• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D1401012 หน ใครมา (ละครส น) สามโคกฟ part2

admin79 by admin79
January 14, 2026
in Uncategorized
0
D1401012 หน ใครมา (ละครส น) สามโคกฟ part2

มหาสงครามสินทรัพย์: ปรับสมดุลแห่งโอกาสและความท้าทายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2569

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดมาหลายต่อหลายครั้ง ทั้งช่วงเวลาที่เฟื่องฟูจนแทบจะบินได้ และช่วงเวลาที่ต้องประคับประคองตนเองท่ามกลางพายุเศรษฐกิจ แต่สำหรับปี 2569 นี้ สถานการณ์กำลังจะพาเราเข้าสู่มิติใหม่แห่งการปรับสมดุล ที่ซึ่งความซับซ้อนจะเข้ามาท้าทายความแข็งแกร่งของทุกภาคส่วนใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

ภาพรวมของปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่ง “พายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ” (Year of The Great Perfect Storm) ที่ทุกปัจจัยลบถาโถมเข้าใส่ภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เคยเป็นหัวจักรสำคัญของตลาด ยอดขายซึ่งเคยพุ่งทะยานไปถึง 5 แสนล้านบาทในปี 2561 บัดนี้ได้หดตัวลงอย่างน่าใจหาย เหลือเพียงประมาณ 2.62 แสนล้านบาท สถิตินี้ถือเป็นจุดต่ำสุดใหม่ในรอบทศวรรษ สะท้อนถึงผลกระทบอันรุนแรงของวิกฤตเศรษฐกิจที่กัดเซาะกำลังซื้อและสร้างความเปราะบางให้กับตลาดอย่างแท้จริง

ปี 2569: ยุคแห่งการปรับสมดุลและความท้าทายเชิงโครงสร้าง

สำหรับปี 2569 นี้ ผมคาดการณ์ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย จะยังคงอยู่ในภาวะทรงตัว โดยมีแนวโน้มยอดขายอยู่ที่ประมาณ 2.6-3 แสนล้านบาท และอาจจะทรงตัวเช่นนี้ต่อไปอีกหลายปี ตราบใดที่ยังไม่มีปัจจัยบวกที่แข็งแกร่งเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ โอกาสที่จะเห็นการฟื้นตัวอย่างแท้จริงนั้น จะต้องรอจนกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอัตรา 5% ซึ่งในบริบทปัจจุบัน ถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทายอย่างยิ่ง

ผมมองว่าปี 2569 จะเป็นปีแห่ง “การปรับสมดุลใหม่” (The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem) โดยมี 3 องค์ประกอบหลักที่ขับเคลื่อนแนวโน้มนี้:

สมดุลใหม่ (New Balance): เกิดจากการหดตัวของยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ในทุกเซ็กเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ทั่วประเทศ การเติบโตของ GDP ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 1-2% ส่งผลให้กำลังซื้อทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติลดน้อยลง ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่ากำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ ทำให้คนกลุ่มนี้หันไปพึ่งพาการเช่าระยะยาว หรือบ้านมือสองเป็นทางเลือกหลัก ประกอบกับการขาดการสนับสนุนเชิงโครงสร้างที่สำคัญจากภาครัฐ

ความซับซ้อน (Complexity): ตลาดที่อยู่อาศัยมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างมาก เราเห็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่คอนโดมิเนียมหลักแสนไปจนถึงเพนต์เฮาส์ราคาสูงลิบหลักพันล้านบาท การซื้อขายมีทั้งรูปแบบกรรมสิทธิ์และการเช่าระยะยาว 30-60 ปี ปัญหาสำคัญที่กัดกร่อนกำลังซื้ออย่างต่อเนื่องคืออัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงถึง 50-70% โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรก หรือผู้ที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในราคาที่จับต้องได้ ปัญหานี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากเพียงธนาคารเข้มงวด แต่สะท้อนถึงความเปราะบางของรายได้ครัวเรือนและโครงสร้างต้นทุนที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่ปรับตัวสูงขึ้น ก็กลายเป็นภาระค่าครองชีพก้อนใหญ่ที่กระทบต่อกำลังซื้อโดยรวม

