• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D1401207 กแท แพ สๅยเส อใu (ละครส น) สามโคกฟ part2

admin79 by admin79
January 16, 2026
in Uncategorized
0
D1401207 กแท แพ สๅยเส อใu (ละครส น) สามโคกฟ part2

ประเทศไทยเผชิญวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน: แนวโน้มปี 2568 และการคาดการณ์อนาคต

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดขึ้นลงมานับไม่ถ้วน แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยในประเทศไทยในปี 2568 นี้ เป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และอาจกล่าวได้ว่ามีความรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์วิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ครับ ข้อมูลล่าสุดจาก Nikkei Asia และการวิเคราะห์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ ชี้ให้เห็นถึงสัญญาณอันตรายที่หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของตลาดไปอีกอย่างน้อย 3 ปี

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: วิกฤตการณ์ที่กำลังคืบคลาน

รายงานจาก Nikkei Asia ได้ฉายภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยของไทยว่า กำลังเผชิญกับภาวะตกต่ำในหลายมิติ สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคือจำนวน ยูนิตอสังหาริมทรัพย์ที่ขายไม่ออก (unsold property units) ซึ่งมีจำนวนมหาศาลกระจายอยู่ทั่วประเทศ ประมาณการล่าสุดชี้ว่ามีมากถึง 400,000 ยูนิตทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครเพียงแห่งเดียวมีห้องชุดเหลือขายมากถึง 220,000 ยูนิต ตัวเลขนี้สะท้อนถึงภาวะอุปทานส่วนเกิน (oversupply) ที่รุนแรง ซึ่งเป็นผลมาจากการเร่งตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมา

ควบคู่ไปกับปัญหาอุปทานส่วนเกิน การเปิดตัวโครงการใหม่ (new project launches) ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากค่าเฉลี่ยรายปีของโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ ที่เคยสูงถึงประมาณ 52,000 ยูนิตในช่วงปี 2557-2567 กลับลดลงเหลือเพียง 13,700 ยูนิต ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2568 และคาดการณ์ว่าอาจจะน้อยกว่า 40,000 ยูนิตในปี 2569 และลดลงเหลือเพียง 20,000 ยูนิตในปี 2570 ตัวเลขนี้บ่งชี้ถึงความระมัดระวังอย่างยิ่งของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (property developers) ต่อสภาวะตลาดในปัจจุบัน

ปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยเดียว แต่เป็นการผสมผสานของหลายองค์ประกอบที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ โดยปัจจัยสำคัญที่สุด ได้แก่:

ภาวะหนี้ครัวเรือนสูง (High Household Debt): ประเทศไทยกำลังเผชิญกับระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองในเอเชีย รองจากเกาหลีใต้ ข้อมูล ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2568 ชี้ว่าหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 88.2% ของ GDP ระดับหนี้ที่สูงนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้ผู้คนมีข้อจำกัดในการกู้ยืมเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ และมีแนวโน้มที่จะชะลอการตัดสินใจซื้อ หรือเลือกซื้อสินทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำลง

การเข้มงวดของสินเชื่อ (Tightened Credit Conditions): จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กล่าวมาข้างต้น สถาบันการเงินต่างๆ โดยเฉพาะธนาคาร มีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัย (mortgage rejection rates) โดยรวมอยู่ที่ประมาณ 40% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับล่างที่มีมูลค่าต่ำกว่า 3 ล้านบาท ปัญหาหลักของผู้ขอสินเชื่อที่ถูกปฏิเสธ ได้แก่ ภาระหนี้สินสูงเกินไป (37.3%), รายได้ไม่มั่นคง (33.3%) และประวัติทางการเงินไม่ดี (21.6%)

ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น (Rising Financing Costs): การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างรวดเร็ว จาก 0.5% เป็น 2.5% ภายในระยะเวลาอันสั้น ส่งผลให้ต้นทุนการจำนอง (mortgage costs) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ภาระผ่อนชำระต่อเดือนของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นจนอาจเกินกำลัง ซึ่งนำไปสู่การชะลอตัวของอุปสงค์ (demand) ในตลาด

การคาดการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัว (Slowing Economic Growth Outlook): กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้คาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 จะชะลอตัวลงเหลือเพียง 1.6% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำเมื่อเทียบกับการเติบโตในอดีต สภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนโดยตรง

ผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จำกัด: แม้จะมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่มาตรการบางอย่างอาจยังไม่ครอบคลุม หรือไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของตลาดได้ทั้งหมด

ผลกระทบต่อผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และตลาดทุน

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากได้ขยายธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา โดยอาศัยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและสภาพคล่องที่สูง แต่เมื่อสภาวะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้พัฒนาเหล่านี้กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก ทั้งจากยูนิตที่ขายไม่ออก, ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และกำลังซื้อที่ลดลง

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในตลาดหลักทรัพย์ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างมีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ดัชนีของกลุ่มนี้ร่วงลงถึง 42.6% จากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม 2566 หุ้นของบริษัทชั้นนำหลายแห่งก็ประสบภาวะราคาตกต่ำ เช่น บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) ร่วงลง 39.8%, บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH) ร่วงลง 24.4% และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI) ร่วงลง 24.3% ตัวเลขเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความยากลำบากที่ภาคอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญอยู่

