• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2001175 จฉาช Wห วใส ใช แจก uใบเด ยวหาเV นได เป นแสu (หน งส น) สกายฟ part2

admin79 by admin79
January 21, 2026
in Uncategorized
0
D2001175 จฉาช Wห วใส ใช แจก uใบเด ยวหาเV นได เป นแสu (หน งส น) สกายฟ part2

ศุภาลัย บุกตลาดคอนโดมิเนียมปี 2569: กลยุทธ์รับมือตลาดผันผวน เน้นตอบโจทย์กำลังซื้อที่เปลี่ยนไป

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของตลาดมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ปี 2568 ถือเป็นหนึ่งในบททดสอบที่ท้าทายที่สุดสำหรับผู้ประกอบการทุกราย การปรับตัวและการมองการณ์ไกลจึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศแผนการดำเนินงานในปี 2569 โดยมุ่งเน้นการลงทุนในตลาดคอนโดมิเนียมอย่างแข็งขัน ซึ่งสวนกระแสกับภาวะกำลังซื้อที่อาจชะลอตัว

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: ความท้าทายในปี 2568 และการมองหาโอกาสในปี 2569

“ปี 2568 เป็นปีที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในรอบสองทศวรรษของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย” เป็นคำกล่าวที่สะท้อนความรู้สึกของผู้ประกอบการหลายรายในอุตสาหกรรม และเมื่อมองไปยังปี 2569 มีความคาดหวังว่าสถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้น “คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวอย่างมั่นใจในการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแห่งแรกของปี “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” มูลค่า 3,000 ล้านบาท

แม้จะยอมรับว่าปีที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ศุภาลัยยังคงเดินหน้ากลยุทธ์หลัก นั่นคือการลงทุนซื้อที่ดินอย่างต่อเนื่อง และวางแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โดยยึดหลักการเรียนรู้จากผู้ประกอบการรายอื่น และเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาว การรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถปรับตัวตามความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันท่วงที “การมีสถานะการเงินที่มั่นคงช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เข้ามาได้ดีมาก” คุณไตรเตชะกล่าวเสริม “เราเริ่มจากการบริหารสภาพคล่องให้ดี คว้าโอกาสในการซื้อที่ดินในราคาที่เหมาะสม เมื่อตลาดเปลี่ยน ความต้องการของลูกค้าก็เปลี่ยนเช่นกัน เราต้องปรับตัวให้ทัน หากเราเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ทั้งในเรื่องราคา ผลิตภัณฑ์ และทำเล ศุภาลัยก็พร้อมจะส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุด”

ตลาดคอนโดมิเนียม: สัญญาณฟื้นตัวและโอกาสทองสำหรับผู้ที่ปรับตัว

สำหรับปี 2569 ซีอีโอแห่งศุภาลัย แสดงความเชื่อมั่นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะไม่เผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายเท่าปี 2568 อีก หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันใดๆ มาซ้ำเติม ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นอย่างแน่นอน

“ด้วยเหตุนี้ ศุภาลัยจึงวางแผนที่จะเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูง (คอนโดมิเนียม) ในจำนวนที่มากกว่าปีที่ผ่านมา” คุณไตรเตชะอธิบาย “มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของภาครัฐ เช่น การผ่อนคลายมาตรการ LTV (Loan-to-Value) และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% จนถึงกลางปี 2569 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมตลาด โดยเรายังคงมุ่งเน้นการเจาะกลุ่มลูกค้าตลาดแมส ด้วยราคาขายที่อยู่ในช่วง 70,000 – 80,000 บาทต่อตารางเมตร”

ในปี 2569 ศุภาลัยตั้งเป้าหมายที่จะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ให้มากกว่าปี 2568 ซึ่งมีการเปิดตัวโครงการไปแล้ว 4 โครงการ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท ทำให้มูลค่าสะสมของคอนโดมิเนียมในพอร์ตอยู่ที่ 16,000 ล้านบาท หรือประมาณ 3,000-4,000 ยูนิต นอกจากนี้ ยังมีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ซึ่งมียอดขายเฉลี่ยมากกว่า 50% โดยเฉพาะโครงการ “ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ” ที่มียอดขายกว่า 60% และพร้อมทยอยโอนในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569

“ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์”: หมัดเด็ดเปิดศักราชปี 2569

โครงการใหม่ที่ประเดิมศักราชปี 2569 ของศุภาลัย คือ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” มูลค่า 3,000 ล้านบาท คอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า MRT สถานีท่าพระ เพียง 150 เมตร จุดเด่นคือเป็นโครงการติดสถานีรถไฟฟ้าชั้นนำและมีอาคารสูงที่สุดในย่าน ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงสำหรับการพัฒนาโครงการแนวสูง

โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ประกอบด้วยอาคาร 2 อาคาร คือ อาคาร A สูง 31 ชั้น และอาคาร B สูง 32 ชั้น รวมจำนวนห้องพักอาศัย 910 ยูนิต พร้อมพื้นที่ร้านค้า 3 ยูนิต ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 33-67.5 ตร.ม. พร้อมครัวปิดที่ออกแบบอย่างเป็นสัดส่วน ราคาเริ่มต้นที่ 2.15 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 75,700 บาทต่อตารางเมตร

ด้วยทำเลที่ตั้งและราคาที่แข่งขันได้ โครงการนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของ 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ กลุ่มคนวัยทำงานที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางที่สะดวกสบาย, กลุ่ม Young Family ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่ขยายขนาดครอบครัวได้ และกลุ่มนักลงทุน ทำเลท่าพระติดอันดับ 10 ทำเลที่ได้รับความนิยมในการค้นหา โดยมีค่าเช่าเฉลี่ยประมาณ 12,500 บาทต่อเดือน ให้ผลตอบแทนจากการเช่าประมาณ 5-7% ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการลงทุนปล่อยเช่าในระยะยาว

“เรามีโครงการอื่นๆ ในโซนนี้หลายโครงการที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า เช่น ลอฟท์ สถานีภาษีเจริญ, เวอเรนด้า สถานีภาษีเจริญ, ปาร์ค สถานีแยกไฟฉาย และไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่” คุณไตรเตชะกล่าว “จากการสำรวจของเรา พบว่าลูกค้า 1 ใน 5 ราย เลือกทำเลที่เดินทางสะดวกสบายไปยังสถานศึกษา ตั้งแต่ระดับโรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ พฤติกรรมการซื้อคอนโดมิเนียมเป็นบ้านหลังแรกและหลังเดียวก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ปัจจัยเหล่านี้เองที่ผลักดันให้ศุภาลัยมองหาที่ดินในทำเลที่ติดแนวรถไฟฟ้า MRT และต่อยอดด้วยการเพิ่มสัดส่วนห้องชุดขนาดใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะห้องแบบ 1 ห้องนอนพลัส (1 Bedroom Plus) และ 2 ห้องนอน ซึ่งมีสัดส่วน 21% และ 36% ตามลำดับ มากกว่าห้องขนาด 1 ห้องนอนที่มีเพียง 43% ของยูนิตทั้งหมด เหตุผลคืออุปทานของคอนโดมิเนียมแบบ 2 ห้องนอนในตลาดระดับราคา 70,000-80,000 บาทต่อตารางเมตรนั้นเริ่มมีจำกัด และได้ถูกดูดซับไปมากแล้ว ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จของโครงการ “ปาร์ค ราชพฤกษ์-เพชรเกษม” ที่ห้องชุดขนาด 2 ห้องนอนถูกขายหมดไปแล้ว

“การเพิ่มสัดส่วนห้องชุดขนาดใหญ่และห้อง 2 ห้องนอน เป็นธีมหลักของศุภาลัยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา” คุณไตรเตชะกล่าว “ปัจจุบัน ลูกค้าเริ่มใช้คอนโดมิเนียมเป็นบ้านหลังแรกและหลังเดียวมากขึ้นอย่างชัดเจน ห้องชุดแบบ 2 ห้องนอนจึงเริ่มมีความสำคัญ และผมเชื่อว่านี่จะเป็นเทรนด์ที่จะตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในอนาคตได้อย่างแน่นอน”

“กู้แบงก์ไม่ผ่าน”: โจทย์ใหญ่ท้าทายตลาดคอนโดมิเนียม

แม้ว่าแนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2569 จะเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น แต่ “คุณไตรเตชะ” ยังคงแสดงความกังวลต่ออัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่สูงถึง 40% ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ท้าทายตลาด เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่มีเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว เช่น มีภาระหนี้น้อย และมีรายได้สูง ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางถึงน้อย มีอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อจำนวนมาก และหากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข ปริมาณผู้ถูกปฏิเสธสินเชื่อก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น

“อัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อกลุ่มที่ต้องการซื้อบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม” คุณไตรเตชะอธิบาย “สำหรับโครงการบ้านจัดสรร (แนวราบ) เราอาจไม่ได้ปฏิเสธที่จะให้สินเชื่ออย่างเต็มที่ ด้วยเหตุผลบางประการที่แตกต่างออกไป หากพิจารณาลูกค้าที่ซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาทเท่ากัน ลูกค้าบ้านจัดสรรมักมีภาระหนี้สินที่มากกว่า เช่น การผ่อนรถยนต์ แต่การอาศัยอยู่ในบ้านจัดสรรมักมีสมาชิกในครอบครัวหลายคน และใช้รายได้หลายคนรวมกันในการผ่อน ทำให้โอกาสในการยื่นขอสินเชื่อผ่านมีสูงกว่า ในทางกลับกัน ลูกค้าคอนโดมิเนียมที่อาจอาศัยอยู่เพียง 2 คน การหารายได้ต่อคนอาจน้อยกว่า ทำให้โอกาสในการขอสินเชื่อผ่านลดลง”

“ในส่วนของลูกค้าศุภาลัย อัตราการขอสินเชื่อบ้านจัดสรรไม่ผ่านอยู่ที่ประมาณ 20% ในขณะที่คอนโดมิเนียมอยู่ที่ 40% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าคอนโดมิเนียมมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยนี้มากกว่าบ้านจัดสรรอย่างมาก”

ข้อเสนอแนะถึงภาครัฐ: เร่งพัฒนาระบบคมนาคมและวางผังเมืองใหม่

จากปัญหาอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ “คุณไตรเตชะ” ได้ฝากข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลใหม่ในการเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการขอสินเชื่อให้ง่ายขึ้น เพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยให้เข้ามาสู่ตลาดมากขึ้น พร้อมทั้งเสนอแนะประเด็นสำคัญอีก 2 ข้อ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน:

การแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม: ควรสานต่อการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าที่ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ ให้สามารถใช้งานได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่ไปกับการเร่งรัดการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการในการเดินทางในเขตกรุงเทพมหานคร เนื่องจากการสร้างมอเตอร์เวย์เส้นทางใหม่นั้น แม้จะช่วยอำนวยความสะดวก แต่ก็เป็นการสนับสนุนการเดินทางนอกวงโคจรตลาดอสังหาริมทรัพย์มากกว่าการกระตุ้นตลาดโดยตรง

การเร่งรัดการบังคับใช้ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่: ผังเมืองฉบับใหม่นี้ถือเป็นฉบับที่น่าตื่นเต้นที่สุดในรอบหลายปี เนื่องจากมีการปลดล็อกข้อจำกัดทางการก่อสร้าง ทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น และคาดว่าโอกาสในการนำผังเมืองใหม่มาใช้จริงจังน่าจะเกิดขึ้นในปี 2570 หลังจากที่ถูกชะลอการบังคับใช้นานกว่า 3 ปี

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในอุตสาหกรรมนี้มานาน ผมมองว่ากลยุทธ์ของศุภาลัยในการบุกตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2569 ถือเป็นการเดินหมากที่น่าสนใจ ท่ามกลางความท้าทายของตลาด การปรับตัวให้เข้ากับความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค และการรักษาเสถียรภาพทางการเงินเป็นกุญแจสำคัญ การมองหาโอกาสในทำเลที่มีศักยภาพอย่าง “ท่าพระ” และการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ล้วนเป็นปัจจัยที่จะขับเคลื่อนความสำเร็จของโครงการ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” และเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดคอนโดมิเนียมในปีนี้

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือกำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณในปี 2569 การศึกษาข้อมูลและแนวโน้มตลาดอย่างละเอียด จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นการลงทุนที่มั่นคงในระยะยาว หากเลือกสรรโครงการและทำเลที่ถูกต้อง ขอเชิญชวนให้ท่านศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจในทำเลศักยภาพ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อค้นหาทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Previous Post

D2001174 ทอฝ นบอกใU อว าแม (หน งส น) สกายฟ part2

Next Post

D2001176 เธOทดสอUจ ตสำu กพน กงานใหม (หน งส น) สกายฟ part2

Next Post
D2001176 เธOทดสอUจ ตสำu กพน กงานใหม (หน งส น) สกายฟ part2

D2001176 เธOทดสอUจ ตสำu กพน กงานใหม (หน งส น) สกายฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.