• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D1401215 หญ งข าใครอย าแตะ EP2

admin79 by admin79
January 16, 2026
in Uncategorized
0
D1401215 หญ งข าใครอย าแตะ EP2

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: วิกฤตการณ์ที่ลึกซึ้งกว่าที่เคยปรากฏ อาจถึงจุดต่ำสุดใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ไทยมานานกว่าทศวรรษ การวิเคราะห์แนวโน้มตลาดในปัจจุบันและอนาคตเป็นสิ่งที่ผมให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่โดย Nikkei Asia ชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ที่น่ากังวลของตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยในประเทศไทย ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะที่ตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์วิกฤตการณ์ทางการเงินเอเชีย หรือวิกฤตต้มยำกุ้ง ในปี 2540 บทวิเคราะห์นี้มิใช่เพียงการรายงานข่าว แต่เป็นการสะท้อนถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: หนี้ครัวเรือนสูง การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด และเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ข้อมูลจาก Nikkei Asia บ่งชี้ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยของไทยกำลังเผชิญกับภาวะถดถอยที่รุนแรง โดยมีจำนวนยูนิตคงค้าง (unsold inventory) ที่สูงถึงประมาณ 400,000 ยูนิตทั่วประเทศ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ การเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ก็ลดลงอย่างฮวบฮาบ สะท้อนถึงความไม่แน่นอนและความเชื่อมั่นที่ลดลงของทั้งผู้พัฒนาโครงการและผู้บริโภค

หลายฝ่ายมีความกังวลอย่างยิ่งว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอาจใช้เวลาอีกนานกว่าจะฟื้นตัว โดยมีการคาดการณ์ว่าอาจไม่เห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดอย่างหนักหน่วง ประกอบด้วย:

หนี้ครัวเรือนที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย: ประเทศไทยมีระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 88.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งเป็นอันดับที่ 2 ของเอเชีย รองจากเกาหลีใต้เท่านั้น ระดับหนี้สินที่สูงนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้ความสามารถในการกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เข้มงวดขึ้น: สถาบันการเงินต่างๆ มีความระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับพอร์ตสินเชื่อของธนาคาร จากการสำรวจของสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร (HBA) พบว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 40% โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับล่าง (มูลค่าต่ำกว่า 3 ล้านบาท) ปัญหาหลักของผู้ขอสินเชื่อที่ถูกปฏิเสธ ได้แก่ ภาระหนี้สินสูงเกินไป (37.3%) รายได้ไม่มั่นคง (33.3%) และประวัติทางการเงินที่ไม่ดี (21.6%)

การคาดการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัว: การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยถูกคาดการณ์ว่าจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าในปี 2569 การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยจะอยู่ที่ประมาณ 1.6% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน

วิกฤตการณ์ที่ลึกซึ้ง: บทเรียนจากอดีตและสัญญาณเตือนในปัจจุบัน

การเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ไม่ใช่เรื่องเกินจริง จากข้อมูลของ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (AREA) ระบุว่า มีห้องชุดที่ขายไม่ออกในกรุงเทพฯ ประมาณ 220,000 ยูนิต และอีกราว 200,000 ยูนิตทั่วประเทศ รวมเป็นจำนวนกว่า 400,000 ยูนิตที่ยังคงเป็นภาระของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ยิ่งไปกว่านั้น การเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจาก CBRE ชี้ว่า ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2568 มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ เพียง 13,700 ยูนิต เทียบกับค่าเฉลี่ยรายปีในช่วงปี 2557-2567 ที่สูงถึงประมาณ 52,000 ยูนิต CBRE ยังคาดการณ์ว่าจำนวนคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ ในปี 2569 และ 2570 จะมีจำนวนน้อยกว่า 40,000 ยูนิต และ 20,000 ยูนิต ตามลำดับ ก่อนจะลดลงเหลือเพียงกว่า 10,000 ยูนิต ในอีกสองปีถัดมา

สาเหตุหลักที่นำไปสู่ภาวะอุปทานล้นตลาด (oversupply) นี้ มาจากการที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากได้ขยายการลงทุนอย่างมากในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วของธนาคารแห่งประเทศไทย จาก 0.5% เป็น 2.5% ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และส่งผลให้ความต้องการซื้อ (demand) ลดลงอย่างรวดเร็ว

ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภค

สถานการณ์ที่ย่ำแย่นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ดัชนีกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างในตลาดหลักทรัพย์ไทยร่วงลงถึง 42.6% จากระดับสูงสุดในเดือนมกราคม 2566 หุ้นของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมหลายแห่งก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เช่น บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) ซึ่งเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์และนิคมอุตสาหกรรม ร่วงลง 39.8%, บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH) ร่วงลง 24.4%, และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI) ร่วงลง 24.3%

สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อที่ยากลำบาก ทำให้รูปแบบการซื้อเปลี่ยนไป นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการและประธานผู้บริหารสายงานกลยุทธ์ แสนสิริ ระบุว่า สัดส่วนผู้ซื้อบ้านหลังแรก ซึ่งเคยเป็น 3 ใน 4 ของตลาด ลดลงเหลือเพียงประมาณ 2 ใน 3 ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ตลาดบ้านมือสองเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น เนื่องจากมีราคาถูกกว่าบ้านใหม่ และมีสภาพคล่องที่ดีขึ้นเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นผลกระทบทางอ้อมที่กดดันตลาดโครงการก่อสร้างใหม่ให้เผชิญกับความท้าทายที่มากขึ้น

มองหาโอกาสท่ามกลางความท้าทาย: ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาค

แม้ภาพรวมตลาดจะดูน่ากังวล แต่ก็ยังมีบางพื้นที่ที่มีศักยภาพและเป็นที่น่าจับตามอง ข้อมูลจาก AREA ชี้ให้เห็นว่า ตลาดที่อยู่อาศัยนอกกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางเศรษฐกิจ เช่น ภูเก็ต พัทยา เกาะสมุย หัวหิน และศรีราชา ยังคงมีจุดที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่อาศัยและทำงาน โดยเฉพาะในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

แนวทางแก้ไขและบทสรุปสำหรับอนาคต

การแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยนั้น จำเป็นต้องอาศัยมาตรการเชิงรุกและบูรณาการจากหลายภาคส่วน ดร.โสภณ พรโชคชัย ได้เสนอแนวทางสำคัญสำหรับการสร้างเสถียรภาพในระยะยาว ดังนี้:

การสร้างเสถียรภาพทางการเมือง: ความมั่นคงทางการเมืองเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้บริโภค

การจัดเก็บภาษีที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์: การนำที่ดินเปล่าหรือที่ดินที่ไม่ได้ถูกพัฒนามาใช้ประโยชน์ มาตรการจัดเก็บภาษีที่เหมาะสม จะช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของอสังหาริมทรัพย์ และเพิ่มสภาพคล่องในตลาด

การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ และสาธารณูปโภค จะช่วยเพิ่มมูลค่าและศักยภาพของพื้นที่ ทำให้เป็นที่น่าสนใจสำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุน

มาตรการลดหนี้ครัวเรือน: การออกมาตรการที่ช่วยลดภาระหนี้สินของภาคครัวเรือน จะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และช่วยเพิ่มกำลังซื้อที่แท้จริง

การปรับลดอัตราดอกเบี้ย: หากต้องการกู้วิกฤตการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายถือเป็นมาตรการที่สำคัญที่สุด ซึ่งจะช่วยลดภาระการกู้ยืม และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

“หากต้องการกู้วิกฤตตลาดเรียลเอสเตทจริง อันดับแรกต้องลดอัตราดอกเบี้ย” ดร.โสภณ เน้นย้ำ “หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ปี 2570 จะมีการเติบโตน้อยกว่า 2% ดังนั้น จึงไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดเว้นแต่จะทำอะไรบางอย่าง”

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการนี้ ผมเชื่อว่า การวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันอย่างรอบด้าน การทำความเข้าใจปัจจัยเชิงลึก และการกำหนดกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับสภาวะตลาด จะเป็นกุญแจสำคัญในการนำพาตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้ แม้ว่าเส้นทางข้างหน้าอาจจะยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ด้วยมาตรการที่ถูกต้องและการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม โอกาสในการฟื้นตัวและเติบโตอย่างยั่งยืนก็ยังคงมีอยู่

หากท่านกำลังพิจารณาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ เราพร้อมที่จะให้คำปรึกษาและร่วมวางแผนกลยุทธ์เพื่อให้ท่านสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและประสบความสำเร็จในทุกสภาวะตลาด

Previous Post

D1401212 ำใจคนจนโดuชuแต กล บพาไปเล ยงว นเก (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post

D1401213 หญ งข าใครอย าแตะ EP

Next Post
D1401213 หญ งข าใครอย าแตะ EP

D1401213 หญ งข าใครอย าแตะ EP

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.