• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D1401236 หน มบ านไร บสาวเม องกร (ละครส น) สามโคกฟ part2

admin79 by admin79
January 17, 2026
in Uncategorized
0
D1401236 หน มบ านไร บสาวเม องกร (ละครส น) สามโคกฟ part2

วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ไทย: บทวิเคราะห์เชิงลึกจากสถานการณ์ปี 2568-2569 สู่แนวโน้มการฟื้นตัวที่ท้าทาย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ข้าพเจ้าได้เห็นวัฏจักรของตลาดมานับครั้งไม่ถ้วน การวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568-2569 โดยอ้างอิงจากรายงานของ Nikkei Asia และข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เห็นภาพรวมที่น่าเป็นห่วง แต่ก็ยังคงมีแสงสว่างแห่งความหวังอยู่บ้าง

สถานการณ์ปัจจุบัน: จุดต่ำสุดครั้งประวัติศาสตร์เทียบเคียงวิกฤตต้มยำกุ้ง

รายงานจาก Nikkei Asia ชี้ชัดว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยของไทยกำลังเผชิญกับภาวะที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2540 หรือที่เรารู้จักกันในนาม “วิกฤตต้มยำกุ้ง” ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดสภาวะเช่นนี้มีหลายประการ ประการแรกคือ “ยูนิตเหลือขาย” จำนวนมหาศาลทั่วประเทศที่คาดการณ์ว่าสูงถึง 400,000 ยูนิตทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงอุปทานส่วนเกินที่ล้นตลาดอย่างมีนัยสำคัญ สถิตินี้สร้างความกังวลใจให้กับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักลงทุนเป็นอย่างยิ่ง

ประการที่สอง การเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงอย่างมาก ตัวเลขจาก CBRE บ่งชี้ว่า การเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ ช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2568 มีเพียง 13,700 ยูนิต เทียบกับค่าเฉลี่ยรายปีในช่วงปี 2557-2567 ที่สูงถึงประมาณ 52,000 ยูนิต การลดลงอย่างฮวบฮาบนี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนและภาวะการชะลอตัวของการลงทุนใหม่ในภาคอสังหาริมทรัพย์

ปัจจัยขับเคลื่อนวิกฤต: หนี้ครัวเรือนสูง ดอกเบี้ยขาขึ้น และเศรษฐกิจชะลอตัว

หากจะเจาะลึกถึงรากเหง้าของปัญหานี้ เราจะพบว่ามีปัจจัยหลักหลายประการที่ประสานงานกันสร้างแรงกดดันต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

หนี้ครัวเรือนที่สูงติดอันดับ: ข้อมูลจาก Trading Economics ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2568 เผยว่า หนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ที่ 88.2% ของ GDP ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในเอเชีย รองจากเกาหลีใต้ ระดับหนี้สินที่สูงนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้ผู้คนลังเลที่จะกู้ยืมเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ และยังเป็นภาระในการจัดการทางการเงินส่วนบุคคลอีกด้วย
นโยบายการเงินที่เข้มงวด: การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างรวดเร็ว จาก 0.5% เป็น 2.5% ภายในหนึ่งปี ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อลดลงและกระทบต่อกำลังซื้อของผู้ที่ต้องการกู้ซื้อบ้าน
การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน: ด้วยความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สินของครัวเรือนและภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ธนาคารพาณิชย์จึงมีแนวโน้มที่จะพิจารณาการอนุมัติสินเชื่ออย่างรอบคอบมากขึ้น ผลสำรวจของสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร (HBA) ในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2568 แสดงให้เห็นว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยรวมสูงถึงประมาณ 40% โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอสังหาริมทรัพย์ระดับล่างที่มีมูลค่าต่ำกว่า 3 ล้านบาท ปัญหาหลักของผู้ขอสินเชื่อที่ถูกปฏิเสธ ได้แก่ ภาระหนี้สินสูงเกินไป (37.3%), รายได้ไม่มั่นคง (33.3%) และประวัติทางการเงินไม่ดี (21.6%)
ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว: การคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 ที่ต่ำกว่า 2% (ตามการคาดการณ์ของ IMF) ยิ่งเพิ่มความกังวลใจให้กับตลาด นักลงทุนและผู้บริโภคต่างชะลอการตัดสินใจลงทุนหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