ปัญหาเชิงโครงสร้าง (Structural Problem): ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาขาดโครงสร้างระยะยาวที่รองรับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติอย่างแท้จริง รวมถึงการขาดแคลนโครงสร้างที่สามารถตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อถดถอย ทำให้การเข้าถึงการเป็นเจ้าของบ้านเป็นเรื่องที่ยากยิ่งขึ้น

เจาะลึกตลาด: สินค้าที่ “เอาต์” และ “มาแรง” ท่ามกลางวิกฤต

เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของแต่ละประเภทอสังหาริมทรัพย์ ผมสังเกตเห็นแนวโน้มที่น่าสนใจหลายประการ

ทาวน์เฮาส์: ถือเป็นสินค้าที่เริ่ม “เอาต์” จากตลาด เนื่องจากกำลังซื้อในระดับกลางถึงล่างประสบปัญหาการเข้าถึงสินเชื่ออย่างหนัก หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุด การฟื้นตัวของตลาดทาวน์เฮาส์อาจต้องใช้เวลาอีกนาน
บ้านเดี่ยว: ยังคงได้รับความสนใจ แต่ก็เผชิญกับแรงเสียดทานจากกำลังซื้อชาวต่างชาติที่เริ่มชะลอตัวลง อันเป็นผลมาจากนโยบายควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศ การปราบปรามทุนสีเทา และการเข้ามาของนอมินี หากไม่มีการปรับตัว เช่น การนำเสนอสัญญาเช่าระยะยาว 60 ปี อาจส่งผลให้ยอดขายบ้านเดี่ยวมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
การเช่าระยะยาว: กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ยอมจ่ายค่าเช่าเดือนละหลายแสนบาทสำหรับบ้านหรือคอนโดมิเนียมมูลค่าหลายสิบล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากในการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐไทย การเช่าจึงกลายเป็นทางออกที่ “ปลอดภัย” กว่าการซื้อในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อดีมานด์การซื้อ
กลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท: เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในปีที่ผ่านมา โดยติดลบถึง -52% และในปีนี้คาดว่าจะเหลือน้อยลงไปอีก อันเป็นผลมาจากการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงถึง 70% แม้ว่าความต้องการ (Demand) ในตลาดนี้ยังมีอยู่สูงมากก็ตาม เนื่องจากโครงสร้างประชากรยังคงเดิม แต่ข้อจำกัดด้านการเงินทำให้ไม่สามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของได้ ประกอบกับ GDP ที่เติบโตในอัตราต่ำ ยิ่งเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจก่อหนี้ระยะยาวเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์
กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท: เริ่มมีสัญญาณความเปราะบาง ยอดขายใน 3 ไตรมาสแรกของปีเริ่มชะลอตัวลง สวนทางกับในอดีตที่กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างทรงตัวได้ดีกว่ากลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท
คอนโดมิเนียมราคาสูง (50 ล้านบาทขึ้นไป): มีการแข่งขันที่สูงขึ้นในด้านการพัฒนาโครงการ
บ้านมือสอง: แม้จะดูเหมือนมีความสำคัญมากขึ้นในภาพรวม แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียด จะพบว่าตลาดบ้านมือสองไม่ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่เป็นเพียงการปรับสัดส่วนให้ใกล้เคียงกับบ้านใหม่เท่านั้น เนื่องจากตลาดโดยรวมมีขนาดเล็กลงอันเป็นผลมาจากกำลังซื้อที่ถดถอย

เสนอ “โรดแมป 8+3” สู่การพลิกฟื้นภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย

ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย ผมได้นำเสนอ “โรดแมป 8+3” ต่อรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อเป็นแนวทางในการประคับประคองและขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยไปข้างหน้า โดยแบ่งเป็น 8 มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว และ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อการฟื้นฟูในปี 2569

