หัวข้อ: การต่อสัญญาเช่าที่ดิน “เซ็นทรัล ลาดพร้าว”: บทใหม่ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โซนเหนือกรุงเทพฯ สู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งอนาคต
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมากว่าทศวรรษ การติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการขนาดใหญ่ย่อมเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึง “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” หนึ่งในศูนย์การค้าที่เป็นตำนานและเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ลาดพร้าวมาอย่างยาวนาน การต่อสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว 30 ปี พร้อมมูลค่าการลงทุนกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของทำเลทองแห่งนี้ และวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของกลุ่มเซ็นทรัลในการปั้น “พหลโยธิน” ให้เป็นอาณาจักรใหม่แห่งการค้าและการใช้ชีวิต
การต่อสัญญาเช่าที่ดิน “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
ข่าวการต่อสัญญาเช่าที่ดินของ “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” จากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นระยะเวลา 30 ปี โดยมีมูลค่ารวมกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท ถือเป็นดีลสำคัญในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยที่กำลังจะได้รับการพิจารณาขั้นสุดท้ายจากคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. ในวันที่ 15 มกราคม 2569 นี้ การเจรจาระหว่างบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) บริษัทลูกของ ร.ฟ.ท. และบริษัท เซ็นทรัล อินเตอร์พัฒนา จำกัด ได้ข้อสรุปที่น่าพึงพอใจ โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าดีลนี้จะรวมการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงอาคารและระบบภายในมูลค่าไม่น้อยกว่า 4,500 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาสัญญา 30 ปี
การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการต่ออายุสัญญา แต่เป็นการลงทุนเพื่อยกระดับ “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” ให้ทันสมัย ตอบรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงรองรับการเติบโตของพื้นที่โดยรอบ สัญญาฉบับใหม่นี้มีกำหนดเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2571 ถึง 18 ธันวาคม 2601 การวางแผนการลงทุน 4,500 ล้านบาทตลอด 30 ปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของศูนย์การค้าแห่งนี้ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง แต่เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต (Lifestyle Hub) อย่างแท้จริง
ทำเลทอง “พหลโยธิน” ศักยภาพที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
ทำเล “พหลโยธิน” ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกลุ่มเซ็นทรัลได้เข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการ “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” ซึ่งอยู่ห่างจาก “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” เพียง 300 เมตร โครงการใหม่มูลค่า 21,000 ล้านบาทนี้ จะประกอบด้วยศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ออฟฟิศสำนักงานระดับพรีเมียม และอาจรวมถึงโรงแรม สถาบันการศึกษา และพื้นที่เชิงพาณิชย์อื่นๆ อีกมากมาย การพัฒนาโครงการแบบผสมผสาน (Mixed-Use Development) ขนาดใหญ่นี้ จะเป็นการตอกย้ำให้ “พหลโยธิน” กลายเป็น “Sub CBD” แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โซนเหนือ
การมาถึงของ “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2569 นี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างความคึกคักให้กับย่าน แต่ยังเป็นการดึงดูดกำลังซื้อใหม่ๆ และผู้คนจากพื้นที่อื่นๆ เข้ามาในโซนนี้มากขึ้น นอกจากนี้ การมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่าง “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” และ “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” ตั้งอยู่ในระยะใกล้เคียงกัน จะยิ่งเสริมสร้างศักยภาพของทำเลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตอบรับความหนาแน่นของประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน ซึ่งมีทั้งแหล่งที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม และสถาบันการศึกษาชั้นนำ
ปัจจัยหนุนศักยภาพ “อสังหาริมทรัพย์พหลโยธิน”
ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้ทำเล “พหลโยธิน” มีศักยภาพสูงในการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์คุณภาพ ทั้งเพื่อการพาณิชย์และการอยู่อาศัย ได้แก่:
การคมนาคมที่สะดวก: การเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟฟ้า BTS และ MRT ที่ครอบคลุม ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมือง และการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างโซนต่างๆ เป็นไปอย่างง่ายดาย เป็นปัจจัยหลักที่ผู้ประกอบการ อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า และนักลงทุนให้ความสำคัญ
ความหนาแน่นของประชากรและกำลังซื้อ: ย่านนี้เป็นที่ตั้งของชุมชนที่พักอาศัยหนาแน่น มีอาคารสำนักงานจำนวนมาก และสถาบันการศึกษาชั้นนำ ส่งผลให้มีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการสินค้าและบริการที่หลากหลาย
