พหลโยธิน: การเปลี่ยนแปลงสู่ศูนย์กลางธุรกิจใหม่แห่งกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ขับเคลื่อนโดยศักยภาพที่ดินและการลงทุนเชิงกลยุทธ์
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มาเกือบทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของทำเลศักยภาพหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร แต่ย่านพหลโยธิน โดยเฉพาะบริเวณห้าแยกลาดพร้าว กำลังสร้างปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง การตัดสินใจครั้งสำคัญของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในการต่อสัญญาเช่าที่ดินแปลงสามเหลี่ยม พหลโยธิน ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ให้กับกลุ่มเซ็นทรัล เป็นระยะเวลาอีก 30 ปี พร้อมมูลค่าผลตอบแทนที่คาดการณ์ไว้กว่า 33,000 ล้านบาท ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของทำเลแห่งนี้ แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนศักยภาพของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ สู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) แห่งใหม่ที่ทัดเทียมกับย่านเศรษฐกิจชั้นนำเดิม
วิวัฒนาการของทำเลพหลโยธิน: จากคมนาคมสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ
ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ย่านพหลโยธินได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากจุดที่เป็นเพียงเส้นทางคมนาคมหลัก สู่การเป็นฮับของการเดินทางที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ การมาถึงของระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยเฉพาะส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ได้ปฏิวัติการเข้าถึงและความสะดวกสบายในการเดินทาง ทำให้ย่านนี้กลายเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญของผู้คนจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน ไม่ใช่เพียงแค่ในกรุงเทพฯ แต่ยังรวมถึงจังหวัดปริมณฑล การคมนาคมที่สะดวกสบายนี้ ได้ปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนเร้นของทำเลนี้ ก่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
การผุดขึ้นของโครงการอสังหาริมทรัพย์หลากหลายรูปแบบ ทั้งคอนโดมิเนียมหรู โรงแรมระดับนานาชาติ และอาคารสำนักงานที่ทันสมัย เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่นี้ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ต่างเข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการผสมผสานการใช้ประโยชน์ที่ดินหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ตั้งแต่การอยู่อาศัย การทำงาน ไปจนถึงการพักผ่อนหย่อนใจ
กลยุทธ์การลงทุนที่มองการณ์ไกล: การต่อสัญญาของกลุ่มเซ็นทรัล
การตัดสินใจของกลุ่มเซ็นทรัลในการต่อสัญญาเช่าที่ดินแปลงสามเหลี่ยม พหลโยธิน ด้วยมูลค่ามหาศาล แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง การรักษาฐานที่ตั้งเดิม ซึ่งเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน พร้อมกับการขยายการลงทุนไปยังโครงการใหม่ “เซ็นทรัล พหลโยธิน” ที่จะพัฒนาขึ้นบนที่ดินฝั่งตรงข้าม โดยมีเป้าหมายในการเชื่อมโยงทั้งสองโครงการเข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดอาณาจักรมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ที่จะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนและยกระดับย่านพหลโยธินให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจระดับภูมิภาค
การลงทุนใน โครงการอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ ในลักษณะนี้ มักจะอาศัยการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด และการประเมินมูลค่าที่ดินในระยะยาว การต่อสัญญาเช่าของกลุ่มเซ็นทรัล สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของทำเลพหลโยธิน ในการเป็น แหล่งลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ที่มีผลตอบแทนสูงในอนาคตอันใกล้ การผนึกกำลังของโครงการเซ็นทรัล ลาดพร้าว และเซ็นทรัล พหลโยธิน จะสร้าง Synergy effect ที่แข็งแกร่ง ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ อสังหาริมทรัพย์ย่านพหลโยธิน
การประเมินมูลค่าที่ดิน: การพุ่งทะยานของราคา
ผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดจากการต่อสัญญาครั้งนี้ คือการพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาที่ดินในย่านพหลโยธิน-ห้าแยกลาดพร้าว ราคาที่ดินในปัจจุบันได้ทะลุเกินกว่า 1 ล้านบาทต่อตารางวา และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับล่าสุด ซึ่งเพิ่มศักยภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณหัวมุมห้าแยกลาดพร้าว ให้สามารถพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ได้ยิ่ง ส่งเสริมให้ราคาที่ดินบริเวณนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
