การพลิกโฉมอสังหาริมทรัพย์ไทย: โครงการ “บ้านใจกลางฝัน” ทลายกำแพงการเป็นเจ้าของบ้าน ด้วยการลงทุนกว่าแสนล้าน
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมาเกือบหนึ่งทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและคลื่นลูกแล้วลูกเล่าที่ถาโถมเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ ตลาดบ้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่ๆ เคยเป็นสนามแข่งขันที่ดุเดือดของนักพัฒนาและดีเวลอปเปอร์รายใหญ่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ท่ามกลางความคึกคักเหล่านั้น ยังมีกลุ่มคนอีกมากที่ยังคงเฝ้ารอโอกาสที่จะมี “บ้าน” เป็นของตัวเองอย่างแท้จริง ประโยคที่ว่า “การมีบ้านคือความฝันสูงสุดของคนไทย” ยังคงเป็นจริงเสมอ แม้ในยุคที่การเข้าถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมีความซับซ้อนมากขึ้น และราคาอสังหาริมทรัพย์ก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปี 2569 นี้ วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังจะเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดยการนำของท่านประธานกรรมการ คุณคีรี กาญจนพาสน์ ได้ประกาศความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่กับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ผ่านโครงการ “บ้านใจกลางฝัน” นี่ไม่ใช่แค่โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะ “คืนโอกาส” ให้กับคนไทยที่ใฝ่ฝันอยากมีที่อยู่อาศัยของตนเอง ด้วยงบประมาณลงทุนมหาศาลกว่า 100,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยมากถึง 50,000 ยูนิต ครอบคลุมทั่วประเทศ
“บ้านใจกลางฝัน”: แนวคิดที่เกิดจากหัวใจ ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง
ผมสัมผัสได้ถึงความตั้งใจอันบริสุทธิ์ที่อยู่เบื้องหลังโครงการนี้ จากบทสนทนาและการแถลงข่าว คุณคีรี ได้กล่าวถึงที่มาของ “บ้านใจกลางฝัน” ด้วยความภาคภูมิใจว่า เป็นโครงการที่เกิดจากความรู้สึกส่วนตัวที่อยากทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคมไทย สะท้อนให้เห็นถึง DNA ของนักพัฒนาที่ไม่ได้มองแค่ผลกำไรทางธุรกิจ แต่ยังคำนึงถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชาติ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่านได้ริเริ่มโครงการที่มีความท้าทายสูง ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน การลงทุนในเส้นทางรถไฟฟ้าสายแรกด้วยเงินเกือบ 50,000 ล้านบาท ก็ถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่และต้องผ่านมรสุมมามากมาย ซึ่งท้ายที่สุดก็ประสบความสำเร็จและกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ
“บ้านใจกลางฝัน” สะท้อนวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล และเข้าใจถึงอุปสรรคที่คนส่วนใหญ่เผชิญในการซื้อบ้าน ความโดดเด่นของโครงการนี้อยู่ที่การทลายข้อจำกัดสำคัญ คือ “ไม่ต้องมีเงินดาวน์” และ “ผ่อนชำระยาวนานเสมือนค่าเช่า” โดยตั้งราคาเริ่มต้นเพียง 1.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นอย่างมากสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้น การผ่อนชำระที่ยืดหยุ่นและอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับค่าเช่า จะช่วยลดภาระทางการเงินในช่วงแรก ทำให้ผู้ซื้อสามารถวางแผนชีวิตและมีเงินออมเพื่ออนาคตได้ดียิ่งขึ้น
เจาะลึก 2 โครงการนำร่อง: ต้นแบบความสำเร็จแห่ง “บ้านใจกลางฝัน”
เพื่อเป็นการเปิดประเดิมศักราชแห่งความฝัน คุณคีรี ได้ประกาศเดินหน้า 2 โครงการนำร่องในปี 2569 นี้ ซึ่งจะประกอบด้วยจำนวนยูนิตราว 12,000 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท โดยเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยผู้ที่สนใจจะมีสิทธิ์ 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์ หากมีผู้สนใจมากกว่าจำนวนยูนิตที่เปิด ก็จะใช้วิธีการจับสลาก เพื่อความเป็นธรรม
โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์
ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพย่านศรีนครินทร์ เนื้อที่กว่า 42 ไร่ ใกล้กับสถานีศรีเอี่ยม ของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเพียง 300 เมตร ทำให้การเดินทางสะดวกสบาย โครงการนี้เป็นอาคารชุดพักอาศัยสูง 8 ชั้น จำนวน 24 อาคาร รวมทั้งสิ้น 4,150 ยูนิต ออกแบบมาให้มีหลากหลายรูปแบบห้องชุดเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน
ห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 30 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท เหมาะสำหรับคนโสด หรือคู่รักที่ต้องการเริ่มต้นชีวิต
ห้องชุดแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 45 ตร.ม. ราคา 2.85 ล้านบาท เพียงพอสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก
ห้องชุดแบบ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 60 ตร.ม. ราคา 3.78 ล้านบาท สำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น
โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์ อยู่ในระหว่างการยื่นขออนุญาตก่อสร้างและรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยคาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ประมาณเดือนกันยายน 2569 และแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2571
โครงการ D:CRAFT คลองหลวง (ปทุมธานี)
โครงการนี้ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจในจังหวัดปทุมธานี ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และใกล้กับตลาดไท บนพื้นที่กว่า 115 ไร่ โครงการ D:CRAFT เป็นอาคารชุดพักอาศัยความสูงไม่เกิน 8 ชั้น จำนวนกว่า 60 อาคาร รวม 7,500 ยูนิต ซึ่งจะเน้นความสะดวกสบายแบบ “พร้อมอยู่” (Fully Furnished)
