การพลิกโฉมย่านพหลโยธิน: ศูนย์กลางธุรกิจใหม่แห่งกรุงเทพฯ เหนือ ด้วยศักยภาพที่ดินเซ็นทรัล ลาดพร้าว
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของทำเลทองหลายต่อหลายครั้ง แต่การพัฒนาล่าสุดที่ย่านพหลโยธิน โดยเฉพาะบริเวณรอบห้าแยกลาดพร้าว ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ การต่อสัญญาเช่าที่ดินแปลงสำคัญของ เซ็นทรัล ลาดพร้าว จากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นระยะเวลา 30 ปี ด้วยมูลค่าการเช่ากว่า 3.3 หมื่นล้านบาท ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของกลุ่มเซ็นทรัลในการบริหารจัดการพื้นที่ค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของ ทำเลพหลโยธิน ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ
ศักยภาพที่ดินเซ็นทรัล ลาดพร้าว: มากกว่าแค่ห้างสรรพสินค้า
ที่ดินแปลงสามเหลี่ยมเนื้อที่ 47.22 ไร่ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว โรงแรม และพื้นที่สำนักงาน ไม่ใช่เป็นเพียงแค่สินทรัพย์ที่ดินมูลค่าสูง แต่คือหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนพลวัตของย่านพหลโยธิน การที่กลุ่มเซ็นทรัลสามารถเจรจาต่อสัญญาได้อีก 30 ปี สะท้อนถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในศักยภาพของทำเลนี้ในระยะยาว สัญญาเช่าเดิมซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2571 ด้วยมูลค่าผลตอบแทน 21,298 ล้านบาท กำลังจะถูกแทนที่ด้วยสัญญาใหม่ที่ประเมินมูลค่าสูงถึง 33,000 ล้านบาท นี่คือตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของมูลค่าที่ดินและโอกาสทางธุรกิจในพื้นที่
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การที่ รฟท. จะดำเนินการต่อสัญญาเช่ากับผู้เช่ารายเดิม ย่อมมีเหตุผลภายใต้เงื่อนไขทางกฎหมาย แต่ในหลักการของการบริหารจัดการสินทรัพย์ภาครัฐที่ต้องการผลตอบแทนสูงสุด การเปิดประมูลเพื่อหาผู้เช่ารายใหม่ อาจเป็นอีกแนวทางที่น่าสนใจเพื่อสร้างการแข่งขันและผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบัน บ่งชี้ชัดเจนว่า ที่ดินพหลโยธิน แห่งนี้ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มทุนชั้นนำ
การพัฒนาที่เชื่อมโยง: ก่อเกิดอาณาจักรค้าปลีกแห่งใหม่
การต่อสัญญาเช่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นการวางรากฐานสำคัญเพื่อเชื่อมโยงกับโครงการใหม่ของกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่าง “เซ็นทรัล พหลโยธิน” บนที่ดินอีก 49 ไร่ บริเวณแดนเนรมิตเก่า โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่นี้ มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2571 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่สัญญาเช่าเดิมของเซ็นทรัล ลาดพร้าว จะสิ้นสุด การพัฒนาที่เชื่อมโยงระหว่างสองศูนย์การค้าเข้าด้วยกัน จะเป็นการสร้าง “อาณาจักร” ของ CPN บนถนนพหลโยธิน เป็นการยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้ง ไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตให้ครบวงจร
ผมมองว่าศักยภาพของผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการเพิ่มการใช้ประโยชน์ที่ดินในย่านนี้ จากเดิมที่สามารถสร้างได้ 300,000 ตารางเมตร ในประเภทพาณิชยกรรม (พื้นที่สีแดง) ได้ถูกขยายเป็น 600,000 ตารางเมตร ทำให้การพัฒนาโครงการใหม่บนที่ดินแปลงใหญ่นี้มีความคุ้มค่าและสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์ฟังก์ชันที่หลากหลาย ไม่ต่างจากโครงการระดับโลกอย่าง Dusit Central Park ที่ผสมผสานที่พักอาศัย โรงแรม และพื้นที่เชิงพาณิชย์เข้าไว้ด้วยกัน
พหลโยธิน: Hub การเดินทางและศูนย์กลางธุรกิจที่กำลังเติบโต
ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้ ทำเลพหลโยธิน ก้าวขึ้นมาเป็นฮับสำคัญ คือการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม โดยเฉพาะส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่เชื่อมโยงกับสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) ทำให้ย่านนี้กลายเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญ ผู้คนสามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างสะดวกสบาย จากย่านที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงทางผ่าน ปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งรวมของโครงการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ อาคารสำนักงาน และโรงแรมชั้นนำ
ผมเชื่อว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้ จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม คอนโดติดรถไฟฟ้าพหลโยธิน และ คอนโดใกล้สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ ความสะดวกสบายในการเดินทางยังดึงดูดให้เกิดการลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และ การพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ที่ตอบสนองความต้องการของคนเมืองยุคใหม่
ราคาที่ดินร้อนแรง: สัญญาณของการลงทุนที่น่าสนใจ
ผลจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเข้ามาของโครงการใหญ่ ทำให้ ราคาที่ดินพหลโยธิน พุ่งสูงขึ้นอย่างร้อนแรง ราคาที่ดินในบริเวณห้าแยกลาดพร้าวได้ขยับเกินกว่า 1 ล้านบาทต่อตารางวา และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับย่านพหลโยธินช่วงต้นๆ ที่ราคาที่ดินได้ทะลุ 1.8 ล้านบาทต่อตารางวาไปแล้ว
การเติบโตของราคาที่ดินนี้ ถือเป็นตัวบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในศักยภาพของย่านพหลโยธิน และยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของผังเมืองที่ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทำให้ที่ดินแปลงใหญ่ในย่านนี้ กลายเป็นที่หมายปองของนักลงทุนระดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การซื้อขายที่ดินพหลโยธิน จึงกลายเป็นสมรภูมิที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน
ความเคลื่อนไหวของตลาด: กลุ่มทุนชั้นนำกับการคว้าโอกาส
เป็นที่ทราบกันดีว่า นอกเหนือจากกลุ่มเซ็นทรัลแล้ว ยังมีกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำอีกหลายรายที่ให้ความสนใจในที่ดินแปลงดังกล่าว เช่น กลุ่มเดอะมอลล์, กลุ่มซีพี, และกลุ่มสัว เจริญ สิริวัฒนภักดี การแข่งขันเพื่อสิทธิ์ในการพัฒนาที่ดินแปลงสำคัญนี้ สะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าที่แท้จริงและโอกาสในการสร้างผลตอบแทนมหาศาล
สำหรับกลุ่มเซ็นทรัล การได้สิทธิ์ในการเช่าที่ดินแปลง 47.22 ไร่ ต่อเนื่องไปอีก 20 ปี (หลังสิ้นสุดสัญญาเดิม) ถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาฐานที่มั่นเดิม และยังเป็นการเชื่อมโยงกับโครงการใหม่ “เซ็นทรัล พหลโยธิน” เพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด การเสียที่ดินแปลงนี้ให้กับคู่แข่ง ย่อมหมายถึงการสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมหาศาล
บทสรุป: พหลโยธิน พัฒนาการที่ไม่หยุดยั้ง
สัญญาเช่าที่ดิน เซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่กำลังจะได้รับการต่ออายุ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนา ย่านพหลโยธิน ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ การลงทุนของกลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมที่แข็งแกร่ง และการสนับสนุนจากผังเมือง จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ย่านนี้เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง
ในฐานะผู้ที่ติดตามตลาดอสังหาริมทรัพย์มาอย่างยาวนาน ผมมองว่า พหลโยธิน กำลังกลายเป็นทำเลทองแห่งใหม่ ที่นักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติไม่ควรมองข้าม โอกาสในการลงทุนใน คอนโดกรุงเทพเหนือ, บ้านเดี่ยวพหลโยธิน, หรือแม้แต่ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ รูปแบบอื่นๆ ในย่านนี้ ยังคงมีอีกมากมายรอให้ค้นพบ
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทำเลศักยภาพสูง การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับย่านพหลโยธิน และทำความเข้าใจถึงทิศทางการพัฒนาในอนาคต จะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจครั้งสำคัญของคุณ อย่าพลาดโอกาสในการคว้าทำเลทองแห่งนี้!

