โครงการ “บ้านชาวไทย”: ก้าวสำคัญสู่การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในฝัน ด้วยข้อเสนอที่เหนือกว่า
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการ อสังหาริมทรัพย์ มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายมากมายในตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปี 2569 นี้ ที่การเข้าถึง ที่อยู่อาศัย กลายเป็นความฝันที่ห่างไกลสำหรับคนไทยจำนวนมาก ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน และข้อจำกัดในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางไม่ให้คนไทยจำนวนมากได้เป็นเจ้าของ บ้านในฝัน ของตนเอง
แต่ในท่ามกลางความท้าทายเหล่านั้น ก็มีแสงสว่างแห่งความหวังปรากฏขึ้น เมื่อ บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ได้ประกาศจับมือกับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดตัวโครงการ “บ้านชาวไทย” ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ ที่ทุ่มเม็ดเงินลงทุนมหาศาลกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนา โครงการที่อยู่อาศัย กว่า 50,000 ยูนิตทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิดที่มุ่งมั่นจะทำให้ คนไทยมีบ้าน อย่างแท้จริง
แก่นแท้ของโครงการ “บ้านชาวไทย”: ลดภาระ เพิ่มโอกาส
หัวใจสำคัญของโครงการ “บ้านชาวไทย” คือการปลดล็อกข้อจำกัดที่เคยเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงในการซื้อบ้าน นั่นคือ ไม่ต้องดาวน์ และ ผ่อนยาวเสมือนค่าเช่า โดยราคาเริ่มต้นของ คอนโดพร้อมอยู่ และ บ้านพร้อมเข้าอยู่ อยู่ที่เพียง 1.6 ล้านบาทเท่านั้น นี่ไม่ใช่เพียงแค่โปรโมชั่นทางการตลาด แต่เป็นความตั้งใจจริงที่ต้องการมอบโอกาสให้คนไทยทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงน้อย กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มผู้มีรายได้ไม่ประจำ ที่มักประสบปัญหาในการขอสินเชื่อจากธนาคาร
ผมมองว่าแนวคิดนี้เป็นการพลิกวงการ อสังหาริมทรัพย์เพื่อคนไทย อย่างแท้จริง หากเราพิจารณาถึงตัวเลขของผู้ที่กู้ไม่ผ่านซึ่งสูงถึง 35-40% ในปัจจุบัน การที่โครงการนี้เปิดโอกาสให้ไม่ต้องวางเงินดาวน์จำนวนมาก ซึ่งเป็นภาระก้อนแรกที่หลายคนแบกรับไม่ไหว ประกอบกับการเสนอทางเลือกการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น เสมือนการจ่ายค่าเช่ารายเดือน ยิ่งทำให้ การซื้อบ้าน กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นตลาด บ้านราคาไม่แพง ให้คึกคักขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ศักยภาพของโครงการ: ขยายโอกาสสู่ทั่วประเทศ
การลงทุนในโครงการ “บ้านชาวไทย” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ยังขยายโอกาสไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ อาทิ ชลบุรี ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงใกล้สนามบินอู่ตะเภา, กาญจนบุรี และนครราชสีมา นี่เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ BTS ที่ต้องการกระจาย ที่อยู่อาศัยราคาจับต้องได้ ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค
สำหรับปี 2569 นี้ ทางโครงการได้เตรียมเปิดร่อง 2 โครงการนำร่อง ได้แก่:
โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์: โครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่บนพื้นที่ 42 ไร่ ตั้งอยู่ใกล้สถานีศรีเอี่ยมของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เพียง 300 เมตร โครงการประกอบด้วยอาคารสูง 8 ชั้น จำนวน 24 อาคาร รวม 4,150 ยูนิต มีห้องชุดให้เลือกหลากหลายขนาดตั้งแต่ 30 ตร.ม. (1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ) ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท, 45 ตร.ม. (2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 2.85 ล้านบาท ไปจนถึง 60 ตร.ม. (3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 3.78 ล้านบาท โครงการนี้อยู่ระหว่างการยื่นขออนุญาตก่อสร้างและรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในเดือนกันยายน 2569 และแล้วเสร็จปลายปี 2571
โครงการ D:CRAFT คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี: โครงการคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ใกล้ตลาดไท บนพื้นที่กว่า 115 ไร่ ประกอบด้วยอาคารสูงไม่เกิน 8 ชั้น จำนวนประมาณ 60 อาคาร รวม 7,500 ยูนิต โดยมีห้องชุดขนาด 30 ตร.ม. (1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ) ราคาเริ่มต้นเพียง 1.6 ล้านบาท, 45 ตร.ม. (2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 2.4 ล้านบาท และ 60 ตร.ม. (3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 3.2 ล้านบาท จุดเด่นของโครงการนี้คือ ห้องพร้อมตกแต่ง ทุกยูนิต ทำให้ผู้ซื้อสามารถ หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที
การมี โครงการคอนโดติดรถไฟฟ้า เช่น D:CODE ศรีนครินทร์ และโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ เช่น D:CRAFT คลองหลวง ยิ่งเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจให้กับ บ้านพร้อมอยู่ ในโครงการนี้อย่างมาก
เบื้องหลังวิสัยทัศน์: ความรับผิดชอบต่อสังคม
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ BTS กล่าวถึงที่มาของโครงการนี้ว่า เกิดจากความรู้สึกที่อยากจะ “ทำบางสิ่งบางอย่างให้กับสังคมไทย” ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมในฐานะนักพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ มองเห็นว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน ประสบการณ์จากการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายแรกเมื่อ 30 ปีก่อน ด้วยเม็ดเงินมหาศาล แม้จะเผชิญมรสุม แต่ก็สามารถผ่านพ้นมาได้ โครงการ “บ้านชาวไทย” นี้จึงเปรียบเสมือนการลงทุนครั้งสำคัญอีกครั้ง ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงที่จะตอบแทนสังคม
