แสนสิริ กับยุทธศาสตร์ปี 2569: การลงทุน 5.1 หมื่นล้านบาท สู่การขยายธุรกิจไร้ขีดจำกัด
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นความเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการของตลาดมาอย่างต่อเนื่อง การปรับตัวให้ทันต่อสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำพาธุรกิจไปสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน ในปี 2569 นี้ “แสนสิริ” ได้ประกาศแผนการดำเนินงานที่น่าจับตามอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและความพร้อมในการเผชิญกับความท้าทายต่างๆ
การลงทุน 5.1 หมื่นล้านบาท: หมุดหมายสำคัญแห่งปี
แสนสิริประกาศแผนการลงทุนมูลค่ามหาศาลถึง 5.1 หมื่นล้านบาทในปี 2569 เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ การลงทุนนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ จำนวน 33 โครงการ แต่ยังรวมถึงการขยายไลน์ธุรกิจเดิมและแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจที่หลากหลาย
กลยุทธ์เชิงรุกรับเศรษฐกิจผันผวน
ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน และกำลังซื้อที่อาจชะลอตัวลงตามการวิเคราะห์ของ อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ของแสนสิริ บริษัทฯ ไม่ได้มองว่าเป็นอุปสรรค แต่เป็นโอกาสในการพิสูจน์ความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ การเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสคือหัวใจสำคัญ โดยมีกลยุทธ์ที่แม่นยำและยืดหยุ่น เพื่อสร้างสมดุลแห่งความสำเร็จร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
ผลประกอบการปี 2568: รากฐานอันแข็งแกร่ง
ก่อนจะก้าวสู่ปี 2569 เรามาย้อนดูผลประกอบการอันน่าประทับใจของแสนสิริในปี 2568 ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพและความสามารถในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
ยอดขายทะลุ 5.1 หมื่นล้านบาท: บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในแบรนด์และผลิตภัณฑ์
ยอดโอน 3.67 หมื่นล้านบาท: สะท้อนถึงความสามารถในการส่งมอบโครงการตามกำหนด
ปิดการขาย 29 โครงการ มูลค่า 2.88 หมื่นล้านบาท: แสดงถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการสต็อกและการตลาด
กำไรสุทธิสูงสุดในอุตสาหกรรม (9 เดือนแรก): อยู่ที่ 3,029 ล้านบาท เป็นการตอกย้ำถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
การจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอและ Dividend Yield ระดับสูง: ประมาณ 10% ซึ่งเป็นที่น่าพอใจสำหรับผู้ถือหุ้น
สินทรัพย์รวมกว่า 1.48 แสนล้านบาท: แสดงถึงฐานะทางการเงินที่มั่นคง
แผนธุรกิจปี 2569: มุ่งสู่เป้าหมายที่ท้าทาย
สำหรับปี 2569 แสนสิริตั้งเป้าหมายยอดขาย 4.8 หมื่นล้านบาท และยอดโอน 3.9 หมื่นล้านบาท โดยจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 33 โครงการ มูลค่ารวม 5.1 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 80% ของโครงการใหม่จะเน้นกลุ่ม Premium และ Medium เพื่อเจาะกลุ่มกำลังซื้อคุณภาพ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง (ที่ดินสำหรับโครงการทั้งหมดได้ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว)
การเปิดตัวโครงการใหม่ 33 โครงการ: ความหลากหลายครอบคลุมทุกมิติ
การเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2569 นี้ มีความหลากหลายและครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย
โครงการแนวราบ: ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
แสนสิริเตรียมเปิดตัวโครงการแนวราบถึง 17 โครงการใหม่ มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท โดยมีการปรับกลยุทธ์การออกแบบให้ทันสมัยและตอบสนองความต้องการที่หลากหลายยิ่งขึ้น
การออกแบบที่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์: ตั้งแต่บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่ตรงใจ
ตอบโจทย์กลุ่ม DINK (Double Income, No Kids) และ Silver: การออกแบบที่คำนึงถึงการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่เน้นความสะดวกสบาย และผู้สูงอายุที่ต้องการความสงบและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
Sansiri Community แห่งใหม่: การสร้างชุมชนที่ใส่ใจในเรื่อง Health and Wellness บนพื้นที่กว่า 142 ไร่ ณ ทำเลกรุงเทพกรีฑา ซึ่งจะเป็นต้นแบบของการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนและส่งเสริมคุณภาพชีวิต
การขยายสู่ตลาดภูเก็ต: การเปิดตัวโครงการใหม่ในภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพรีเซลโครงการ “นาราสิริ บรมราชชนนี” และ “นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา” ในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ
โครงการแนวสูง: นวัตกรรมและแบรนด์ที่แข็งแกร่ง
