร้อมกับการเปิดพรีเซลโครงการสุดหรูอย่าง “นาราสิริ บรมราชชนนี” และ “นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา” ในเดือนมีนาคมนี้
โครงการแนวสูง: นวัตกรรมแบรนด์ใหม่ และทำเลทองแห่งอนาคต
สำหรับตลาดคอนโดมิเนียม แสนสิริเตรียมเปิดตัว 16 โครงการใหม่ มูลค่า 26,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งโครงการที่พัฒนาขึ้นใหม่และโครงการพร้อมอยู่
การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “LOVE by Sansiri” ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานลูกค้า โดยประเดิมทำเลแรกที่เจริญนคร ร่วมกับ Mitsui Fudosan Asia Development (Thailand) ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 6,300 ล้านบาท นอกจากนี้ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการในทำเล Strategic Location ที่ภูเก็ต โดยเฉพาะโครงการใหม่บนหาดสุรินทร์ พร้อมการกลับมาของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง XT และ THE MONUMENT
สำหรับกลุ่ม Luxury แสนสิริยังคงตอกย้ำความแข็งแกร่งด้วยโครงการพร้อมอยู่ภายใต้แบรนด์ VIA ใน 3 ทำเลสำคัญ และเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยผ่าน 3 แกนหลักที่ตอบโจทย์ยุคสมัย:
Pets-Welcome: ขยายพอร์ตโครงการที่รองรับสัตว์เลี้ยงเป็น 20 โครงการ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่ม Pet Parent ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Well-being: เน้นการพัฒนาโครงการที่ส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้อยู่อาศัย
Sustainable Living Culture: มุ่งสร้างวัฒนธรรมการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่โครงการระดับ Affordable ไปจนถึง Premium ทั่วประเทศ
การลงทุน 1,000 ล้านบาท: กองทุนใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้าง New S-Curve
นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่สายกลยุทธ์ ได้กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ผ่านกลยุทธ์หลัก 4 ประการ โดยเน้นการสร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยความเชี่ยวชาญและการวางแผนที่แม่นยำ
“เรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์” นายภูมิภักดิ์ กล่าว “ปัจจัยท้าทายจากสินเชื่อ การเติบโตของ GDP และภาระหนี้ครัวเรือน เป็นสิ่งที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ แต่เรามองเห็นโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และขยายขีดความสามารถของแสนสิริ”
กลยุทธ์หลัก 4 ประการสำหรับปี 2569:
รุกตลาดระดับกลางถึงบน (Medium to Premium): ยังคงเน้นการเปิดตัวโครงการในเซ็กเมนต์นี้ถึง 80% ของมูลค่าโครงการใหม่ โดยเลือกทำเลที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง และบริหารจัดการสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาสภาพคล่อง
ขยายส่วนแบ่งการตลาด: ชูจุดแข็งด้านการออกแบบ คุณภาพโครงการ บริการหลังการขายที่เหนือกว่า และความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน ผ่านการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการเชิงลึก สร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว ด้วยการดูแลจาก Plus Property และ LIV-24
ปั้น New S-Curve และขยายฐานรายได้ใหม่: แสนสิริไม่หยุดนิ่งในการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว โดยธุรกิจรับสร้างบ้าน “Crafted by Sansiri” มีการเติบโตที่ก้าวกระโดด โดยตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 100% เป็น 500 ล้านบาทในปีนี้
ที่น่าจับตาที่สุด คือ การจัดตั้งกองทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพสูงและหลากหลาย โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่ จาก 15% เป็น 25% ภายใน 5 ปี ซึ่งการลงทุนใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประเภทอื่น ๆ นี้ จะช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างแหล่งรายได้ใหม่ที่แข็งแกร่ง
ขยายการร่วมทุน (Joint Venture): เสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงิน ผ่านกลยุทธ์การร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบดุล (Balance Sheet Management) สร้างความยืดหยุ่นทางการเงิน และขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรองรับทุกโอกาสการเติบโตในอนาคต
Backlog แข็งแกร่ง และโครงการพร้อมอยู่: สู่การรับรู้รายได้ที่รวดเร็ว
ปัจจุบันแสนสิริมี Backlog หรือยอดขายรอรับรู้รายได้ที่แข็งแกร่งกว่า 19,700 ล้านบาท โดยกว่า 10,000 ล้านบาท จะถูกรับรู้รายได้ภายในปี 2569 นี้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ (Ready to Move) อีก 10 โครงการ มูลค่ารวม 23,000 ล้านบาท ซึ่งมีสต็อกพร้อมขายอีก 14,000 ล้านบาท
การรุกตลาดโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ (RTM) ในปีนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการเร่งการรับรู้รายได้ทันทีหลังการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันผลประกอบการของบริษัทให้ทะลุเป้าหมายที่วางไว้ และรักษาการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
อนาคตของวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย: ความยั่งยืน นวัตกรรม และการตอบสนองต่อผู้บริโภค
แผนกลยุทธ์ปี 2569 ของแสนสิริ สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ชั้นนำ ที่ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการสร้างผลกำไร แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงการขยายขอบเขตธุรกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว
การลงทุนในธุรกิจใหม่ การร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ และการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์เทรนด์โลก เช่น Well-being, Sustainability และ Pet-Friendly Living จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนวงการ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาด บ้านเดี่ยว คอนโด หรือ ทาวน์เฮาส์ ในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ การติดตามความเคลื่อนไหวของผู้นำอย่างแสนสิริ คือจุดเริ่มต้นที่ดีในการตัดสินใจของคุณ
คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะก้าวไปสู่การลงทุนที่ชาญฉลาดและยั่งยืน? ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราวันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาและสำรวจโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับคุณในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569

