• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D1401158 าย!แม เอาไอแพดหน มาล างทำไม (ละครส น) สามโคกฟ part2

admin79 by admin79
January 16, 2026
in Uncategorized
0
D1401158 าย!แม เอาไอแพดหน มาล างทำไม (ละครส น) สามโคกฟ part2

อสังหาริมทรัพย์ไทย: กลยุทธ์ AI, ความยั่งยืน และมาตรการปลดล็อกสินเชื่อ สู่การฟื้นตัวในปี 2569

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ การมองเห็นภาพรวมและคาดการณ์แนวโน้มของตลาดคือหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและปัจจัยภายนอกส่งผลกระทบอย่างมหาศาล การสัมมนา “The Future of Real Estate Martech 2026: AI-driven automation and scaling” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้สะท้อนภาพอนาคตของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดและการขาย รวมถึงการผลักดันแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและมาตรการสำคัญในการปลดล็อกปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

AI Marketing: อาวุธลับใหม่ของดีเวลอปเปอร์ ยุคต้นทุนบีบคั้น

นายสุนทร สถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัด และนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ตลาดกำลังจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดในปี 2568 หลายบริษัทเผชิญกับภาวะกำไรที่ลดน้อยลง ทำให้การบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะงบประมาณทางการตลาด กลายเป็นเรื่องเร่งด่วน

“ในสภาวะที่มาร์จิ้นเหลือน้อยมาก การหั่นงบประมาณ Fix Cost อย่างงบการตลาดจึงเป็นสิ่งจำเป็น” นายสุนทรกล่าว “เราต้องปรับลดสัดส่วนงบการตลาดจากสูตรเดิม 3% (Mass Media) + 2% (Promotion) หรือ 5% ลงมาเหลือ 4% ผ่านการนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ”

ต้นทุนต่อลูกค้า (Cost Per Lead) ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบน อาจสูงเกิน 10,000 บาทต่อราย ขณะที่กลุ่มลูกค้ากลาง-บน ราคาบ้าน 5 ล้านบาท มีต้นทุนประมาณ 3,000-5,000 บาท การแข่งขันในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปที่การลด Cost Efficiency ให้ต่ำลง และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ตรงจุดมากขึ้น เพื่อให้ได้ลูกค้าที่มีคุณภาพสูง ลดภาระงานของพนักงานขาย และเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย

“ปกติลูกค้าอาจต้องเข้าชมโครงการกว่า 10 แห่ง กว่าจะเจอโครงการที่ใช่” นายสุนทรอธิบาย “แต่ด้วย AI เราสามารถลดการเข้าชมทางกายภาพ (Physical Site Visit) ลงเหลือเพียง 5 โครงการ ทำให้โอกาสในการตัดสินใจซื้อโครงการของเราเพิ่มสูงขึ้น”

โดยทั่วไป งบประมาณการตลาดของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะอยู่ที่ประมาณ 5% ของมูลค่าโครงการ ซึ่งแบ่งเป็นงบการตลาด 3% (60% ออนไลน์, 40% ออฟไลน์ เช่น ป้ายบิลบอร์ด) และอีก 2% สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขาย การลดงบประมาณทางการตลาดลง 1% เท่ากับเป็นการเพิ่มรายได้ทันที 1% หากสามารถรักษาอัตราการขายและราคาขายได้เท่าเดิม

การนำ AI เข้ามาช่วยในกระบวนการที่เคยใช้การกรอกข้อมูลลูกค้าลงบน Excel เพื่อทำใบจอง การโอนกรรมสิทธิ์ หรือการออกใบแจ้งหนี้ กลายเป็นเรื่องที่สำคัญ ระบบ CRM (Customer Relationship Management) ที่มีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ พร้อมระบบแจ้งเตือนการชำระเงินตามกำหนด จะเข้ามาทดแทนกระบวนการแบบเดิม ๆ บริษัทชั้นนำในตลาดซอฟต์แวร์ CRM สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เช่น Icon Framework และ Mango ERP ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ

นอกจากนี้ ระบบ BIM (Building Information Modeling) ซึ่งเป็นเครื่องมือในการจำลองการออกแบบโครงการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และการบริหารจัดการโครงการอย่างครบวงจร ก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรต้องการผลักดันให้สมาชิกนำไปใช้ BIM ช่วยให้ซัพพลายเออร์ทุกภาคส่วนสามารถทำงานร่วมกันบนแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งจะนำไปสู่การบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ และการคำนวณ Carbon Footprint ที่แม่นยำ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด AI for Construction ที่กำลังเป็นที่จับตามองในปี 2569