การเติบโตของเมือง: “พหลโยธิน” กำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) โดยมีโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาที่ดินในย่านนี้มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาที่ดินบริเวณใกล้เคียงได้แตะระดับเกือบ 1 ล้านบาทต่อตารางวาแล้ว
ศักยภาพในการลงทุน: การลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ ในโซนนี้มีความน่าสนใจสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว จากการเติบโตของเมืองและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น
มุมมองของผู้เชี่ยวชาญ: มูลค่าดีลที่สมเหตุสมผล
นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด ผู้คร่ำหวอดในวงการ อสังหาริมทรัพย์ ให้มุมมองว่า มูลค่าดีล 3.3 หมื่นล้านบาท สำหรับการต่อสัญญาเช่า “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” ระยะเวลา 30 ปี นั้นถือว่าสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้:
การใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์เดิม: การปรับปรุงอาคารเดิมที่สร้างมาเกือบ 50 ปี เพื่อให้ทันสมัย เป็นการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว ลดความเสี่ยงและต้นทุนการก่อสร้างอาคารใหม่ทั้งหมด
สภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค: แม้กลุ่มเซ็นทรัลจะสามารถลงทุนสร้างโครงการใหม่มูลค่ามหาศาล แต่ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อสร้างศูนย์การค้าใหม่ทั้งหมด อาจไม่คุ้มค่าเท่ากับการต่อยอดจากฐานเดิมที่มีอยู่แล้ว
ศักยภาพทำเล: ย่าน “พหลโยธิน” ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การมี “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” เป็นฐานเดิม และการมาถึงของ “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” ทำให้พื้นที่นี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในฐานะศูนย์กลางธุรกิจและไลฟ์สไตล์
การแข่งขันในตลาด: ผู้ประกอบการรายอื่นที่คิดจะเข้ามาแข่งขันในย่านนี้ คงต้องคิดหนัก เนื่องจาก “พหลโยธิน” ถือเป็นอาณาจักรของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ได้วางรากฐานและสร้างแบรนด์ดิ้งมาอย่างยาวนาน
“เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” หมุดหมายใหม่ของกรุงเทพฯ โซนเหนือ
การเปิดตัว “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกลุ่มเซ็นทรัลในการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาศูนย์การค้าและโครงการแบบผสมผสาน โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แต่ยังถูกออกแบบมาให้เป็น “Flagship Project” ที่จะยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งและการใช้ชีวิตของผู้คนในโซนเหนือ ด้วยพื้นที่กว่า 457,409 ตารางเมตร ประกอบด้วยพื้นที่ค้าปลีกสุดทันสมัย ร้านอาหารชั้นนำ แหล่งบันเทิงครบวงจร และที่สำคัญคือ “Convention Hall” ขนาดใหญ่กว่า 6,700 ตารางเมตร ที่พร้อมรองรับอีเวนต์ระดับโลก คอนเสิร์ต และการประชุมต่างๆ
การที่โครงการนี้จะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 ยิ่งเป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับทำเล “พหลโยธิน” และคาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้บริการประมาณ 1.3 แสนคนต่อวันในปีแรก การเติบโตของ “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” จะเกิดขึ้นควบคู่ไปกับ “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” สร้าง Synergy ที่แข็งแกร่ง ทำให้ย่านนี้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คน สอดคล้องกับการขยายตัวของกรุงเทพฯ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเจริญเติบโตในระยะยาว
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ โซนเหนือ
การลงทุนครั้งใหญ่ใน “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” และการเปิดตัว “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” นี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ กรุงเทพฯ โซนเหนือ โดยเฉพาะย่าน “พหลโยธิน” กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างแท้จริง การเกิดขึ้นของโครงการพัฒนาขนาดใหญ่เหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มมูลค่าให้กับ อสังหาริมทรัพย์ ในพื้นที่ แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อีกด้วย
สำหรับนักลงทุนที่มองหา อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน หรือ คอนโดมิเนียม หรือ บ้านเดี่ยว ในทำเลที่มีศักยภาพ การลงทุนในโซน “พหลโยธิน” ถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการเติบโตของเมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และกำลังซื้อที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บทสรุปและก้าวต่อไป
การต่อสัญญาเช่าที่ดิน “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” พร้อมการลงทุนครั้งมหาศาล และการเปิดตัวโครงการ “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” กำลังจะพลิกโฉม “พหลโยธิน” ให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ที่สำคัญของกรุงเทพฯ โซนเหนือ นี่คือปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของทำเลทองแห่งนี้ และวิสัยทัศน์อันยาวไกลของกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ
หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์คุณภาพ หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในย่านนี้ รวมถึงการประเมินศักยภาพของโครงการต่างๆ ติดต่อเรา ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำปรึกษาและนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อตอบสนองความต้องการและเป้าหมายการลงทุนของคุณ.