สำหรับโครงการแนวสูง เตรียมเปิดตัว 16 โครงการใหม่ มูลค่า 2.6 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมทั้งโครงการใหม่และโครงการพร้อมอยู่ (Ready to Move)
แบรนด์ใหม่ “LOVE by Sansiri”: ประเดิมทำเลเจริญนคร ร่วมกับมิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์) มูลค่าโครงการกว่า 6.3 พันล้านบาท สะท้อนถึงการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อขยายฐานลูกค้า
Strategic Location ในภูเก็ต: การพัฒนาโครงการใหม่บนหาดสุรินทร์ ตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์เมืองท่องเที่ยว
การกลับมาของแบรนด์ระดับตำนาน: XT และ THE MONUMENT ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูง จะกลับมาพร้อมการพัฒนาที่น่าสนใจยิ่งขึ้น
ตอกย้ำความแข็งแกร่งในเซ็กเมนต์ Luxury: โครงการพร้อมอยู่ภายใต้แบรนด์ VIA จำนวน 3 ทำเล พร้อมยกระดับมาตรฐานที่อยู่อาศัยผ่าน 3 แกนหลัก
มาตรฐานที่อยู่อาศัยยุคใหม่: Pets-Welcome, Well-being, และความยั่งยืน
แสนสิริเดินหน้ายกระดับมาตรฐานที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
Pets-Welcome: การขยายพอร์ตโครงการที่รองรับสัตว์เลี้ยงให้ครอบคลุม 20 โครงการ เพื่อตอบสนองกลุ่ม Pet Parent ที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบสำหรับสมาชิกสี่ขา
Well-being: การให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและใจของผู้อยู่อาศัย ผ่านการออกแบบและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดี
ความยั่งยืน: การสร้างวัฒนธรรมการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ Affordable ไปจนถึง Premium ทั่วประเทศ
การตั้งกองทุน 1,000 ล้านบาท: การกระจายการลงทุนสู่ธุรกิจใหม่
ภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ ประธานผู้บริหารสายกลยุทธ์ ได้เปิดเผยถึงกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและกระจายความเสี่ยงให้กับธุรกิจ
การบริหารจัดการเศรษฐกิจผันผวน: ท่ามกลางความท้าทายจากสินเชื่อ การเติบโตของ GDP และภาวะหนี้ครัวเรือนสูง แสนสิริเลือกใช้ความเชี่ยวชาญและการวางแผนที่แม่นยำเพื่อรับมือ
4 กลยุทธ์หลักสู่การเติบโต:
- รุกตลาดระดับกลางถึงบน (Medium to Premium): การเปิดตัวโครงการใหม่สัดส่วน 80% ในทำเลที่มีความต้องการจริง และการบริหารจัดการสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ
- ขยายส่วนแบ่งการตลาด: ชูจุดแข็งด้านการออกแบบ คุณภาพ บริการหลังการขาย และความยั่งยืน สร้างมูลค่าเพิ่มระยะยาว ผ่านการดูแลจาก Plus Property และ LIV-24
- ปั้น New S-Curve: เร่งขยายฐานรายได้ใหม่ผ่านธุรกิจที่หลากหลายเพื่อเสริมเสถียรภาพทางการเงิน
Crafted by Sansiri: ธุรกิจรับสร้างบ้านที่ตั้งเป้าเพิ่มยอดขาย 100% เป็น 500 ล้านบาท
จัดตั้งกองทุน 1,000 ล้านบาท: เพื่อลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพสูง โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่จาก 15% เป็น 25% ภายใน 5 ปี - ขยายการร่วมทุน (Joint Venture): เสริมความแข็งแกร่งโครงสร้างทางการเงิน ผ่านการร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน
Backlog และโครงการพร้อมอยู่: เสริมสภาพคล่องและเร่งการรับรู้รายได้
แสนสิริมี Backlog ที่แข็งแกร่งกว่า 1.97 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในปี 2569 กว่า 1 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ (Ready to Move) จำนวน 10 โครงการ มูลค่ารวม 2.3 หมื่นล้านบาท โดยมีสต็อกพร้อมขายอีก 1.4 หมื่นล้านบาท การรุกโครงการใหม่รูปแบบ RTM (Ready to Move) ในปีนี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการรับรู้รายได้ทันทีหลังการโอน
อนาคตของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย
จากแผนการดำเนินงานของแสนสิริในปี 2569 นี้ สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ยังคงมีโอกาสในการเติบโต หากมีการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด และมองหาช่องทางในการสร้างรายได้จากธุรกิจที่หลากหลาย การลงทุนในโครงการที่อยู่อาศัย, การบริหารจัดการสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ, และการแสวงหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ล้วนเป็นปัจจัยที่จะขับเคลื่อนความสำเร็จ
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการศึกษาแนวโน้มตลาดในปี 2569 นี้ การทำความเข้าใจกลยุทธ์ของผู้นำในตลาดอย่างแสนสิริ ถือเป็นข้อมูลเชิงลึกที่มีค่าอย่างยิ่ง
หากคุณกำลังพิจารณาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุนเพื่อผลตอบแทน หรือการมองหาโครงการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ติดต่อเราวันนี้ เพื่อเริ่มต้นเส้นทางการลงทุนที่มั่นคงและคุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ

