• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2001151 งน ำด ดทร พย าดา (หน งส น) สกายฟ part2

admin79 by admin79
January 21, 2026
in Uncategorized
0
D2001151 งน ำด ดทร พย าดา (หน งส น) สกายฟ part2

ศุภาลัย บุกตลาดคอนโดฯ ปี 2569: กลยุทธ์สวนกระแส ท่ามกลางกำลังซื้อซบ

ในโลกของอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปรับตัวให้ทันต่อพลวัตของตลาดถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งหลายองค์กรต้องเผชิญกับความยากลำบาก แต่สำหรับ “ศุภาลัย” บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย กลับมองเห็นโอกาสท่ามกลางวิกฤต ด้วยการประกาศเดินหน้าลงทุนในตลาดคอนโดมิเนียมอย่างแข็งขันในปี 2569 สวนกระแสความกังวลเกี่ยวกับกำลังซื้อที่ชะลอตัว

บทสรุปจากการมองการณ์ไกล: ความเชื่อมั่นในระยะยาว

“ปี 2568 เป็นปีที่ยากและแย่ที่สุดในรอบ 20 ปีของตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่ผมมั่นใจว่าปี 2569 จะดีกว่าปี 2568 อย่างแน่นอน” ถ้อยแถลงนี้มาจากคุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ในงานเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแรกของปี “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” มูลค่า 3,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันแน่วแน่และประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มายาวนาน

คุณไตรเตชะยอมรับว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่ง แต่ศุภาลัยไม่เคยหยุดนิ่งในการมองหาโอกาสในการซื้อที่ดินและวางแผนพัฒนาโครงการใหม่ๆ สิ่งที่ทำให้ศุภาลัยสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ คือการยึดมั่นในความยั่งยืนของธุรกิจ การบริหารจัดการสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่ง และความสามารถในการปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า

“สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจอย่างยิ่งในปีที่ผ่านมา การบริหารจัดการงบประมาณของเราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเราจะยิ่งทำได้ดีขึ้นในปีนี้” คุณไตรเตชะกล่าวเสริม “ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ เช่น การรักษา สภาพคล่องทางการเงิน การคว้าโอกาสในการซื้อที่ดินในราคาที่เหมาะสม เมื่อตลาดเปลี่ยนแปลง ความต้องการของลูกค้าก็เปลี่ยนตาม จากที่เคยต้องการแบบหนึ่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มาปีนี้ก็เปลี่ยนไป การปรับตัวให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า ทั้งในด้านราคา ผลิตภัณฑ์ ทำเล และสิ่งอำนวยความสะดวก คือหัวใจสำคัญที่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จ”

อนาคตสดใสของตลาดคอนโดมิเนียม: โอกาสที่ศุภาลัยคว้าไว้

สำหรับปี 2569 คุณไตรเตชะมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะฟื้นตัวจากภาวะซบเซาในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดคอนโดมิเนียม “ปี 2568 ที่ผ่านมา ตลาดได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการชะลอตัวและปัจจัยภายนอกต่างๆ แต่หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก เรามองว่าภาพรวมตลาดในปีนี้จะดีขึ้นอย่างแน่นอน”

ด้วยความเชื่อมั่นนี้ ศุภาลัยจึงวางแผนที่จะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่มากกว่าปี 2568 ซึ่งในปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมไปแล้ว 4 โครงการ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่าคอนโดมิเนียมสะสมในพอร์ตอยู่ที่ 16,000 ล้านบาท หรือประมาณ 3,000-4,000 ยูนิต นอกจากนี้ บริษัทยังมีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้วอีก 4 โครงการ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ซึ่งมียอดขายเฉลี่ยมากกว่า 50% โดยโครงการ “ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ” เป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ มียอดขายสูงถึง 60% และเตรียมพร้อมทยอยโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 2 ปี 2569

การตัดสินใจของศุภาลัยในการบุกตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2569 สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ เช่น การผ่อนปรนมาตรการ LTV (Loan-to-Value) และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2569 บริษัทตั้งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าตลาดแมส โดยเน้นราคาขายที่ 70,000-80,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นราคาที่เข้าถึงได้สำหรับผู้บริโภคในวงกว้าง

“ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์”: โครงการเปิดศักราชแห่งความสำเร็จ

เพื่อเป็นการประเดิมปี 2569 ศุภาลัยได้เปิดตัวโครงการ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ติดกับรถไฟฟ้า MRT สถานีท่าพระ ในระยะทางไม่เกิน 150 เมตร โครงการนี้มูลค่า 3,000 ล้านบาท โดดเด่นด้วยการเป็นหนึ่งในโครงการที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าที่สุดและเป็นอาคารสูงในย่านนี้ หลังจากที่เคยมีข้อจำกัดด้านความสูงในพื้นที่ใกล้เคียง

โครงการ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ประกอบด้วยอาคารที่พักอาศัย 2 อาคาร คือ อาคาร A สูง 31 ชั้น และอาคาร B สูง 32 ชั้น รวมจำนวน 910 ยูนิต พร้อมพื้นที่ร้านค้า 3 ยูนิต โดยมีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 33-67.5 ตารางเมตร ออกแบบให้มีครัวปิดเป็นสัดส่วน และราคาเริ่มต้นที่ 2.15 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 75,700 บาทต่อตารางเมตร

ด้วยทำเลศักยภาพสูงและราคาที่น่าสนใจ โครงการนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของ 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ วัยทำงานที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง, Young Family ที่กำลังวางแผนขยายครอบครัว, และนักลงทุน อานิสงส์จากที่ตั้งของท่าพระที่ติด 10 อันดับทำเลที่คนนิยมค้นหา โดยมีค่าเช่าเฉลี่ยประมาณ 12,500 บาทต่อเดือน และให้ผลตอบแทนการลงทุนราว 5-7% สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าในระยะยาว

“เรามีโครงการคอนโดมิเนียมหลายแห่งในโซนนี้ที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า เช่น ลอฟท์ สถานีภาษีเจริญ, เวอเรนด้า สถานีภาษีเจริญ, ปาร์ค สถานีแยกไฟฉาย และไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่” คุณไตรเตชะกล่าว “จากการสำรวจของเรา พบว่ากว่า 1 ใน 5 ของลูกค้าทั้งหมด เลือกทำเลที่เดินทางสะดวกสบายไปยังสถานศึกษา ตั้งแต่ระดับโรงเรียนจนถึงมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ พฤติกรรมการซื้อคอนโดมิเนียมเป็นบ้านหลังแรกและหลังเดียวก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

การตอบโจทย์เทรนด์ที่อยู่อาศัย: ห้องนอนที่มากขึ้น

แนวคิดในการหาที่ดินทำเลติดรถไฟฟ้าของศุภาลัย ได้ต่อยอดไปสู่การเพิ่มสัดส่วนของห้องชุดที่มีมากกว่า 1 ห้องนอน โดยเฉพาะห้องขนาด 1 ห้องนอนพลัส และ 2 ห้องนอน ซึ่งมีสัดส่วน 21% และ 36% ตามลำดับ ในขณะที่ห้องขนาด 1 ห้องนอนมีสัดส่วนเพียง 43% ของยูนิตทั้งหมดในโครงการ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมองการณ์ไกลของศุภาลัยต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด “เรามองว่าซัพพลายคอนโดมิเนียมที่มีห้องขนาด 2 ห้องนอน ถูกดูดซับไปเกือบหมดแล้ว จากความสำเร็จของโครงการปาร์ค ราชพฤกษ์-เพชรเกษม ที่ห้องขนาด 2 ห้องนอนขายหมดไปเป็นที่เรียบร้อย โดยเฉพาะในระดับราคา 70,000-80,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งมีจำนวนจำกัด”

“การเพิ่มจำนวนห้องชุดขนาดใหญ่และห้อง 2 ห้องนอน เป็นธีมหลักของศุภาลัยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา” คุณไตรเตชะเน้นย้ำ “เราเห็นลูกค้าจำนวนมากที่ใช้คอนโดมิเนียมเป็นบ้านหลังแรกและหลังเดียวอย่างชัดเจน ห้องชุด 2 ห้องนอนจึงมีความสำคัญมากขึ้น และผมเชื่อว่านี่จะเป็นเทรนด์ที่จะตอบสนองความต้องการของตลาดในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยม”

โจทย์ท้าทาย “กู้ไม่ผ่าน”: ความกังวลที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข

แม้ว่าแนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2569 จะดูสดใส แต่คุณไตรเตชะยังคงมีความกังวลอย่างยิ่งต่ออัตราการปฏิเสธสินเชื่อของผู้ซื้อที่สูงถึง 40% ซึ่งเป็นปัจจัยท้าทายหลักที่ส่งผลกระทบต่อตลาด “ธนาคารส่วนใหญ่เน้นปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีคุณสมบัติสม่ำเสมอ คือมีภาระหนี้ต่ำและมีรายได้สูง ทำให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางมีอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อสูง หากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ”

“เราพบว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงขึ้นนี้ ส่งผลกระทบมากที่สุดในกลุ่มที่ต้องการบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม” คุณไตรเตชะอธิบาย “สำหรับโครงการแนวราบ เรายอมรับว่าไม่ได้เร่งรัดการปล่อยสินเชื่อมากนัก ด้วยเหตุผลเดียวกัน แต่ต้องเข้าใจว่าลูกค้าที่ซื้อบ้านแนวราบราคา 3 ล้านบาท มีภาระผูกพันมากกว่า เช่น อาจมีการผ่อนรถยนต์ และมักจะอยู่รวมกันหลายคน ทำให้มีรายได้รวมต่อครัวเรือนสูงกว่า โอกาสในการยื่นขอสินเชื่อจึงสูงกว่า ในขณะที่ลูกค้าคอนโดมิเนียมที่อยู่กัน 2 คน หากนำรายได้มาหารเฉลี่ยแล้วอาจดูน้อยกว่า”

“สำหรับลูกค้าของศุภาลัย อัตราการปฏิเสธสินเชื่อสำหรับโครงการแนวราบอยู่ที่ประมาณ 20% แต่สำหรับคอนโดมิเนียมสูงถึง 40% ดังนั้น ปัจจัยด้านการอนุมัติสินเชื่อจึงส่งผลกระทบต่อตลาดคอนโดมิเนียมมากกว่าตลาดแนวราบอย่างเห็นได้ชัด”

ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ: พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการวางผังเมือง

จากปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศตลาดอสังหาริมทรัพย์ คุณไตรเตชะได้ฝากข้อเสนอแนะสำคัญถึงรัฐบาลชุดใหม่ 2 ประการ เพื่อช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคที่ยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวม

การแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม: รัฐบาลควรเร่งสานต่อโครงการรถไฟฟ้าที่สร้างเสร็จแล้วให้สามารถใช้งานได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงการเร่งรัดการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ให้เพียงพอต่อความต้องการเดินทางในกรุงเทพมหานคร การสร้างมอเตอร์เวย์สายใหม่เป็นการสนับสนุนการเดินทางนอกเมือง ซึ่งอาจไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมืองเท่ากับการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าที่เชื่อมโยงใจกลางเมือง

การเร่งรัดการบังคับใช้ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่: ผังเมืองฉบับใหม่นี้ถือเป็นฉบับที่น่าตื่นเต้นที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการผ่อนคลายกฎระเบียบที่เอื้อต่อการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ โดยคาดว่าเราจะได้เห็นการบังคับใช้ผังเมืองใหม่นี้ในปี 2570 หลังจากที่ถูกชะลอการบังคับใช้มานานกว่า 3 ปี การเร่งรัดกระบวนการนี้จะช่วยปลดล็อกศักยภาพในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สรุป: โอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงสดใส

แม้จะเผชิญกับความท้าทายต่างๆ แต่ศุภาลัยยังคงยืนยันถึงศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ในปี 2569 กลยุทธ์การลงทุนที่สวนกระแส การปรับตัวให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า และการบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของศุภาลัย การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในทำเลศักยภาพ ติดแนวรถไฟฟ้า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนและผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนหรือที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการคอนโดมิเนียมของศุภาลัยได้แล้ววันนี้ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ของเราเพื่อรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สูงสุด.

Previous Post

D2001150 กช Vน ำว ใครจะชuะใจพ อตา (หน งส น) สกายฟ part2

Next Post

D2001152 สมU ในSองเท (หน งส น) สกายฟ part2

Next Post
D2001152 สมU ในSองเท (หน งส น) สกายฟ part2

D2001152 สมU ในSองเท (หน งส น) สกายฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.