ชื่อ “บ้านชาวไทย” อาจจะฟังดูไม่ทันสมัยนัก แต่ผมเชื่อว่าความตั้งใจจริงและความหมายอันลึกซึ้งที่แฝงอยู่ คือสิ่งที่จะทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ และสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้คนจำนวนมาก การที่โครงการ บ้านไม่ต้องดาวน์ ผ่อนยาวๆ ในอัตราที่เสมือนค่าเช่า เริ่มต้นเพียง 6,000-7,000 บาทต่อเดือนนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข แต่คือการมอบโอกาสให้คนไทยได้มี อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และเพื่อการอยู่อาศัยที่มั่นคง
การบริหารความเสี่ยงและกลยุทธ์การลงทุน
ผมเข้าใจดีว่าตลาด อสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว เป็นปัจจัยที่ทำให้หลายคนกังวล แต่ BTS ได้เตรียมกลยุทธ์การลงทุนที่รอบคอบ โดยจะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด ด้วยกระแสเงินสดของบริษัทประมาณ 20% และการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้พันธมิตรที่สนใจร่วมลงทุนในที่ดินที่จะนำมาพัฒนาโครงการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการเงินและความเชื่อมั่นในศักยภาพของโครงการ
สำหรับผู้ที่สนใจ ซื้อบ้านผ่อนน้อย หรือกำลังมองหา อสังหาริมทรัพย์พร้อมอยู่ โครงการ “บ้านชาวไทย” ถือเป็นโอกาสทองที่มาพร้อมกับเงื่อนไขที่ดีที่สุดในตลาดปัจจุบัน การลงทะเบียนสิทธิ์ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ และการจับฉลากในกรณีที่มีผู้สนใจเกินจำนวน เป็นกลไกที่สะท้อนถึงความต้องการที่สูงมาก และความตั้งใจที่จะมอบสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: จากผู้เช่า สู่เจ้าของบ้าน
ในภาวะตลาดที่ชะลอตัว หลายคนอาจเลือกที่จะ เช่าบ้าน แทนการซื้อ เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม โครงการ “บ้านชาวไทย” มีศักยภาพที่จะพลิกแนวคิดนี้ ด้วยข้อเสนอที่ดึงดูดใจและเข้าถึงง่าย ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะสามารถเปลี่ยนใจผู้ที่นิยมเช่า ให้หันมาพิจารณา การซื้อบ้าน เป็นของตนเองได้มากขึ้น เพราะเมื่อคำนวณแล้ว การผ่อนชำระที่เทียบเท่าค่าเช่า แถมยังได้ทรัพย์สินเป็นของตัวเองในระยะยาว ย่อมเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าอย่างแน่นอน
ปัจจัยส่งเสริมความสำเร็จ: ทำเลที่ตั้งและการเดินทาง
การเลือกทำเลที่ตั้งของโครงการ D:CODE ศรีนครินทร์ ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง และ D:CRAFT คลองหลวง ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบายใกล้สถาบันการศึกษาและแหล่งชุมชน เป็นการตอกย้ำกลยุทธ์สำคัญของ BTS ที่มุ่งเน้นการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ติดรถไฟฟ้า และ โครงการที่อยู่อาศัยทำเลดี การเดินทางที่สะดวกสบายเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ในการตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนเมือง การมี คอนโดใกล้รถไฟฟ้า ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวอีกด้วย
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 และอนาคต
แม้ว่าภาพรวมตลาด อสังหาริมทรัพย์ปี 2569 จะยังคงเผชิญกับความท้าทาย แต่โครงการอย่าง “บ้านชาวไทย” แสดงให้เห็นถึงโอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น การมองการณ์ไกลของ BTS และความร่วมมือกับ ธอส. ถือเป็นโมเดลที่น่าจับตามอง ซึ่งอาจเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการรายอื่นหันมาพัฒนา โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อสังคม มากขึ้น
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา บ้านราคาล้านต้นๆ หรือ คอนโดพร้อมโอน โครงการนี้เป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาด การเข้าถึง สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ จาก ธอส. และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น จะช่วยให้ความฝันในการมีบ้านเป็นจริงได้ง่ายกว่าที่เคย
บทสรุปและการก้าวต่อไป
โครงการ “บ้านชาวไทย” โดย BTS และ ธอส. ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการ อสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยการเสนอทางออกที่สามารถเข้าถึงได้จริง และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน การมี บ้านราคาผ่อนน้อย และ บ้านไม่ต้องดาวน์ เป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา และโครงการนี้ได้ทำให้สิ่งนั้นเป็นจริง
สำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันอยากมี บ้านของตัวเอง หรือกำลังมองหา โอกาสการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ผมขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจ ร่วมกันติดตามความคืบหน้าของโครงการ “บ้านชาวไทย” นี้อย่างใกล้ชิด และรีบคว้าโอกาสในการลงทะเบียน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์อนาคตที่มั่นคงให้กับตนเองและครอบครัว
หากคุณพร้อมแล้วที่จะก้าวข้ามความกังวล และทำให้ความฝันในการมีบ้านเป็นจริง อย่ารอช้า! ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ “บ้านชาวไทย” และเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ การมีบ้านไม่ใช่ความฝันที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป ด้วยโครงการที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณให้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

