• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D1401216 หญ งคนน หน ใครมา (ละครส น) สามโคกฟ part2

admin79 by admin79
January 16, 2026
in Uncategorized
0
D1401216 หญ งคนน หน ใครมา (ละครส น) สามโคกฟ part2

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: วิกฤตการณ์ที่ลึกซึ้งกว่าที่เคย ประเมินสถานการณ์และแนวโน้มปี 2568-2569

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มานานกว่าทศวรรษ การได้เห็นภาพรวมของตลาดในประเทศไทยช่วงปี 2568-2569 ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย นั่นคือวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 รายงานล่าสุดจาก Nikkei Asia ได้สะท้อนภาพความเป็นจริงที่น่ากังวลว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยของไทยกำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการณ์ครั้งนั้น โดยมีปัจจัยหลักมาจากจำนวนยูนิตที่ยังขายไม่ได้ (inventory) จำนวนมหาศาล การชะลอตัวของการเปิดตัวโครงการใหม่ และความไม่แน่นอนของแนวโน้มการฟื้นตัวที่อาจยาวนานกว่า 3 ปี

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: บทวิเคราะห์เจาะลึกจากผู้เชี่ยวชาญ

สถานการณ์ปัจจุบันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ซับซ้อนและมีรากเหง้าที่หยั่งลึก ข้อมูลจาก Dr. Sopon Pornchokchai ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (AREA) ระบุว่า มีหน่วยห้องชุดที่คงค้างจากการขายในกรุงเทพฯ ราว 220,000 ยูนิต และอีกประมาณ 200,000 ยูนิตกระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมเป็นจำนวนกว่า 400,000 ยูนิตที่ยังคงเป็นภาระของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นี่คือปริมาณสินค้าคงค้างที่สูงมาก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่อง การลงทุน และแผนการพัฒนาโครงการใหม่ๆ

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ ตัวเลขการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจาก CBRE ระบุว่า ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2568 มีการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 13,700 ยูนิต เทียบกับค่าเฉลี่ยรายปีในช่วงปี 2557-2567 ที่สูงถึงประมาณ 52,000 ยูนิต แม้จะรวมช่วงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แล้วก็ตาม การคาดการณ์ของ CBRE ยิ่งตอกย้ำภาพความซบเซา โดยคาดว่าในปี 2569 และ 2570 การเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ จะไม่เกิน 40,000 และ 20,000 ยูนิตตามลำดับ และจะลดลงเหลือเพียงกว่า 10,000 ยูนิตในอีกสองปีถัดมา

ปัจจัยขับเคลื่อนวิกฤตการณ์อสังหาริมทรัพย์ไทย

ภายใต้สถานการณ์ที่เห็นนี้ มีปัจจัยหลักหลายประการที่ซ้อนทับกันและส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างมีนัยสำคัญ:

ภาวะหนี้ครัวเรือนสูง: ข้อมูลจาก Trading Economics ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2568 ชี้ว่าหนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ในระดับ 88.2% ของ GDP ซึ่งเป็นอันดับสองของเอเชีย รองจากเกาหลีใต้ ระดับหนี้ที่สูงนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้การกู้ยืมเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ทำได้ยากขึ้น และสถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

การเข้มงวดของสินเชื่อและการขึ้นอัตราดอกเบี้ย: การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างรวดเร็ว จาก 0.5% เป็น 2.5% ภายในระยะเวลาอันสั้น ได้ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย (mortgage) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งกดดันอุปสงค์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สถาบันการเงินหลายแห่งต้องทบทวนนโยบายการปล่อยสินเชื่อ โดยรายงานจากสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร (HBA) พบว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยรวมสูงถึงประมาณ 40% โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอสังหาริมทรัพย์ระดับล่างที่มีมูลค่าต่ำกว่า 3 ล้านบาท

รายได้ที่ไม่มั่นคงและประวัติทางการเงิน: ปัญหาหลักที่ผู้ขอสินเชื่อประสบ คือ 37.3% มีภาระหนี้สินสูงเกินไป, 33.3% มีรายได้ไม่มั่นคง และ 21.6% มีประวัติทางการเงินไม่ดี ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจฐานรากและความยากลำบากในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับประชาชนจำนวนมาก

ความเชื่อมั่นและคาดการณ์เศรษฐกิจ: การคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 ที่ถูกปรับลดลงเหลือเพียง 1.6% โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนและผู้บริโภค ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในตลาดหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ดัชนีกลุ่มธุรกิจนี้ร่วงลงถึง 42.6% จากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม 2566

ผลกระทบต่อผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้น

ผลกระทบจากปัจจัยข้างต้น ส่งผลให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งประสบปัญหา การร่วงลงของราคาหุ้นสะท้อนความกังวลของนักลงทุน ตัวอย่างเช่น บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) ซึ่งดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์และนิคมอุตสาหกรรม ร่วงลง 39.8% บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH) และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยรายใหญ่ ก็มีราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและโอกาสในตลาดรอง

ภายใต้ข้อจำกัดด้านสินเชื่อและกำลังซื้อที่ลดลง พฤติกรรมผู้บริโภคก็เริ่มปรับเปลี่ยน ผู้ซื้อบ้านหลังแรกมีสัดส่วนลดลงจากสามในสี่ เหลือเพียงประมาณสองในสามเท่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงความยากลำบากในการเข้าถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้เริ่มต้นสร้างครอบครัว

ในขณะเดียวกัน การที่ตลาดสินเชื่อสำหรับบ้านมือหนึ่งมีความเข้มงวด ทำให้ “บ้านมือสอง” ซึ่งมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น แม้ว่าตลาดบ้านมือสองจะเคยประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่อง แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังสร้างแรงกดดันต่อตลาดโครงการใหม่ และอาจนำไปสู่การปรับตัวของราคาในตลาดรอง

พื้นที่ที่ยังคงมีศักยภาพและแนวโน้มการลงทุน

แม้ว่าภาพรวมตลาดจะซบเซา แต่ยังมีบางพื้นที่ที่ยังคงมีจุดที่น่าสนใจและมีศักยภาพสำหรับ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวและเมืองที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง เช่น ภูเก็ต พัทยา เกาะสมุย หัวหิน และศรีราชา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในไทยเป็นอันดับสองรองจากชาวจีน โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำงานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แม้ว่าจำนวนอาจจะลดลง แต่ศักยภาพของพื้นที่เหล่านี้ยังคงมีอยู่

แนวทางแก้ไขและมุมมองอนาคต

การจะนำพาตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยให้พ้นจากวิกฤตการณ์นี้ จำเป็นต้องอาศัยมาตรการที่ครอบคลุมและยั่งยืนจากหลายภาคส่วน:

เสถียรภาพทางการเมือง: ความแน่นอนทางการเมืองเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

การกระตุ้นสภาพคล่อง: การพิจารณามาตรการอย่างการเก็บภาษีที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ (land speculation tax) สามารถช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มสภาพคล่องในตลาด

การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีศักยภาพ จะช่วยเพิ่มมูลค่าและดึงดูดการลงทุนในระยะยาว

มาตรการลดหนี้ครัวเรือน: การออกมาตรการอย่างจริงจังเพื่อลดภาระหนี้ครัวเรือน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการฟื้นฟูอำนาจซื้อและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

การปรับอัตราดอกเบี้ย: ดร.โสภณ เน้นย้ำว่า การลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกวิกฤตตลาดอสังหาริมทรัพย์ หากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูงและการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงต่ำกว่า 2% ในปี 2570 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดคงจะเกิดขึ้นได้ยาก

คำเชิญชวนสำหรับผู้ที่สนใจ

ในภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญความท้าทายนี้ การตัดสินใจลงทุนหรือพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง การวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน และการวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสม หากท่านเป็นนักลงทุน ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึก จะเป็นกุญแจสำคัญในการนำทางท่านสู่ความสำเร็จในสภาวะตลาดที่ผันผวนนี้ เราพร้อมที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้คำแนะนำและสนับสนุนการตัดสินใจที่ถูกต้องของท่าน เพื่อคว้าโอกาสท่ามกลางวิกฤตการณ์นี้.

Previous Post

D1401214 หญ งคนน เอาแตงโมไปทอดเพ (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post

D1401217 นท นช ตคนเราไม เท าก (ละครส น) าดา หน งส part2

Next Post
D1401217 นท นช ตคนเราไม เท าก (ละครส น) าดา หน งส part2

D1401217 นท นช ตคนเราไม เท าก (ละครส น) าดา หน งส part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.