วิกฤตการณ์อิตาเลียนไทย: เมื่ออุบัติเหตุซ้ำซากสั่นคลอนความเชื่อมั่นและอนาคตการประมูลงานภาครัฐ
ในช่วงต้นปี 2569 วงการอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าตกใจและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เหตุการณ์เครนล้มในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ 2 ครั้งภายในเวลาไล่เลี่ยกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังสั่นคลอนความเชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยของผู้รับเหมาหลักอย่าง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสองโครงการ ส่งผลให้รัฐบาลต้องออกมาตรการขั้นเด็ดขาด ทั้งการสั่งระงับงาน การยกเลิกสัญญา และการขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าร่วมประมูลงานภาครัฐในอนาคต บทความนี้จะเจาะลึกถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ปฏิกิริยาจากทุกภาคส่วน และแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นกับอนาคตของ ITD และอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างไทย
จุดเปลี่ยนวิกฤต: เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ไม่อาจมองข้าม
วันที่ 14 มกราคม 2569 เหตุการณ์เครนลอนเชอร์ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา สัญญา 3-4 ที่ลำตะคอง-สีคิ้ว เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง เครนดังกล่าวได้ร่วงหล่นทับขบวนรถไฟสายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ความสูญเสียครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปัญหาที่กำลังจะประทุขึ้น
เพียงวันถัดมา วันที่ 15 มกราคม 2569 เหตุการณ์ซ้ำรอยเกิดขึ้นอีกครั้ง ที่โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M 82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว (ตอน 7) บริเวณถนนพระราม 2 เครนที่ใช้ในโครงการได้หล่นทับรถยนต์ 2 คัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนผู้ใช้เส้นทางอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทั้งสองโครงการนี้ มีผู้รับเหมาหลักคือ ITD
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นซ้ำซากนี้ ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกของ ITD ในช่วงปี 2568 บริษัทฯ เคยประสบปัญหาในโครงการก่อสร้างทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง ซึ่งเกิดเหตุคานสะพานล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บ 24 ราย นอกจากนี้ โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ ITD เป็นผู้รับเหมา ก็เคยพังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่อาจฝังรากลึกในกระบวนการบริหารจัดการความปลอดภัยและคุณภาพของ ITD
มาตรการขั้นเด็ดขาด: “อนุทิน” ลงดาบ ยกเลิกสัญญา ขึ้นบัญชีดำ
ด้วยความรุนแรงและผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยมีมติให้ ยกเลิกสัญญา กับ ITD ในโครงการที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทั้ง 2 โครงการ พร้อมทั้ง ดำเนินคดีตามกฎหมาย และ ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ห้าม ITD เข้าร่วมประมูลงานภาครัฐในอนาคต มาตรการนี้ถือเป็นการลงโทษขั้นสูงสุดสำหรับผู้รับเหมาที่ละเลยความปลอดภัย และจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทิศทางธุรกิจของบริษัทฯ
การตัดสินใจครั้งนี้ ได้รับคำแนะนำจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงานอัยการสูงสุด โดยมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในวงการก่อสร้างของประเทศไทย การดำเนินการนี้ยังรวมถึงการพิจารณาหาผู้รับเหมารายใหม่เข้ามารับช่วงต่อในโครงการที่ค้างคา ซึ่งคาดว่ามีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% โดยรัฐจะยึดหลักประกันและหนังสือค้ำประกันจากธนาคารเพื่อชดเชยความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และสงวนสิทธิ์ในการเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมจาก ITD หากมีค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม
“พิพัฒน์” ตั้งกรรมการสอบ สั่งหยุดงานทั่วประเทศ
สอดคล้องกับมาตรการจากนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้กรมทางหลวง หยุดการก่อสร้างโครงการโครงสร้างลอยฟ้าทุกโครงการของ ITD เป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสืบสวนหาสาเหตุของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด โดยคณะกรรมการนี้จะประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอก เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
