บ้านในฝันของคนไทย: BTS และ GHB ร่วมทลายข้อจำกัด สู่การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ด้วยงบแสนล้าน
ในภูมิทัศน์ของ อสังหาริมทรัพย์ ไทย ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การสร้างโอกาสให้คนไทยสามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของบ้านในฝันได้กลายเป็นเป้าหมายสำคัญของภาคเอกชนและสถาบันการเงิน ล่าสุด กลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (GHB) หรือ ธอส. เปิดตัวโครงการ “บ้านชาวไทย” ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นจะลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยกว่า 50,000 ยูนิต ทั่วประเทศ ตอบโจทย์กลุ่มคนที่มองหา บ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้น และ คอนโดมิเนียมราคาประหยัด ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ “ไม่ต้องดาวน์” และผ่อนชำระในอัตราที่เทียบเท่าค่าเช่า เริ่มต้นเพียง 1.6 ล้านบาท
ถอดรหัสกลยุทธ์ “บ้านชาวไทย”: โอกาสทองสำหรับผู้ที่อยากมีอสังหาริมทรัพย์เป็นของตนเอง
การตัดสินใจลงทุนมหาศาลของ BTS ในโครงการ “บ้านชาวไทย” นี้ ถือเป็นการสะท้อนถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปัจจุบัน ซึ่งแม้จะมีความชะลอตัว แต่ความต้องการพื้นฐานในการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองของคนไทยยังคงมีอยู่สูง ประเด็นสำคัญคืออุปสรรคที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องเผชิญ คือ ปัญหาการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน ซึ่งมีอัตราการปฏิเสธสูงถึง 35-40% โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้มีรายได้ไม่ประจำ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทำให้หลายคนจำใจต้องเช่าที่อยู่อาศัยแทนการซื้อ ซึ่งส่งผลให้ตลาดเช่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ BTS ได้เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังโครงการนี้ว่า เกิดจากความตั้งใจที่อยากจะ “ทำบางสิ่งบางอย่างให้กับสังคมไทย” โดยโครงการ “บ้านชาวไทย” นี้เปรียบเสมือนการลงทุนครั้งสำคัญในอดีต เช่นเดียวกับการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายแรกเมื่อ 30 ปีก่อน ซึ่งต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย แต่ก็สามารถผ่านมาได้ ด้วยระยะเวลาการคิดค้นคอนเซ็ปต์กว่า 3 เดือน ชื่อ “บ้านชาวไทย” อาจจะฟังดูไม่ทันสมัย แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจจริงในการตอบแทนสังคม
การลงทุนที่ครอบคลุม: จากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาค พร้อมโอกาสการลงทุนสำหรับพันธมิตร
โครงการ “บ้านชาวไทย” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล แต่ยังขยายการพัฒนาไปยังพื้นที่ศักยภาพในต่างจังหวัดทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับสนามบินอู่ตะเภา, จังหวัดกาญจนบุรี, และจังหวัดนครราชสีมา เพื่อกระจายโอกาสในการเป็นเจ้าของ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนในวงกว้าง
สำหรับปี 2569 นี้ BTS ได้ประกาศเปิดตัวโครงการนำร่อง 2 โครงการแรก ได้แก่:
โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์: ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 42 ไร่ ห่างจากสถานีศรีเอี่ยมของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเพียง 300 เมตร โครงการนี้จะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น จำนวน 24 อาคาร รวมทั้งสิ้น 4,150 ยูนิต มีห้องชุดให้เลือกถึง 3 แบบ ได้แก่
แบบ 30 ตร.ม. (1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ) ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท
แบบ 45 ตร.ม. (2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 2.85 ล้านบาท
แบบ 60 ตร.ม. (3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 3.78 ล้านบาท
โครงการนี้ปัจจุบันอยู่ระหว่างการยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างและรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ในเดือนกันยายน 2569 และแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2571
โครงการ D:CRAFT คลองหลวง (ปทุมธานี): ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และใกล้ตลาดไท บนพื้นที่กว่า 115 ไร่ โครงการนี้จะเป็นคอนโดมิเนียมสูงไม่เกิน 8 ชั้น จำนวนประมาณ 60 อาคาร รวม 7,500 ยูนิต โดยมีรูปแบบห้องพักดังนี้:
แบบ 30 ตร.ม. (1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ) ราคาเริ่มต้น 1.6 ล้านบาท
แบบ 45 ตร.ม. (2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 2.4 ล้านบาท
แบบ 60 ตร.ม. (3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 3.2 ล้านบาท
จุดเด่นของโครงการ D:CRAFT คือทุกยูนิตจะได้รับการตกแต่งพร้อมอยู่ (Fully Fitted) ผู้ซื้อสามารถหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับ คอนโดพร้อมอยู่ ราคาดี
ทั้ง 2 โครงการนำร่องนี้มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 20,000 ล้านบาท และจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยกำหนดสิทธิ์ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ และหากมีผู้สนใจเกินจำนวน จะใช้วิธีการจับสลาก
การเงินที่เข้าถึงง่าย: “ไม่ต้องดาวน์” และ “ผ่อนเสมือนค่าเช่า” คือหัวใจสำคัญ
หัวใจสำคัญของโครงการ “บ้านชาวไทย” คือ การยกเลิกเงื่อนไขการดาวน์ และเสนอทางเลือกในการผ่อนชำระที่ยาวนาน โดยให้ผู้ซื้อผ่อนชำระในอัตราที่ใกล้เคียงกับค่าเช่ารายเดือน ซึ่งจะช่วยลดภาระทางการเงินในช่วงเริ่มต้นได้อย่างมาก โดยอัตราค่าผ่อนชำระต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 6,000-7,000 บาท สำหรับยูนิตราคาเริ่มต้น
“ผมเชื่อมั่นว่า โครงการนี้จะสามารถเปลี่ยนใจกลุ่มคนที่นิยมเช่า ให้หันมาเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้” นายคีรี กล่าวเสริม
ในการบริหารจัดการด้านการเงิน BTS จะเป็นผู้ลงทุนหลัก โดยใช้กระแสเงินสดของบริษัทประมาณ 20% และส่วนที่เหลือจะมาจากการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน นอกจากนี้ BTS ยังเปิดโอกาสให้พันธมิตรที่มีความสนใจเข้าร่วมลงทุนในโครงการนี้ โดยที่ดินที่นำมาพัฒนาส่วนหนึ่งเป็นที่ดินเดิมของบริษัทฯ บางส่วนได้มีการซื้อเพิ่มเติม และบางส่วนก็ร่วมมือกับพันธมิตร
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2025 และโอกาสสำหรับผู้ซื้อ
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้าน อสังหาริมทรัพย์ การเปิดตัวโครงการ “บ้านชาวไทย” ถือเป็นการตอบสนองต่อแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2565-2569 ที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการความคุ้มค่า และมีข้อจำกัดด้านเงินทุนเริ่มต้น
ความต้องการซื้อสูงแต่ข้อจำกัดก็มาก: ตลาด อสังหาริมทรัพย์ ยังคงมีผู้ที่ต้องการมีบ้านเป็นของตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างครอบครัว หรือผู้ที่ต้องการขยายที่อยู่อาศัย แต่ข้อจำกัดเรื่องเงินดาวน์และวงเงินกู้ที่เข้มงวด ทำให้หลายคนเข้าไม่ถึงโอกาสในการเป็นเจ้าของ
การเติบโตของตลาดเช่า: สภาพการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดเช่าเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ผู้คนจำนวนมากยอมเช่าเพราะมองว่าเข้าถึงง่ายกว่าการซื้อ แต่โครงการ “บ้านชาวไทย” กำลังจะเปลี่ยนสมการนี้
เทรนด์ “Affordable Housing”: ความต้องการที่อยู่อาศัยในราคาที่จับต้องได้ (Affordable Housing) หรือ บ้านราคาถูก กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก โครงการนี้จึงเป็นการตอบโจทย์ Pain Point ของตลาดได้อย่างตรงจุด
โอกาสในการลงทุนสำหรับนักลงทุน: นอกเหนือจากผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง โครงการนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนที่มองหา อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า ในทำเลที่มีศักยภาพ เนื่องจากมีกำลังซื้อใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเติมเต็มตลาด
การพัฒนาพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้า: การให้ความสำคัญกับทำเลที่ตั้งใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีแดง ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด สะท้อนให้เห็นถึงการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางที่สะดวกสบาย และยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับ คอนโดใกล้รถไฟฟ้า และ บ้านใกล้รถไฟฟ้า
การใช้ประโยชน์จากศักยภาพที่ดิน: BTS มีความได้เปรียบในการเข้าถึงที่ดินในทำเลศักยภาพ ทำให้สามารถพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่มีความหนาแน่นเหมาะสมและราคาที่แข่งขันได้
เจาะลึกถึงกลุ่มเป้าหมาย: ใครคือผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการ “บ้านชาวไทย”?
กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการ “บ้านชาวไทย” สามารถแบ่งออกได้ดังนี้:
คนรุ่นใหม่ (Millennials & Gen Z): กลุ่มนี้มักมีรายได้เริ่มต้น และอาจยังไม่มีเงินดาวน์จำนวนมาก แต่มีความต้องการสร้างครอบครัวและมองหาความมั่นคงทางการเงิน การผ่อนชำระในอัตราที่ใกล้เคียงค่าเช่าจึงเป็นทางออกที่น่าสนใจ
ผู้ประกอบอาชีพอิสระ/ผู้มีรายได้ไม่ประจำ: กลุ่มนี้มักเผชิญปัญหาในการขอสินเชื่อบ้าน เนื่องจากรายได้ไม่คงที่ โครงการที่ลดเงื่อนไขการดาวน์และมีทางเลือกการผ่อนที่ยืดหยุ่น จึงเป็นโอกาสอันดี
ครอบครัวที่ต้องการขยายที่อยู่อาศัย: สำหรับครอบครัวที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่ใหญ่ขึ้น หรือย้ายทำเลเพื่อความสะดวกในการเดินทาง การมีตัวเลือกที่อยู่อาศัยในราคาที่เข้าถึงได้ จะช่วยลดภาระทางการเงิน
ผู้ที่ต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์: สำหรับนักลงทุนที่มองหา บ้านมือสองราคาถูก หรือ คอนโดราคาถูก เพื่อปล่อยเช่า โครงการนี้เป็นการสร้างอุปทานใหม่ในตลาด ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นการลงทุนได้
อนาคตของอสังหาริมทรัพย์ไทย: ความร่วมมือที่สร้างโอกาสและความหวัง
ความร่วมมือระหว่าง BTS และ GHB ในโครงการ “บ้านชาวไทย” ไม่เพียงแต่เป็นการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์โอกาสให้คนไทยทุกคนสามารถบรรลุเป้าหมายการมีบ้านเป็นของตนเองได้
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มากว่าทศวรรษ ผมมองว่าโครงการนี้เป็นต้นแบบที่น่าสนใจ และอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ในการพัฒนา โครงการบ้านจัดสรร และ คอนโดมิเนียม ในอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของตลาด และส่งเสริมให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของบ้าน แต่ยังติดขัดเรื่องข้อจำกัดทางการเงิน โครงการ “บ้านชาวไทย” นี้คือโอกาสที่คุณไม่ควรพลาด การศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียนหรือเข้าร่วมกิจกรรมเปิดตัวโครงการ จะเป็นการก้าวแรกที่สำคัญสู่การสร้างความฝันให้เป็นจริง
เริ่มต้นการเดินทางสู่การเป็นเจ้าของบ้านของคุณวันนี้!