ผลกระทบต่อตลาดและผู้เกี่ยวข้อง

สต็อกคงค้างที่สูง: ปัญหา “ยูนิตเหลือขาย” จำนวนมากถึง 400,000 ยูนิตทั่วประเทศ ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
การเปิดตัวโครงการใหม่ที่ลดลง: การชะลอตัวของการเปิดตัวโครงการใหม่สะท้อนถึงการขาดความเชื่อมั่นในตลาด และอาจส่งผลกระทบต่อการสร้างงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องในระยะยาว
การปรับตัวของผู้บริโภค: ความตึงเครียดของตลาดสินเชื่อทำให้ผู้บริโภคหันไปพิจารณา บ้านมือสอง มากขึ้น เนื่องจากมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า แม้ว่าปกติแล้วตลาดบ้านมือสองจะมีสภาพคล่องต่ำกว่า แต่สถานการณ์ปัจจุบันได้สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อโครงการก่อสร้างใหม่
ผลกระทบต่อตลาดทุน: ดัชนีกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างในตลาดหลักทรัพย์ไทยร่วงลงถึง 42.6% จากระดับสูงสุดในเดือนมกราคม 2566 โดยหุ้นของบริษัทชั้นนำอย่าง WHA, LH, และ SIRI ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน

ความหวังในความท้าทาย: โอกาสในตลาดทางเลือกและปัจจัยขับเคลื่อนในอนาคต

แม้สถานการณ์โดยรวมจะดูน่าเป็นห่วง แต่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ข้าพเจ้ามองเห็นถึงศักยภาพและโอกาสในบางพื้นที่และบางกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่างจังหวัด: ผลสำรวจของ AREA ชี้ให้เห็นว่า ตลาดที่อยู่อาศัยนอกเมืองหลวงยังมีจุดที่น่าสนใจในทำเลศักยภาพ เช่น ภูเก็ต, พัทยา, เกาะสมุย, หัวหิน และ ศรีราชา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่หนาแน่น หรือเป็นที่ตั้งของ นิคมอุตสาหกรรม EEC ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อ: นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ จากแสนสิริ ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการซื้อของผู้บริโภค โดยกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรกที่เคยเป็นสัดส่วนถึง 3 ใน 4 ลดลงเหลือประมาณ 2 ใน 3 ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน: การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องถือเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว โครงการพัฒนาต่างๆ จะช่วยสร้างงาน เพิ่มมูลค่าที่ดิน และดึงดูดการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ
บทบาทของตลาดบ้านมือสอง: แม้จะได้รับแรงกดดัน แต่การเติบโตของตลาดบ้านมือสองอันเนื่องมาจากข้อจำกัดด้านสินเชื่อ อาจนำไปสู่โอกาสในการลงทุนใหม่ๆ สำหรับนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์

แนวทางสู่การฟื้นตัว: บทบาทของภาครัฐและภาคเอกชน

การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภาครัฐ ในมุมมองของข้าพเจ้า ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกู้วิกฤตนี้ได้ ได้แก่:

เสถียรภาพทางการเมือง: ความมั่นคงทางการเมืองเป็นรากฐานสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้บริโภค
การปรับลดอัตราดอกเบี้ย: ดร.โสภณ พรโชคชัย เน้นย้ำว่า การลดอัตราดอกเบี้ยเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน เพื่อลดภาระต้นทุนการกู้ยืมและกระตุ้นอุปสงค์
มาตรการลดหนี้ครัวเรือน: การออกมาตรการที่ช่วยให้ประชาชนสามารถจัดการภาระหนี้สินของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อและลดความเสี่ยงในระบบ
การกระตุ้นสภาพคล่อง: การพิจารณาการจัดเก็บภาษีที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม อาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการกระตุ้นการใช้ประโยชน์ที่ดินและเพิ่มสภาพคล่องในตลาด
การส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน: การลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และต่อเนื่อง จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์

บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต

จากสถานการณ์ปัจจุบันที่เผชิญกับจุดต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่ง การคาดการณ์ว่าตลาดจะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 3 ปีข้างหน้าอาจเป็นเรื่องที่มองโลกในแง่ดีเกินไป หากไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวได้เสมอ หากมีการดำเนินการที่ถูกต้อง การรักษาเสถียรภาพทางการเมือง การปรับนโยบายการเงินให้เหมาะสม การสนับสนุนสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาตลาดกลับสู่เส้นทางแห่งการเติบโต

ในฐานะผู้ที่อยู่ในวงการนี้มากว่า 10 ปี ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังมีอยู่ เพียงแต่ต้องอาศัยการมองการณ์ไกล ความเข้าใจในปัจจัยขับเคลื่อนของตลาด และการปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป

หากท่านเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุน หรือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ การทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและโอกาสอย่างรอบด้าน และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ จะเป็นก้าวสำคัญในการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่ออนาคตของท่านในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

Previous Post

D1401231 าจะช วยใครต องม เหต ผลด วยเหรอ (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post

D1401246 เธOขโมยม อถ อมาใส ในSองเท าทำไม (หน งส น) สามโคกฟ part2

Next Post
D1401246 เธOขโมยม อถ อมาใส ในSองเท าทำไม (หน งส น) สามโคกฟ part2

D1401246 เธOขโมยม อถ อมาใส ในSองเท าทำไม (หน งส น) สามโคกฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.