การตรวจสอบจะครอบคลุมไปถึงการประเมินกระบวนการทำงาน ย้อนหลังไปถึงการบริหารจัดการของผู้บริหารระดับสูง และตรวจสอบว่าความผิดพลาดเกิดจากบุคคล กระบวนการ หรือระบบการทำงานใดกันแน่ โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงที่เกิดอุบัติเหตุ จะต้องรายงานผลภายใน 15 วัน ขณะที่สัญญาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ITD ทั้ง 12-13 สัญญา จะต้องหยุดดำเนินการทั้งหมด จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และกระทรวงคมนาคม ว่ามีความปลอดภัยเพียงพอที่จะดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้
การรถไฟฯ และ รฟม. รับลูก: พิจารณาเลิกสัญญาและระงับงาน
การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) โดย นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการฯ ได้เร่งตรวจสอบเงื่อนไขของสัญญาที่ทำไว้กับ ITD เพื่อพิจารณาการ ยกเลิกสัญญา ว่าเข้าข่ายความผิดร้ายแรงตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยเฉพาะสัญญา 3-4 ของโครงการรถไฟความเร็วสูง ร.ฟ.ท. เน้นย้ำว่า แม้โครงการจะมีความคืบหน้าไปมาก แต่หากพบความบกพร่องอย่างรุนแรงที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ก็สามารถนำมาพิจารณาเพื่อยกเลิกสัญญาได้ แต่กระบวนการนี้อาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้ทันที เนื่องจากมีขั้นตอนและระเบียบที่ต้องปฏิบัติตาม
ด้านการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดย นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการฯ ได้สั่งการให้ ITD ระงับการก่อสร้างเป็นการชั่วคราว ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ โดยเฉพาะสัญญาที่ 5 ซึ่งเป็นงานก่อสร้างโครงสร้างทางวิ่งและสถานีที่ ITD เป็นผู้รับผิดชอบ จนกว่ากระบวนการก่อสร้างจะได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญจนแล้วเสร็จ
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดย นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการฯ ก็ได้สั่งให้ ITD ระงับการก่อสร้าง ในสัญญาที่ 3 ของทางด่วนสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก เพื่อตรวจสอบว่ามีการใช้เครนลอนเชอร์ชนิดเดียวกับที่เกิดอุบัติเหตุในโครงการรถไฟความเร็วสูงและมอเตอร์เวย์ M 82 หรือไม่
ITD โต้แย้ง: “การยกเลิกสัญญาไม่ง่าย” เตรียมยื่นฟ้องศาล
ภายใต้แรงกดดันมหาศาลจากมาตรการของภาครัฐ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้ออกแถลงการณ์ว่า พร้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ และกำลังอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย พร้อมเร่งแก้ไขสถานการณ์ให้คลี่คลายโดยเร็วที่สุด บริษัทฯ ยังยืนยันที่จะทบทวนและปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ITD ได้แสดงท่าทีคัดค้านคำสั่งยกเลิกสัญญา โดยระบุว่า “การสั่งยกเลิกสัญญาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่สามารถทำได้ทันที” บริษัทฯ อ้างอิงถึงเงื่อนไขในสัญญา และกำลังให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณา ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว (Temporary Injunction) เพื่อรักษาสิทธิของบริษัทฯ และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้จากการถูกระงับงานและขึ้นบัญชีดำ
วงการรับเหมาหวั่น: ศึกหนักที่อาจลุกลามและกระทบสภาพคล่อง
แหล่งข่าวในวงการรับเหมาก่อสร้างได้แสดงความกังวลว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ ITD สะท้อนให้เห็นถึง ปัญหาเรื่องสภาพคล่อง (Liquidity Issues) และ ภาระงานที่ล้นมือ (Over-capacity) ซึ่งนำไปสู่การจ้างผู้รับเหมาช่วง (Subcontractors) ที่อาจขาดการควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด ทำให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
การประกาศของนายกรัฐมนตรีให้ยกเลิกสัญญาและขึ้นบัญชีดำ ITD ถือเป็นเรื่องใหญ่ในวงการรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจาก ITD เป็นหนึ่งในผู้รับเหมารายใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ การถูกขึ้นบัญชีดำจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโอกาสในการดำเนินธุรกิจในอนาคตของบริษัทฯ
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าหาก ITD ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมประมูลงาน หรือถูกยกเลิกสัญญา สภาพคล่องทางการเงินของบริษัทฯ จะยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก ปัญหาอาจลุกลามไปยัง งานใหม่ๆ ที่ ITD ได้ประมูลได้แล้ว แต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญา เนื่องจากทีโออาร์ (TOR) เปิดช่องให้ยกเลิกสัญญาได้หากยังดำเนินการไม่ครบถ้วนตามขั้นตอน
ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ปัญหา สภาพคล่องในวงการรับเหมาก่อสร้างไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ ITD แต่ยังส่งผลกระทบต่อผู้รับเหมารายกลางและรายเล็กจำนวนมากที่กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก เนื่องจากการเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารเป็นไปได้ยากขึ้น
จับตาแบงก์เจ้าหนี้: ทางรอดหรือทางตันของ ITD?