Advancing Sustainable Housing: บ้านเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

สำหรับเป้าหมายการทำงานในปี 2569 สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรได้นำเสนอภายใต้ธีม “Advancing Sustainable Housing for Thailand’s Future: HBA 2026 Sustainable Development In Action” โดยเน้นผลักดัน 2 ประเด็นหลัก คือ

Low Carbon Living: มุ่งเน้นการออกแบบบ้านที่ประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืน ผ่านแนวคิด Passive Design เช่น การวางทิศทางของอาคารให้เหมาะสม การเลือกใช้วัสดุที่ช่วยในการประหยัดพลังงาน และ Active Design ที่นำเทคโนโลยี Smart Home มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้บ้านมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานสูงสุด เป้าหมายคือการสร้างบ้านที่ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบาย ประหยัดค่าใช้จ่าย มีสุขภาพที่ดี และมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นจากการป้องกันภัยพิบัติต่างๆ

บ้านประหยัดไฟ และการจัดการขยะ (Waste Management): สมาคมฯ ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) รณรงค์ให้ลูกบ้านแยกขยะเปียกและแห้งด้วยตนเอง การดำเนินการนี้ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเก็บขยะของครัวเรือน โดยมีเป้าหมายที่จะลดค่าใช้จ่ายจาก 60 บาทต่อเดือน ตามอัตราใหม่ที่ กทม. ประกาศใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ลงเหลือ 20 บาท ตามกฎหมายเดิม

“หากคำนวณปริมาณขยะจากลูกบ้านในโครงการของสมาชิกสมาคมฯ ที่มีอยู่ประมาณ 170 บริษัท (โดยเฉพาะ 60-70 บริษัทที่ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง) ซึ่งครอบคลุมโครงการเกือบ 2,000 โครงการ แต่ละโครงการเฉลี่ย 300 หลังคาเรือน หากการแยกขยะประสบความสำเร็จ จะช่วยลดปริมาณขยะในกรุงเทพฯ ได้อย่างมหาศาล” นายสุนทรกล่าว “เจ้าของบ้านจะได้รับประโยชน์ทั้งในด้านการรักษ์โลก การประหยัดค่าใช้จ่าย และช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน ปัญหาน้ำท่วม หรือการอุดตันของท่อระบายน้ำ ซึ่งถือเป็น ‘In Action’ ที่เราต้องการผลักดัน”

“บางแก้วโมเดล”: สู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City) ต้นแบบ

เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างมาตรฐานการพัฒนาเมืองให้ทัดเทียมระดับสากล แนวคิด “Smart City” กำลังเป็นที่น่าจับตามอง ประเทศไต้หวัน ซึ่งเคยเป็นประเทศเกษตรกรรม ก่อนจะพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัยให้เป็น Smart Home ที่ประหยัดพลังงาน ปลอดภัย และส่งเสริมสุขภาพที่ดี ด้วยการติดตั้งระบบ Digital Lock, เครื่องกรองอากาศ และระบบควบคุมการใช้พลังงานภายในบ้าน

นอกจากนี้ การจัดการระดับเมืองของไต้หวันยังโดดเด่นด้วยระบบป้องกันแผ่นดินไหวที่สามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ภายในไม่กี่วินาที ทำให้ประชาชนมีเวลาเพียงพอในการวางแผนเพื่อเอาตัวรอด รวมถึงระบบป้องกันภัยพิบัติน้ำท่วมที่มีโครงสร้างอุโมงค์ยักษ์เพื่อระบายน้ำออกจากเมืองอย่างรวดเร็ว พร้อมระบบแจ้งเตือนระดับน้ำเพื่อการอพยพอย่างทันท่วงที

สำหรับการยกระดับเมืองในประเทศไทย ควรเริ่มจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ตั้งแต่ระบบถนน การออกแบบพื้นที่สาธารณะ ไปจนถึงการนำแนวคิด “เมืองฟองน้ำ” (Sponge City) มาประยุกต์ใช้ ด้วยการใช้ถนนและพื้นผิวที่สามารถดูดซับน้ำได้ เพื่อช่วยให้น้ำระบายลงสู่ดิน ลดปัญหาน้ำท่วมขังบนพื้นผิวคอนกรีต