ห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 30 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 1.6 ล้านบาท ถือเป็นราคาที่น่าดึงดูดใจอย่างยิ่ง
ห้องชุดแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 45 ตร.ม. ราคา 2.4 ล้านบาท
ห้องชุดแบบ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 60 ตร.ม. ราคา 3.2 ล้านบาท
จุดเด่นของ D:CRAFT คลองหลวง คือ ทุกยูนิตมาพร้อมกับการตกแต่งที่สมบูรณ์แบบ ผู้ซื้อสามารถหิ้วกระเป๋าเข้ามาอยู่ได้ทันที ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการตกแต่งเพิ่มเติม
การลงทุนเพื่ออนาคต: BTS Group กับความเชื่อมั่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย
แม้ว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันจะเผชิญกับภาวะชะลอตัว ซึ่งอาจทำให้หลายคนกังวล แต่นั่นกลับเป็นจุดที่ทำให้โครงการ “บ้านใจกลางฝัน” มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น คุณคีรี ย้ำว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทยยังคงมีอยู่สูง แต่ที่ผ่านมาปัญหาการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่สูงถึง 35-40% โดยเฉพาะสำหรับผู้มีรายได้ไม่ประจำและคนรุ่นใหม่ กลายเป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้หลายคนต้องหันไปเช่าแทนการซื้อ ส่งผลให้ตลาดเช่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โครงการ “บ้านใจกลางฝัน” มีเป้าหมายที่จะ “เปลี่ยนใจ” กลุ่มคนที่นิยมเช่า ให้หันมาเป็นเจ้าของบ้านแทน ด้วยเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยและการสนับสนุนทางการเงินที่เข้าถึงง่าย การลงทุนในโครงการนี้ BTS Group จะเป็นผู้ลงทุนหลัก โดยใช้กระแสเงินสดของบริษัทประมาณ 20% และส่วนที่เหลือจะมาจากการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน นอกจากนี้ ยังมีการนำที่ดินเดิมของบริษัทมาพัฒนา รวมถึงการซื้อที่ดินเพิ่มเติม และเปิดโอกาสให้พันธมิตรที่มีความสนใจร่วมลงทุนในโครงการนี้อีกด้วย
มองไปข้างหน้า: อสังหาริมทรัพย์ไทย ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ
จากประสบการณ์ 10 ปีในวงการอสังหาริมทรัพย์ ผมมองว่าโครงการ “บ้านใจกลางฝัน” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างที่อยู่อาศัย แต่เป็นการ “ปลดล็อกศักยภาพ” ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงล่าง ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศ และมักเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจได้ง่ายที่สุด
การเข้าถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Mortgage Accessibility): ปัญหาหลักที่โครงการนี้เข้ามาแก้ไขคือการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับกลุ่มที่ไม่สามารถผ่านเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อแบบปกติได้ การมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง ธอส. ซึ่งมีนโยบายสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยของประชาชนอยู่แล้ว ถือเป็นแต้มต่อสำคัญ
การกระจายตัวของทำเล: การขยายโครงการไปสู่หัวเมืองต่างๆ เช่น จังหวัดชลบุรี (ใกล้สนามบินอู่ตะเภา), กาญจนบุรี, และโคราช สะท้อนให้เห็นถึงการมองหาโอกาสในตลาดที่กำลังเติบโต และกระจายความเสี่ยง ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดกำลังมีศักยภาพสูง จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่
การตอบสนองต่อเทรนด์การอยู่อาศัยปี 2025:
ความยืดหยุ่นทางการเงิน: ในยุคที่ความแน่นอนทางเศรษฐกิจลดน้อยลง การเสนอทางเลือกทางการเงินที่ยืดหยุ่น เช่น การผ่อนชำระยาวนานเสมือนค่าเช่า จะได้รับความนิยมอย่างสูง
Smart Living & Connectivity: แม้โครงการจะเน้นราคาที่เข้าถึงง่าย แต่การออกแบบและการพัฒนาที่คำนึงถึงเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อ (Connectivity) จะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดผู้ซื้อรุ่นใหม่
Sustainable Development: การก่อสร้างที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และการออกแบบที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อตอบรับกับเทรนด์ในอนาคต จะช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจให้กับโครงการในระยะยาว
Location Matters (with Transportation Access): การที่โครงการส่วนใหญ่อยู่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ แสดงให้เห็นถึงการเข้าใจพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ซึ่งให้ความสำคัญกับการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และประหยัด
การสร้าง “มูลค่าที่แท้จริง” (True Value Creation): โครงการนี้ไม่ได้เน้นเพียงแค่การสร้างยูนิตจำนวนมาก แต่เป็นการสร้าง “คุณค่า” ให้กับชีวิตของผู้คน การมีบ้านไม่ใช่แค่สินทรัพย์ แต่เป็นความมั่นคง เป็นความภาคภูมิใจ เป็นรากฐานของครอบครัว
คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจ:
ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการนี้ ผมขอแนะนำให้ผู้ที่สนใจโครงการ “บ้านใจกลางฝัน” ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ D:CODE ศรีนครินทร์ และ D:CRAFT คลองหลวง ศึกษาผังโครงการ ขนาดห้อง ราคา และเงื่อนไขการผ่อนชำระอย่างละเอียด การเตรียมเอกสารให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียน หรือการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านในฝันได้
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยของตัวเอง แต่ติดขัดเรื่องเงินดาวน์ หรือกังวลเรื่องภาระการผ่อนชำระ โครงการ “บ้านใจกลางฝัน” คือคำตอบที่คุณกำลังรอคอย นี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นความจริง
อย่ารอช้า! ก้าวแรกสู่การเป็นเจ้าของบ้าน เริ่มต้นที่นี่…