สถานการณ์ของ ITD ที่ขาดสภาพคล่องจนต้องขอเลื่อนชำระหุ้นกู้ 5 รุ่น วงเงินรวม 14,455 ล้านบาท เป็นครั้งที่สอง (หลังเคยเลื่อนมาแล้วเมื่อปี 2567) ประกอบกับเหตุการณ์อุบัติเหตุล่าสุด ทำให้สถาบันการเงินเจ้าหนี้ต้องเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหามากขึ้น
แหล่งข่าวจากสถาบันการเงินเปิดเผยว่า ธนาคารและ ITD คงต้องหันหน้าเข้าหากัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขสถานการณ์ร่วมกัน โดยการเลื่อนชำระหนี้หุ้นกู้ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องปกติสำหรับบริษัทที่มีปัญหาขาดสภาพคล่อง หากไม่สามารถตกลงกันได้ในที่สุด บริษัทอาจต้องเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ (Rehabilitation Plan) และมีการขอส่วนลดหนี้ (Hair Cut)
การที่ ITD ถูกขึ้นบัญชีดำโครงการภาครัฐจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระแสเงินสดและสภาพคล่องของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปยังธุรกิจอื่นๆ ของกลุ่มบริษัท
แนวโน้มและบทสรุป: สู่อนาคตการก่อสร้างไทยที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้
วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ITD เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนจะต้องทบทวนและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การบริหารจัดการคุณภาพ และความรับผิดชอบต่อสังคม
สำหรับ ITD นี่คือช่วงเวลาแห่งการพิสูจน์ที่ยากลำบาก การต่อสู้ทางกฎหมาย การแก้ไขปัญหาหนี้สิน และการสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา จะเป็นเดิมพันสำคัญในการอยู่รอดและฟื้นฟูกิจการ
ในขณะที่รัฐบาลเอง ก็ต้องแสดงบทบาทในการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า โครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจะถูกสร้างขึ้นด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของทุกคน
อนาคตของการประมูลงานภาครัฐ อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขและกระบวนการคัดเลือกผู้รับเหมาให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเน้นไปที่ประวัติผลงาน ความน่าเชื่อถือด้านความปลอดภัย และเสถียรภาพทางการเงินของผู้รับเหมาแต่ละราย
ถึงเวลาแล้วที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ผู้รับเหมา สถาบันการเงิน และประชาชน จะต้องร่วมมือกันผลักดันให้อุตสาหกรรมก่อสร้างไทยก้าวไปข้างหน้า ด้วยความปลอดภัย ความโปร่งใส และความยั่งยืน สร้างสรรค์ผลงานที่แข็งแกร่งและไว้ใจได้สำหรับอนาคตของประเทศ
หากคุณเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมก่อสร้าง หรือกำลังมองหาผู้รับเหมาที่มีมาตรฐานและน่าเชื่อถือ การทำความเข้าใจบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจและการดำเนินธุรกิจที่ปลอดภัยและประสบความสำเร็จ เราขอเชิญชวนท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับวงการก่อสร้างไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล

