• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D1401222 กรรมกรช uต ทำงานไม เสร จไม องก นข าว (ละครส น) สามโคกฟ part2

admin79 by admin79
January 16, 2026
in Uncategorized
0
D1401222 กรรมกรช uต ทำงานไม เสร จไม องก นข าว (ละครส น) สามโคกฟ part2

วิเคราะห์เจาะลึก: ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญวิกฤตศตวรรษใหม่ – สัญญาณแห่งการฟื้นตัวที่ต้องจับตา

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มาเกือบหนึ่งทศวรรษ ผมได้เห็นวงจรขึ้นลงของตลาดมาหลายครั้ง แต่วิกฤตการณ์ครั้งล่าสุดที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยในประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่นั้น มีความซับซ้อนและรุนแรงในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน นับตั้งแต่ครั้งวิกฤตการณ์การเงินเอเชีย หรือที่รู้จักกันในนาม “วิกฤตต้มยำกุ้ง” เมื่อปี พ.ศ. 2540 การสำรวจของ Nikkei Asia ชี้ให้เห็นภาพที่น่ากังวลว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเข้าสู่ภาวะชะงักงันครั้งใหญ่ โดยมีหน่วยที่อยู่อาศัยพร้อมขาย (inventory) จำนวนมหาศาลกระจายอยู่ทั่วประเทศ และการเปิดตัวโครงการใหม่ก็ลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ สัญญาณเหล่านี้บ่งชี้ว่า การฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญอาจต้องใช้เวลามากกว่าสามปี ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้เกี่ยวข้องในภาคอสังหาริมทรัพย์, นักลงทุน, และประชาชนทั่วไป ต่างให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ปริศนาแห่งยูนิตเหลือขาย: ตัวเลขที่สะท้อนความท้าทาย

ตัวเลขที่น่าตกใจที่สุดประการหนึ่งที่ปรากฏจากการวิเคราะห์คือจำนวนยูนิตที่อยู่อาศัยที่ยังขายไม่ออก โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (AREA) ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าเฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีห้องชุดที่ยังคงค้างอยู่ในมือของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สูงถึงประมาณ 220,000 ยูนิต และเมื่อรวมกับอีกประมาณ 200,000 ยูนิตที่กระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ตัวเลขรวมประมาณ 400,000 ยูนิตนี้ แสดงให้เห็นถึงภาวะอุปทานส่วนเกิน (oversupply) ที่เป็นโจทย์ใหญ่ในการระบายออก

สอดคล้องกับข้อมูลจาก CBRE บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ พบว่า การเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ ในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2568 มีจำนวนเพียง 13,700 ยูนิตเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรายปีในช่วงปี 2557-2567 ที่อยู่ที่ประมาณ 52,000 ยูนิตอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะรวมช่วงที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 แล้วก็ตาม CBRE คาดการณ์เพิ่มเติมว่า ตัวเลขการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ จะยังคงต่ำกว่า 40,000 ยูนิตในปี 2569 และลดลงเหลือเพียง 20,000 ยูนิตในปี 2570 ก่อนจะทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 10,000 ยูนิตในช่วงสองปีถัดไป ซึ่งการลดลงอย่างต่อเนื่องของการพัฒนาโครงการใหม่นี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนและความระมัดระวังของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

รากเหง้าของปัญหา: หนี้ครัวเรือน, ต้นทุนการเงิน, และการคาดการณ์เศรษฐกิจ

ปัจจัยที่กดดันตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างหนักหน่วงในปัจจุบัน สามารถวิเคราะห์ได้จากหลายมิติ ประการแรกคือ ระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงเป็นประวัติการณ์ ข้อมูลจาก Trading Economics ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2568 ชี้ให้เห็นว่าหนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ที่ 88.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งติดอันดับ 2 ของเอเชีย เป็นรองเพียงเกาหลีใต้เท่านั้น ระดับหนี้ที่สูงนี้ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการกู้ยืมและความมั่นคงทางการเงินของประชาชน ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องดำเนินนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น

ประการที่สองคือ ต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำเอื้อให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถขยายการลงทุนและกู้ยืมเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ๆ ได้อย่างคล่องตัว แต่เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานจาก 0.5% มาอยู่ที่ 2.5% ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี ต้นทุนการกู้ยืมสำหรับทั้งนักพัฒนาและผู้ซื้อบ้านจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ส่งผลให้ความสามารถในการซื้อ (affordability) ของผู้บริโภคลดลง และความต้องการซื้อ (demand) ซบเซาตามไปด้วย

ประการที่สามคือ การคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้คาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 จะชะลอตัวลงเหลือเพียง 1.6% ซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เชื่องช้าเป็นสัญญาณที่ไม่เอื้ออำนวยต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการจ้างงาน รายได้ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ผลกระทบเชิงโครงสร้าง: การปฏิเสธสินเชื่อและความเปราะบางของผู้บริโภค

ความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงปัญหาสภาพคล่องในตลาด รายงานจากสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร (HBA) ซึ่งสำรวจโครงการกว่า 200 โครงการทั่วประเทศในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคม 2568 พบว่า อัตราการปฏิเสธสินเชื่อโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 40% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับล่างที่มีมูลค่าต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ยื่นขอสินเชื่อถูกปฏิเสธ สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของผู้บริโภค ได้แก่:
ภาระหนี้สินสูงเกินไป (37.3%): ผู้บริโภคจำนวนมากมีภาระหนี้สินจากช่องทางอื่นๆ อยู่แล้ว ทำให้ความสามารถในการรับภาระหนี้ก้อนใหม่ลดลง
รายได้ไม่มั่นคง (33.3%): สภาพเศรษฐกิจที่ผันผวนส่งผลให้หลายคนมีรายได้ที่ไม่แน่นอน ทำให้สถาบันการเงินไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ
ประวัติทางการเงินไม่ดี (21.6%): การบริหารจัดการการเงินที่ไม่ดีในอดีตส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในการกู้ยืม

ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภครายย่อย แต่ยังสะท้อนไปยังภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดัชนีกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างในตลาดหลักทรัพย์ไทยได้ร่วงลงถึง 42.6% จากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม 2566 หุ้นของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น WHA, LH, และ SIRI ก็ประสบกับมูลค่าที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสอง: ทางเลือกใหม่ภายใต้ข้อจำกัด

เมื่อตลาดสินเชื่อสำหรับอสังหาริมทรัพย์ใหม่มีความตึงตัว ผู้บริโภคบางส่วนหันไปพิจารณา อสังหาริมทรัพย์มือสอง เป็นทางเลือกมากขึ้น เนื่องจากมีราคาที่ย่อมเยากว่า ในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าตลาดบ้านมือสองจะเผชิญกับความท้าทายด้านสภาพคล่องอยู่บ้าง แต่ข้อจำกัดด้านการเงินสำหรับบ้านมือหนึ่งกลับทำให้บ้านมือสองมีความน่าสนใจขึ้น การปรับตัวนี้อาจส่งแรงกดดันเพิ่มเติมต่อโครงการก่อสร้างใหม่ที่ยังคงมีต้นทุนการพัฒนาและราคาขายที่สูงกว่า

โอกาสในพื้นที่เฉพาะ: เมืองท่องเที่ยวและเขตเศรษฐกิจพิเศษ

แม้ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะดูมืดมน แต่ก็ยังมี โอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เฉพาะ ที่น่าจับตามอง ดร.โสภณ จาก AREA ชี้ให้เห็นว่า เมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางเศรษฐกิจบางแห่งยังคงมีศักยภาพ เช่น ภูเก็ต, พัทยา, เกาะสมุย, หัวหิน และศรีราชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งศรีราชาซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และมีชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แม้ว่าจำนวนชาวต่างชาติเหล่านี้อาจจะลดลงไปบ้างในช่วงหลัง แต่ศักยภาพของทำเลที่ตั้งและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใน EEC ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดการลงทุนในระยะยาว

กลยุทธ์การฟื้นฟู: การเมือง, ภาษี, โครงสร้างพื้นฐาน, และการลดหนี้

เพื่อให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยสามารถกลับมามีเสถียรภาพในระยะยาว การดำเนินมาตรการเชิงรุกเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การฟื้นฟูจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยหลายประการประกอบกัน:

เสถียรภาพทางการเมือง: ความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภค การมีรัฐบาลที่มั่นคงและนโยบายที่ชัดเจนเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุน
การจัดเก็บภาษีที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์: มาตรการนี้สามารถกระตุ้นให้เจ้าของที่ดินนำที่ดินที่รกร้างหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์มาพัฒนา หรือขายทอดตลาด ซึ่งจะช่วยเพิ่มอุปทานที่ดินสำหรับโครงการพัฒนา และลดการเก็งกำไร
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงและยกระดับคุณภาพชีวิต เช่น ระบบขนส่งมวลชน, ถนน, และสาธารณูปโภคต่างๆ ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ จะช่วยเพิ่มมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณนั้น และดึงดูดการอยู่อาศัยและการลงทุน
มาตรการลดหนี้ครัวเรือน: การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างจริงจังและต่อเนื่องเป็นหัวใจสำคัญในการฟื้นฟูอำนาจซื้อของผู้บริโภค ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์

บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต: เมื่อไรตลาดจะกลับมาคึกคัก?

“หากต้องการกู้วิกฤตตลาดเรียลเอสเตทจริง อันดับแรกต้องลดอัตราดอกเบี้ย” ดร.โสภณกล่าวเน้นย้ำ ประโยคนี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับนโยบายการเงินเพื่อลดภาระต้นทุนการกู้ยืม ทั้งสำหรับนักพัฒนาและผู้ซื้อ การคาดการณ์ว่าปี 2570 การเติบโตทางเศรษฐกิจจะยังคงต่ำกว่า 2% แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจไม่เกิดขึ้นหากไม่มีมาตรการเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ

ในฐานะผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ผมมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ แม้ว่าภาพรวมในปี 2568-2569 จะยังคงท้าทาย แต่การปรับตัวของผู้บริโภค, การบริหารจัดการของนักพัฒนา, และนโยบายของภาครัฐ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางในระยะยาว การมองหาโอกาสในตลาดรอง, การลงทุนในทำเลที่มีศักยภาพเฉพาะ, และการให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่มั่นคง จะเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับนักลงทุนในช่วงเวลานี้

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการคำแนะนำเชิงลึกเกี่ยวกับศักยภาพของตลาดในแต่ละทำเล การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และความเข้าใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างแท้จริง จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด เพื่อวางแผนและตัดสินใจลงทุนได้อย่างชาญฉลาด ท่ามกลางความผันผวนของตลาดปัจจุบัน.

Previous Post

D1401221 กระเทยกล บใจ (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post

D1401223 เจ านายทดสอบความซ อส ตย ของป าแม าน (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post
D1401223 เจ านายทดสอบความซ อส ตย ของป าแม าน (ละครส น) สามโคกฟ part2

D1401223 เจ านายทดสอบความซ อส ตย ของป าแม าน (ละครส น) สามโคกฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.