เมื่อพิจารณาถึงศักยภาพของทำเลที่ตั้ง ซึ่งใกล้เคียงกับสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) ศูนย์กลางการคมนาคมทางรางที่สำคัญของประเทศ ควบคู่ไปกับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้จึงเป็นที่หมายปองของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะนักลงทุนที่มองหา ผลตอบแทนการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ที่สูงในระยะยาว
บทบาทของผังเมืองและการวางแผนพัฒนา
การปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยกำหนดทิศทางการพัฒนาเมือง การเพิ่มศักยภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินในย่านพหลโยธิน ถือเป็นนโยบายที่สอดคล้องกับการพัฒนาเมืองสู่ความทันสมัย และเป็นการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในโครงการที่มีมูลค่าสูง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชน เป็นปัจจัยหลักที่ส่งเสริมการเติบโตของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และย่านพหลโยธินก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่
สำหรับที่ดินแปลงสามเหลี่ยม พหลโยธิน ซึ่งมีขนาดประมาณ 47.22 ไร่ หากพิจารณาถึงศักยภาพในการพัฒนาใหม่ทั้งหมดภายใต้ผังเมืองฉบับใหม่ ที่สามารถสร้างอาคารได้สูงถึง 600,000 ตารางเมตร ซึ่งมากกว่าเดิมถึงสองเท่า (จาก 300,000 ตารางเมตร) อาจทำให้เกิดการพิจารณาถึงความคุ้มค่าในการรื้อถอนและก่อสร้างโครงการใหม่ทั้งหมด ซึ่งอาจมีรูปแบบที่หลากหลายและทันสมัยกว่าเดิม คล้ายคลึงกับโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน
การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม
มีรายงานว่า มีกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำหลายรายที่ให้ความสนใจในที่ดินแปลงสำคัญนี้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเดอะมอลล์, กลุ่มซีพี, กลุ่มสัว เจริญ สิริวัฒนภักดี และกลุ่มเซ็นทรัลเอง การแข่งขันที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าที่แท้จริงของทำเลนี้ และศักยภาพในการสร้างรายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การที่กลุ่มเซ็นทรัลสามารถรักษาที่ดินแปลงนี้ไว้ได้ ย่อมเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่งในการต่อยอดโครงการใหม่ และรักษาตำแหน่งทางการตลาดในฐานะผู้นำในย่านนี้
สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหา คอนโดพหลโยธิน หรือ บ้านเดี่ยวพหลโยธิน ในปัจจุบัน อาจต้องเผชิญกับตัวเลือกที่จำกัดลง และราคาที่ปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ย่อมจะนำเสนอทางเลือกใหม่ๆ ให้กับตลาด
การบริหารจัดการที่ดินของ รฟท. และโอกาสในการลงทุน
การบริหารจัดการที่ดินของ รฟท. ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะที่ดินแปลงใหญ่ที่มีศักยภาพสูง การเปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันผ่านการประมูลที่ดินแปลงนี้ เป็นแนวทางที่น่าจะสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้กับ รฟท. และส่งเสริมการแข่งขันที่เท่าเทียม อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขการต่อสัญญาให้สิทธิผู้เช่ารายเดิมก่อน ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาตามข้อกฎหมาย
สำหรับบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ รฟท. มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการสัญญาเช่า การเจรจาต่อรอง และการสร้างผลตอบแทนให้เกิดประโยชน์สูงสุด การที่ SRTA ได้ดำเนินการเจรจาต่อสัญญากับกลุ่มเซ็นทรัล และเตรียมนำเสนอต่อคณะกรรมการ รฟท. เป็นการแสดงให้เห็นถึงกระบวนการบริหารจัดการที่เป็นระบบ
แนวโน้มอนาคต: พหลโยธิน ศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่
การต่อสัญญาเช่าที่ดินแปลงเซ็นทรัล ลาดพร้าว เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในย่านพหลโยธิน การพัฒนาโครงการ “เซ็นทรัล พหลโยธิน” ที่จะเปิดให้บริการในปี 2571 พร้อมกับการเชื่อมโยงกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว จะสร้างมิติใหม่ให้กับย่านนี้ การหลั่งไหลเข้ามาของนักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค จะทำให้พหลโยธิน กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ที่มีความสำคัญไม่แพ้สุขุมวิท สีลม หรือสาทร
เมื่อมองไปข้างหน้า ย่านพหลโยธินจะกลายเป็นทำเลทองที่น่าจับตามองที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ สำหรับทั้งผู้ที่ต้องการอยู่อาศัย ลงทุน หรือประกอบธุรกิจ การพัฒนาที่ต่อเนื่องและนโยบายการผังเมืองที่เอื้ออำนวย จะยิ่งตอกย้ำศักยภาพของทำเลแห่งนี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตามอง หรือต้องการค้นหาที่อยู่อาศัยที่ลงตัวในทำเลศักยภาพ การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับย่านพหลโยธินและโอกาสในการลงทุนในปัจจุบัน คือก้าวแรกที่สำคัญ สัมผัสประสบการณ์การลงทุนที่เหนือกว่า และเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของกรุงเทพฯ ตอนเหนือไปพร้อมๆ กัน