ในระดับโครงการและหมู่บ้าน ผู้พัฒนาต้องคำนึงถึงสภาพพื้นที่และผังเมืองที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักการไม่ฝืนธรรมชาติ สำหรับพื้นที่ที่ผังเมืองกำหนดให้เป็นทางน้ำไหลผ่าน (Floodway) ควรพิจารณาปรับลดค่า FAR (Floor Area Ratio) และความหนาแน่นของการพัฒนา เพื่อลดความหนาแน่นของพื้นที่อยู่อาศัยและลดความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วม

“ปัจจุบัน เมืองที่กำลังศึกษาโมเดล Smart City อย่างจริงจังคือ อำเภอบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ” นายสุนทรกล่าว “หน่วยงานท้องถิ่น เช่น อบต. และเทศบาล มีนโยบายที่ชัดเจนในการป้องกันน้ำท่วมและพัฒนาระบบ Warning System เกี่ยวกับการเตือนภัยน้ำท่วม เพราะจังหวัดที่มีภาคอุตสาหกรรมจำนวนมากย่อมมีความเสี่ยงภัยที่สูงกว่า เช่น แก๊สระเบิด หรือสารเคมีรั่วไหล ดังนั้น Smart City ของแต่ละเมืองจึงมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและภัยพิบัติที่คนในท้องถิ่นเผชิญ”

ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ปี 2569: ลุ้นการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด

สถานการณ์ล่าสุด การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 มีมติเอกฉันท์ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.50% มาอยู่ที่ 1.25% ต่อปี ซึ่งนับเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในฝั่งผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนในโครงการใหม่ และผู้บริโภคที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก เช่น ภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐอเมริกา และแนวโน้ม GDP ที่ถูกปรับลดเหลือ 1.6% ในปีหน้า ซึ่งสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว ปัจจัยเหล่านี้กระตุ้นให้ผู้ประกอบการต้องเร่งลดต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และถือเป็นโอกาสของผู้บริโภคที่จะได้ซื้อสินค้าในราคาที่ย่อมเยาลง

ความกังวลที่หนักหน่วงที่สุดสำหรับดีเวลอปเปอร์ คือความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ส่งผลให้ยอดปฏิเสธสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในปี 2568 สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เฉลี่ยถึง 40% โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งมียอดกู้ไม่ผ่านเฉลี่ยสูงถึง 60% หมายความว่า ประชาชน 6 ใน 10 ราย ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อเพื่อการเป็นเจ้าของบ้านได้

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ 3 สมาคมหลัก ได้แก่ สมาคมอาคารชุดไทย, สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย มีข้อเสนอแนะ 2 มาตรการเร่งด่วน เพื่อปลดล็อกภาคการเงินสำหรับผู้กู้ซื้อบ้าน ได้แก่

การรวมหนี้ (Consolidate Debt): เสนอให้รัฐบาลพิจารณาการใช้บ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อรวมหนี้สินต่างๆ เช่น หนี้บัตรเครดิต และหนี้รถยนต์ ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 17-18% มาคำนวณใหม่โดยใช้บ้านเป็นหลักประกัน จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยของผู้กู้ลงได้ 2-3 เท่าตัว เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านอยู่ที่ประมาณ 6-7% เท่านั้น

การค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Mortgage Insurance): เสนอให้มีกลไกค้ำประกันสินเชื่อบ้าน โดยมีหลักการคล้ายกับการค้ำประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (บสย.) เพื่อช่วยเหลือผู้กู้ใหม่ที่ขาดเงินดาวน์ 10-20%

“แม้ กนง. จะลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับต้นทุนของผู้ประกอบการและผู้บริโภค แต่หากธนาคารยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ภาคอสังหาริมทรัพย์ก็จะไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่” นายสุนทรย้ำ

การพิจารณามาตรการเหล่านี้อย่างจริงจัง จะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย และนำพาภาคธุรกิจให้ก้าวข้ามผ่านความท้าทาย สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2569 และปีต่อๆ ไป

ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี Martech ในอสังหาริมทรัพย์ และแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อนำไปปรับใช้กับธุรกิจของท่านได้ เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง.

Previous Post

D1401157 หารก นท กอย างแม กระท งค า

Next Post

D1401159 1ในล านจะเจอvอทานแบบน (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post
D1401159 1ในล านจะเจอvอทานแบบน (ละครส น) สามโคกฟ part2

D1401159 1ในล านจะเจอvอทานแบบน (ละครส น) สามโคกฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.