การเข้าถึงการเป็นเจ้าของบ้าน: โครงการ “บ้านชาวไทย” โดย BTS และ ธอส. สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ความต้องการที่อยู่อาศัยของประชาชนยังคงมีสูง แต่กำลังซื้อและเงื่อนไขทางสถาบันการเงินกลับเป็นอุปสรรคสำคัญ การเกิดขึ้นของโครงการ “บ้านชาวไทย” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในช่วงต้นปี 2569 นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะพลิกโฉมภาพลักษณ์ของการเป็นเจ้าของบ้านให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับคนไทยทุกคน
บทสรุปของโอกาส: งบลงทุนแสนล้านสู่การสร้าง 50,000 ยูนิตที่ตอบโจทย์คนไทย
ภายใต้โครงการ “บ้านชาวไทย” BTS ได้ประกาศแผนการลงทุนที่น่าจับตามอง โดยตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาที่อยู่อาศัยกว่า 50,000 ยูนิตทั่วประเทศ ด้วยงบประมาณการลงทุนมหาศาลถึง 100,000 ล้านบาท การลงทุนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น แต่ยังขยายโอกาสไปยังจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญต่างๆ เช่น ชลบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบินอู่ตะเภา, กาญจนบุรี, และนครราชสีมา สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการกระจายโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านไปยังภูมิภาคต่างๆ อย่างแท้จริง
สำหรับปี 2569 นี้ โครงการได้ประกาศนำร่องด้วย 2 โครงการหลัก ซึ่งจะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมพร้อมเข้าอยู่จำนวนประมาณ 12,000 ยูนิต มูลค่าการลงทุนเบื้องต้นกว่า 20,000 ล้านบาท การเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2569 และการกำหนดสิทธิ์เพียง 1 สิทธิ์ต่อ 1 บุคคล หากความต้องการมีมากกว่าจำนวนยูนิตที่จัดสรร ก็จะใช้วิธีการจับสลาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการอันมหาศาล และความตั้งใจที่จะมอบโอกาสอย่างเท่าเทียม
เจาะลึก 2 โครงการนำร่อง: D:CODE ศรีนครินทร์ และ D:CRAFT คลองหลวง
สองโครงการแรกที่ถูกคัดเลือกมาเป็นตัวแทนของ “บ้านชาวไทย” นั้น มีจุดเด่นที่แตกต่างกันแต่ตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย
โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์: ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 42 ไร่ ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเอี่ยม เพียง 300 เมตร โครงการนี้ประกอบด้วยคอนโดมิเนียมความสูง 8 ชั้น จำนวน 24 อาคาร รวม 4,150 ยูนิต รูปแบบห้องพักมีให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่
30 ตารางเมตร: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท
45 ตารางเมตร: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 2.85 ล้านบาท
60 ตารางเมตร: 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 3.78 ล้านบาท
โครงการนี้อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตก่อสร้างและรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ประมาณเดือนกันยายน 2569 และแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2571 ทำเลที่ตั้งใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลืองเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าและความสะดวกสบายในการเดินทาง
โครงการ D:CRAFT คลองหลวง (ปทุมธานี): ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และใกล้ตลาดไท บนพื้นที่กว่า 115 ไร่ โครงการนี้จะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมความสูงไม่เกิน 8 ชั้น จำนวนประมาณ 60 อาคาร รวม 7,500 ยูนิต รูปแบบห้องพักมี 3 ขนาดเช่นเดียวกับโครงการแรก แต่ราคาจะมีความยืดหยุ่นกว่า
30 ตารางเมตร: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ราคาเริ่มต้น 1.6 ล้านบาท
45 ตารางเมตร: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 2.4 ล้านบาท
60 ตารางเมตร: 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 3.2 ล้านบาท
จุดเด่นสำคัญของโครงการ D:CRAFT คือ “ห้องพร้อมตกแต่ง” ที่ผู้ซื้อสามารถหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการตกแต่ง
แรงบันดาลใจจากผู้บริหาร: ความตั้งใจจริงสู่การตอบแทนสังคม
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ BTS ได้เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังโครงการ “บ้านชาวไทย” ว่า เกิดจากความตั้งใจส่วนตัวที่ต้องการทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคมไทย ท่านเปรียบเทียบโครงการนี้กับวิสัยทัศน์ในการลงทุนสร้างรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการลงทุนที่ท้าทายแต่ก็ผ่านพ้นอุปสรรคมาได้
“ผมใช้เวลา 3 เดือนในการคิดคอนเซ็ปต์และชื่อ ‘บ้านชาวไทย’ ชื่ออาจจะฟังดูไม่ทันสมัยนัก แต่ผมยืนยันว่าโครงการนี้เกิดจากความตั้งใจจริง และเป็นการตอบแทนสังคม” นายคีรีกล่าว พร้อมเน้นย้ำถึงจุดเด่นสำคัญคือ “ไม่ต้องดาวน์ ผ่อนยาวๆ ค่าผ่อนเสมือนค่าเช่า เริ่มต้นเพียง 6,000-7,000 บาทต่อเดือน” ซึ่งเป็นข้อเสนอที่สามารถเปลี่ยนใจผู้ที่เคยมองว่าการซื้อบ้านเป็นเรื่องไกลตัว ให้กลายเป็นความจริงได้
การรับมือกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว: โอกาสใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัย
แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันจะเผชิญกับภาวะชะลอตัว แต่ความต้องการในการมีบ้านของคนไทยยังคงมีอยู่สูง ปัญหาสำคัญที่ผ่านมาคืออัตราการปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารที่สูงถึง 35-40% โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ไม่ประจำและคนรุ่นใหม่ ทำให้หลายคนหันไปเช่าแทนซื้อ ส่งผลให้ตลาดเช่าบูม อย่างไรก็ตาม โครงการ “บ้านชาวไทย” นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรง โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนทัศนคติของผู้ที่นิยมเช่า ให้หันกลับมาเป็นเจ้าของบ้าน
BTS จะเป็นผู้ลงทุนหลักในโครงการนี้ โดยใช้กระแสเงินสดของบริษัทประมาณ 20% และส่วนที่เหลือจะมาจากการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน นอกจากนี้ ยังมีการใช้ที่ดินเดิมของบริษัท การซื้อที่ดินเพิ่มเติม และการเปิดโอกาสให้พันธมิตรที่สนใจร่วมลงทุนด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมั่นคงของโครงการ
นวัตกรรมทางการเงินและรูปแบบการผ่อนชำระ: กุญแจสู่การเข้าถึงบ้าน
หัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการ “บ้านชาวไทย” น่าสนใจอย่างยิ่งคือการนำเสนอรูปแบบทางการเงินที่แตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ไม่ต้องดาวน์” ซึ่งถือเป็นการปลดล็อกอุปสรรคสำคัญที่สุดของผู้ที่ต้องการซื้อบ้านในราคาที่จับต้องได้ การผ่อนชำระที่ยาวนาน “เสมือนค่าเช่า” ทำให้ภาระทางการเงินต่อเดือนไม่เป็นภาระหนักจนเกินไป โดยมีค่าผ่อนเริ่มต้นที่ประมาณ 6,000-7,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นตัวเลขที่หลายคนสามารถบริหารจัดการได้
นอกจากนี้ การที่โครงการมีราคาเริ่มต้นที่ 1.6 ล้านบาท (สำหรับห้องขนาด 30 ตร.ม. ในโครงการ D:CRAFT) ถือเป็นราคาที่แข่งขันได้ในตลาด และเมื่อพิจารณาถึงทำเลที่ตั้งที่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ (รถไฟฟ้า) และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แล้ว ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยั่งยืน: เทรนด์ปี 2025 และอนาคต
ในบริบทของเทรนด์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ปี 2025 เราเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนของการให้ความสำคัญกับ “ความยั่งยืน” และ “คุณภาพชีวิต” โครงการ “บ้านชาวไทย” สอดคล้องกับแนวโน้มนี้ ด้วยการ:
การเข้าถึงได้ (Affordability): การสร้างโอกาสให้คนไทยจำนวนมากได้เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย ลดช่องว่างทางสังคม
ทำเลที่ตั้ง (Location): การเลือกทำเลใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ ช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ลดปัญหาการจราจร และส่งเสริมการเดินทางที่ยั่งยืน
รูปแบบการอยู่อาศัยที่สะดวกสบาย (Convenience): โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโครงการ D:CRAFT ที่มาพร้อมกับห้องพร้อมตกแต่ง ทำให้ผู้ซื้อประหยัดเวลาและลดความกังวลในการตกแต่ง
การลงทุนเพื่ออนาคต (Future Investment): การเป็นเจ้าของบ้านยังคงเป็นการลงทุนที่มั่นคง และเมื่อพิจารณาถึงศักยภาพในการเติบโตของพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ โครงการเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต
บทสรุปสำหรับนักลงทุนและผู้ที่มองหาบ้าน:
โครงการ “บ้านชาวไทย” โดย BTS และ ธอส. เป็นมากกว่าแค่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นการสร้างโอกาสครั้งใหญ่ให้กับคนไทยที่ใฝ่ฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง ด้วยโมเดลธุรกิจที่กล้าหาญ การลงทุนที่มหาศาล และความเข้าใจในความต้องการของตลาด ทำให้โครงการนี้มีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จอย่างสูง
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย หรือนักลงทุนที่มองหาโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ การติดตามความคืบหน้าของโครงการ “บ้านชาวไทย” อย่างใกล้ชิดถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นจริง และเป็นการเปิดประตูสู่การเป็นเจ้าของบ้านที่ง่ายกว่าเดิมอย่างแน่นอน
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่ใฝ่ฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง นี่คือโอกาสที่คุณไม่ควรมองข้าม! รีบศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ลงทะเบียน และคว้าโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านในฝันของคุณกับโครงการ “บ้านชาวไทย” ได้แล้ววันนี้!