โอกาสที่ซ่อนเร้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: การมองหาลู่ทางท่ามกลางวิกฤต

แม้ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยในไทยจะดูมืดมน แต่ในฐานะผู้ที่ทำงานในวงการมานาน ผมเชื่อว่าย่อมมีโอกาสซ่อนเร้นอยู่เสมอ การวิเคราะห์ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (AREA) ชี้ให้เห็นถึงบางพื้นที่ที่ยังคงมีศักยภาพและน่าสนใจ โดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยนอกเมืองหลวง เช่น ภูเก็ต, พัทยา, เกาะสมุย, หัวหิน และ ศรีราชา

พื้นที่เหล่านี้มักได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมากเป็นอันดับสองรองจากชาวจีน หลายท่านทำงานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หรือมีฐานธุรกิจในภูมิภาค แม้ว่าปัจจุบันจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนอาจลดน้อยลง แต่ศักยภาพของเมืองเหล่านี้ยังคงมีอยู่ หากภาครัฐสามารถสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลกระทบต่อรูปแบบการซื้ออสังหาริมทรัพย์

วิกฤตการณ์สินเชื่อนี้ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคไปอย่างมาก จากเดิมที่ผู้ซื้อบ้านหลังแรก (first-time homebuyers) เคยเป็นสัดส่วนถึง 3 ใน 4 ของตลาด ปัจจุบันลดลงเหลือประมาณ 2 ใน 3 ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ซื้อรายใหม่กำลังประสบปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อ

ที่น่าสนใจคือ ในขณะที่ผู้บริโภคโดยทั่วไปยังคงชื่นชอบบ้านมือหนึ่ง (new properties) แต่สภาวะสินเชื่อที่ตึงตัวทำให้ บ้านมือสอง (second-hand properties) ซึ่งมีราคาต่ำกว่า เริ่มกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น สิ่งนี้ส่งผลให้ตลาดบ้านมือสอง ซึ่งปกติค่อนข้างขาดสภาพคล่อง (illiquid) มีความเคลื่อนไหวมากขึ้นเล็กน้อย และยังเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อโครงการก่อสร้างใหม่ที่ต้องแข่งขันกับสินทรัพย์ที่ราคาถูกกว่า

แนวทางการแก้ไขและข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ

เพื่อนำพาตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยออกจากสภาวะวิกฤตนี้ และสร้างความมั่นคงในระยะยาว จำเป็นต้องมีมาตรการที่ครอบคลุมและบูรณาการ โดยมีข้อเสนอแนะดังนี้:

การลดอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Reduction): นี่คือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน รวมถึงผม มองว่าเป็นหัวใจสำคัญในการกระตุ้นตลาด การลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยลดภาระการผ่อนชำระของผู้บริโภค และทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง

เสถียรภาพทางการเมือง (Political Stability): ความแน่นอนทางการเมืองเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ การมีเสถียรภาพทางการเมืองที่ยั่งยืน จะช่วยส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนให้ดีขึ้น

การปฏิรูปภาษีที่ดิน (Land Tax Reform): การเก็บภาษีที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ (unutilized land tax) อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า และเพิ่มสภาพคล่องในตลาด

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Investment): การลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (smart city) และการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม จะช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจให้กับทำเลต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ชานเมืองและต่างจังหวัด

มาตรการลดหนี้ครัวเรือนเชิงรุก (Proactive Household Debt Reduction Measures): รัฐบาลควรมีนโยบายที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชนในการบริหารจัดการหนี้สิน เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ การให้ความรู้ด้านการเงิน และการส่งเสริมการออม

การส่งเสริมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Property Promotion): โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีศักยภาพและเป็นที่ต้องการของชาวต่างชาติ เช่น การส่งเสริมอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า (rental properties) ในเขต EEC หรือเมืองท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ

อนาคตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: ความหวังที่ยังริบหรี่?

หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ และไม่มีมาตรการแก้ไขที่เด็ดขาด การเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2570 อาจจะยังคงต่ำกว่า 2% ซึ่งหมายความว่าตลาดอาจจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในระยะเวลาอันใกล้นี้

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในวงการ ผมยังคงมองเห็นศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในระยะยาว หากเราสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้ด้วยการตัดสินใจที่ถูกต้องและมาตรการที่ตรงจุด ประเทศไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านการท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ และศักยภาพของประชากร

สิ่งที่เราทำได้ในวันนี้

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อหรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ ผมขอแนะนำให้ท่านศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ประเมินกำลังซื้อของตนเองอย่างแท้จริง และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ เพื่อประกอบการตัดสินใจที่รอบคอบที่สุด

หากคุณเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสภาวะตลาดปัจจุบัน การมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่รอดและเติบโต

ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกัน เพื่อพลิกฟื้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง คุณพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้แล้วหรือยัง?

Previous Post

D1401206 ไข ไก มดสอบแม เล ยงคนใหม (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post

D1401208 vโมยเง นคนตๅบoดทดสอบผ หญ งหน ๅเง (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post
D1401208 vโมยเง นคนตๅบoดทดสอบผ หญ งหน ๅเง (ละครส น) สามโคกฟ part2

D1401208 vโมยเง นคนตๅบoดทดสอบผ หญ งหน ๅเง (ละครส น) สามโคกฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.