• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2001140 จะเก ดอะไรข เม อพวกเธอร าต วเอvม สาม คนเด ยวก (หน งส น) สกายฟ part2

admin79 by admin79
January 21, 2026
in Uncategorized
0
D2001140 จะเก ดอะไรข เม อพวกเธอร าต วเอvม สาม คนเด ยวก (หน งส น) สกายฟ part2

ศุภาลัย ชูกลยุทธ์คอนโดมิเนียม เจาะตลาดกำลังซื้อยุคใหม่ ปี 2569

ในขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ซบเซา บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศกลยุทธ์บุกตลาดปี 2569 ด้วยการเน้นลงทุนใน “คอนโดมิเนียม” โดยเฉพาะโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: ความท้าทายที่รอการฟื้นตัว

“ปี 2568 เป็นปีที่ยากและแย่ที่สุดในรอบ 20 ปีของตลาดอสังหาริมทรัพย์” เป็นคำกล่าวที่สะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทุกราย

อย่างไรก็ตาม “คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้แสดงความมั่นใจว่า “ปี 2569 จะดีกว่าปี 2568 อย่างแน่นอน” ความเชื่อมั่นนี้ไม่ได้เกิดจากความหวังเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อมกับการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน และการปรับตัวที่สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาด

“เรามองว่าสถานการณ์ในปี 2569 จะมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” คุณไตรเตชะกล่าวในการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” คอนโดมิเนียมโครงการแรกของปี มูลค่า 3,000 ล้านบาท “แม้ปีที่ผ่านมาจะหนักหนาสาหัส แต่ศุภาลัยยังคงเดินหน้าซื้อที่ดินอย่างต่อเนื่อง วางแผนพัฒนาโครงการใหม่ๆ และที่สำคัญคือเราได้เรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้ประกอบการรายอื่น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว”

ศุภาลัย: การปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

หัวใจสำคัญของความสำเร็จของศุภาลัยในปีที่ผ่านมา คือ การบริหารจัดการสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทสามารถเข้าซื้อที่ดินในราคาที่เหมาะสม และยังคงสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ แม้ในภาวะตลาดที่ท้าทาย

“ความมั่นคงทางการเงินคือสิ่งสำคัญที่สุด” คุณไตรเตชะเน้นย้ำ “เราใช้ประโยชน์จากสภาพคล่องที่มีอยู่ คว้าโอกาสในการซื้อที่ดินที่คุ้มค่า พอตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากที่ 3 ปีที่แล้วลูกค้าต้องการแบบหนึ่ง มาปีนี้ความต้องการของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เราต้องปรับตัวให้ทัน หากเรารู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร เราต้องทำให้ถูกต้อง ตั้งแต่เรื่องราคา โปรดักต์ ทำเล ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ หากทำได้ครบถ้วน ก็จะประสบความสำเร็จ”

มั่นใจตลาดคอนโดมิเนียมฟื้นตัว: กลยุทธ์ที่สวนกระแส

สำหรับปี 2569 ศุภาลัยมีมุมมองที่เป็นบวกต่อตลาด “คอนโดมิเนียม” โดยคาดการณ์ว่าตลาดจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกหลายประการ

“เรามั่นใจว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 จะไม่ย่ำแย่เท่าปี 2568” คุณไตรเตชะกล่าว “หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก ภาพรวมตลาดจะดีกว่าปีที่แล้วอย่างแน่นอน”

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ศุภาลัยตัดสินใจเพิ่มการลงทุนใน “คอนโดมิเนียม” คือ การสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ เช่น การผ่อนปรนมาตรการ LTV (Loan-to-Value) และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ซึ่งขยายเวลาไปถึงเดือนมิถุนายน 2569 มาตรการเหล่านี้ถือเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ช่วยปลดล็อกกำลังซื้อของผู้บริโภค

“เราวางแผนจะเปิดตัวโครงการ “คอนโดมิเนียม” แนวสูงมากกว่าปีที่ผ่านมา” คุณไตรเตชะเปิดเผย “โดยยังคงมุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าตลาดแมส (Mass Market) ในระดับราคาขายประมาณ 70,000-80,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นราคาที่เข้าถึงได้และมีความต้องการสูง”

ในปี 2569 ศุภาลัยตั้งเป้าหมายที่จะเปิดตัวโครงการ “คอนโดมิเนียม” ใหม่มากกว่า 4 โครงการในปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการ “คอนโดมิเนียม” สร้างเสร็จพร้อมโอนอีก 4 โครงการ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท โดยมีอัตราการขายเฉลี่ยมากกว่า 50% สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของโครงการและการตอบรับที่ดีจากตลาด

“ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์”: ก้าวแรกสู่ความสำเร็จในปี 2569

โครงการ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” คือการประเดิมศักราชใหม่ของศุภาลัย ด้วยมูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท จุดเด่นสำคัญของโครงการนี้คือทำเลที่ตั้ง “คอนโดติดรถไฟฟ้า MRT สถานีท่าพระ” ในระยะเพียง 150 เมตร ซึ่งถือเป็นโครงการแรกๆ ที่ใกล้สถานีและมีศักยภาพด้านความสูงในย่านนี้

โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ 5 ไร่ ประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 2 อาคาร สูง 31 และ 32 ชั้น รวม 910 ยูนิต พร้อมพื้นที่ร้านค้า 3 ยูนิต ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 33-67.5 ตารางเมตร โดยเน้นการออกแบบครัวปิดที่เป็นสัดส่วน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการใช้งาน

“ราคาเริ่มต้นที่ 2.15 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 75,700 บาทต่อตารางเมตร ถือเป็นราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับทำเล ศักยภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เรานำเสนอ” คุณไตรเตชะกล่าว “เราเน้นเจาะ 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องการความสะดวกในการเดินทาง กลุ่ม Young Family ที่กำลังวางแผนขยายครอบครัว และกลุ่มนักลงทุน”

ทำเลท่าพระเป็นหนึ่งใน 10 อันดับทำเลที่ผู้คนนิยมค้นหา โดยมีค่าเช่าเฉลี่ยประมาณ 12,500 บาทต่อเดือน ให้ผลตอบแทนประมาณ 5-7% ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการลงทุนปล่อยเช่าในระยะยาว

เจาะลึกเทรนด์ “คอนโดมิเนียม”: ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

“เรามีโครงการ “คอนโดมิเนียม” ในโซนนี้หลายแห่ง เช่น ลอฟท์ สถานีภาษีเจริญ, เวอเรนด้า สถานีภาษีเจริญ, ปาร์ค สถานีแยกไฟฉาย และไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่” คุณไตรเตชะกล่าว “จากการสำรวจพบว่า 1 ใน 5 ของลูกค้าทั้งหมด เลือกทำเลที่สะดวกต่อการเดินทางไปสถานศึกษา ตั้งแต่ระดับโรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัย”

สิ่งที่น่าสนใจคือพฤติกรรมการใช้ “คอนโดมิเนียม” ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยมีแนวโน้มที่จะใช้คอนโดเป็นบ้านหลังแรกและหลังเดียวมากขึ้น ทำให้ความต้องการห้องชุดที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายเพิ่มสูงขึ้น

“เราจึงต่อยอดด้วยการเพิ่มสัดส่วนของห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน พลัส (1 Bedroom Plus) และ 2 ห้องนอน” คุณไตรเตชะอธิบาย “โดยมีสัดส่วน 21% และ 36% ตามลำดับ มากกว่าห้องขนาด 1 ห้องนอนที่มีเพียง 43% ของยูนิตทั้งหมดในโครงการ”

เหตุผลสำคัญคือการที่ห้องชุดขนาด 2 ห้องนอน “คอนโดราคาดี” เริ่มขาดแคลนในตลาด จากความสำเร็จของโครงการก่อนหน้านี้ เช่น “ปาร์ค ราชพฤกษ์-เพชรเกษม” ที่ห้องชุด 2 ห้องนอนขายหมดไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในระดับราคา 70,000-80,000 บาทต่อตารางเมตร

“การเพิ่มจำนวนห้องชุดขนาดใหญ่และขนาด 2 ห้องนอนมากขึ้น เป็นธีมหลักของศุภาลัยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา” คุณไตรเตชะเน้นย้ำ “ลูกค้าเริ่มใช้คอนโดเป็นบ้านหลังแรกและหลังเดียวมากขึ้นอย่างชัดเจน ห้องชุด 2 ห้องนอนจึงมีความสำคัญ และเราเชื่อว่านี่จะเป็นเทรนด์ที่จะตอบโจทย์ความต้องการในอนาคต”

“กู้แบงก์ไม่ผ่าน”: โจทย์ใหญ่ที่ท้าทายตลาด “อสังหาริมทรัพย์”

แม้ว่าแนวโน้มตลาด “คอนโดมิเนียม” ในปี 2569 จะดูมีอนาคตสดใส แต่คุณไตรเตชะยังคงมีความกังวลต่ออัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงถึง 40% ซึ่งถือเป็นปัจจัยท้าทายหลักของตลาด

“ธนาคารส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าที่มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น มีจำนวนหนี้สินน้อย และมีรายได้สูง” คุณไตรเตชะกล่าว “ทำให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยลงมามีโอกาสในการยื่นขอสินเชื่อผ่านน้อยลง หากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข ปริมาณผู้ที่กู้ไม่ผ่านก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น”

อัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงนี้ส่งผลกระทบต่อตลาด “คอนโดมิเนียม” โดยเฉพาะกลุ่มราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ในขณะที่โครงการแนวราบยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง

“สำหรับโครงการแนวราบ เราไม่ได้มองว่าไม่สามารถปล่อยขายได้ แต่ต้องอธิบายเพิ่มเติมว่า ลูกค้าที่ซื้อบ้านแนวราบในราคา 3 ล้านบาท มักจะมีภาระหนี้สินมากกว่า เพราะอาจมีภาระผ่อนรถยนต์ด้วย และมักจะอยู่อาศัยกันหลายคน ทำให้สามารถนำรายได้หลายส่วนมารวมกันเพื่อยื่นขอสินเชื่อได้ง่ายกว่า” คุณไตรเตชะอธิบาย

“ในทางกลับกัน ลูกค้า “คอนโดมิเนียม” ที่พักอาศัยกันเพียง 1-2 คน การคำนวณรายได้ต่อภาระหนี้สินจึงน้อยกว่า ทำให้มีโอกาสยื่นสินเชื่อผ่านได้ยากกว่า”

“ลูกค้าศุภาลัยที่ขอสินเชื่อแนวราบไม่ผ่านคิดเป็น 20% ในขณะที่ “คอนโดมิเนียม” อยู่ที่ 40% ซึ่งแสดงให้เห็นว่า “คอนโดมิเนียม” มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยเรื่องการอนุมัติสินเชื่อมากกว่าโครงการแนวราบอย่างมีนัยสำคัญ”

คำแนะนำสู่ภาครัฐ: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและผังเมือง

จากปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศตลาด “อสังหาริมทรัพย์” คุณไตรเตชะได้ฝากคำแนะนำถึงรัฐบาลใหม่ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาและผลักดันการพัฒนาประเทศ

“เราอยากให้รัฐบาลใหม่พิจารณาหาแนวทางในการทำให้การยื่นขอสินเชื่อสำหรับผู้ที่ต้องการมีบ้านง่ายขึ้น” คุณไตรเตชะกล่าว “เพื่อดึงผู้บริโภคที่มีความต้องการซื้อบ้านกลับเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้มากขึ้น”

นอกจากนี้ คุณไตรเตชะยังได้เสนอแนวทางการพัฒนาประเทศอีก 2 ข้อ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และส่งเสริมการเติบโตของตลาด “อสังหาริมทรัพย์” โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร:

เร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม: รัฐบาลควรสานต่อโครงการรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างให้แล้วเสร็จและสามารถใช้งานได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงเร่งรัดการสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ให้เพียงพอต่อความต้องการในการเดินทางในกรุงเทพฯ การพัฒนามอเตอร์เวย์เส้นทางใหม่ควรพิจารณาให้รอบคอบว่าสนับสนุนการเดินทางนอกเมืองมากกว่าการกระตุ้นตลาด “อสังหาริมทรัพย์” ในเมืองหรือไม่

เร่งรัดการบังคับใช้ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่: ผังเมืองฉบับใหม่นี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการ “อสังหาริมทรัพย์” เนื่องจากมีการปลดล็อกข้อจำกัดในการก่อสร้าง ทำให้สามารถดำเนินโครงการได้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะได้เริ่มใช้ผังเมืองใหม่นี้ในปี 2570 หลังจากที่ถูกชะลอมานานกว่า 3 ปี

การลงทุนใน “คอนโดมิเนียม” ของศุภาลัยในปี 2569 เป็นการเดินเกมเชิงรุกที่น่าจับตามอง โดยการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในภาวะตลาดที่ท้าทายนี้

หากคุณกำลังมองหา “คอนโดใกล้รถไฟฟ้า” หรือ “คอนโดพร้อมอยู่” ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ ศุภาลัยพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชีวิตที่ดีกว่า ด้วยโครงการ “คอนโดมิเนียม” คุณภาพที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและราคาที่เข้าถึงได้ อย่าพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของ “คอนโดดีไซน์สวย” ของคุณ ติดต่อตัวแทนขายศุภาลัย หรือเยี่ยมชมโครงการของเราวันนี้ เพื่อค้นหา “คอนโดเพื่อการลงทุน” หรือ “คอนโดสำหรับครอบครัว” ที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ!

Previous Post

D2001139 เธOขอความช วยเหล Oด วยว (หน งส น) สกายฟ part2

Next Post

D2001145 ชายคนน ปลOมต วเป นน กเร ยนทำไม (หน งส น) สกายฟ part2

Next Post
D2001145 ชายคนน ปลOมต วเป นน กเร ยนทำไม (หน งส น) สกายฟ part2

D2001145 ชายคนน ปลOมต วเป นน กเร ยนทำไม (หน งส น) สกายฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.