8 มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว:

การปรับปรุงมาตรการ LTV (Loan to Value) อย่างมีกลยุทธ์: กำหนดเพดานการปล่อยสินเชื่อที่สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาวะเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้เป็นการจำกัดโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยจนเกินไป
การขยายสัญญาเช่าระยะยาว: สนับสนุนการขยายสัญญาเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี พร้อมเสนอให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมจากการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ เพื่อนำรายได้มาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีบ้านของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง โดยเน้นการสร้างโครงสร้างที่ถาวรและยั่งยืน
การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ: พัฒนากฎหมายอาคารชุดและกฎหมายบ้านจัดสรรให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยกำหนดหลักการสำคัญคือเสียงส่วนใหญ่ในการบริหารนิติบุคคลต้องไม่เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อป้องกันการถูกควบคุมโดยชาวต่างชาติ
การสนับสนุน Mortgage Insurance: รัฐควรสนับสนุนการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% (เทียบเท่าเงินดาวน์) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ และลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อในตลาดระดับกลางถึงล่าง
การอนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยงผู้กู้ (Risk-Based Lending): นำหลักการคิดดอกเบี้ยตามความเสี่ยงมาปรับใช้ คือความเสี่ยงน้อยคิดดอกเบี้ยน้อย ความเสี่ยงสูงคิดดอกเบี้ยสูงกว่า เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้กู้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น แทนที่จะถูกปฏิเสธเพียงอย่างเดียว
มาตรการรวมหนี้ (Debt Warehouse): สนับสนุนการรวมหนี้สินจากบัตรเครดิต หนี้รถยนต์ และหนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ
การส่งเสริมการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ (Man-Made Project): กระตุ้นการลงทุนในโครงการที่เป็นรูปธรรมและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เช่น ศูนย์สุขภาพครบวงจร (Healthcare Center) ศูนย์กลางการศึกษา (Education Hub) สวนสนุกขนาดใหญ่ สนามบินนานาชาติ ศูนย์ประชุมนานาชาติ และศูนย์ความบันเทิงด้านกีฬา โดยเน้นย้ำว่าไม่รวมถึงการเปิดบ่อนกาสิโน
การสร้างมูลค่าเพิ่มจากโครงสร้างพื้นฐาน: ส่งเสริมการเชื่อมต่อและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภคภาครัฐที่โครงการสิ้นสุดแล้วในเวลาที่กำหนด และเสนอให้พิจารณาจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากแนวเส้นทางเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐ

3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อประคับประคองตลาดในปี 2569:

ต่ออายุมาตรการ LTV: เสนอให้ต่ออายุมาตรการ LTV ที่จะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570
ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียม: เสนอให้ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ที่จะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 โดยขยายเพดานจากเดิมที่จำกัดไว้ไม่เกิน 7 ล้านบาท เป็นการครอบคลุมบ้านทุกระดับราคา
การกำกับดูแลอัตราดอกเบี้ย: ขอให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate) ทั้งอัตรา MRR สำหรับลูกค้ารายย่อย และ MLR สำหรับผู้ประกอบการ ให้สอดคล้องหรือลดลงเท่ากับการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อลดภาระต้นทุนทางการเงินของผู้กู้

การบริหารจัดการในภาวะ “มหาสงครามสินทรัพย์”

สำหรับผู้ประกอบการใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การเผชิญหน้ากับปี 2569 จะยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องใช้ความรอบคอบและกลยุทธ์ที่เฉียบคม ผมขอเน้นย้ำถึง 2 หัวใจหลักในการบริหารจัดการคือ

ด้านการเงิน (Financial Side): การบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) ต้องเป็นอันดับแรก ต้องตั้งการ์ดสูง ระมัดระวังการลงทุนในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวและกำลังซื้อถดถอย การรักษาเสถียรภาพทางการเงินคือหัวใจสำคัญ
ด้านการตลาดและพัฒนาโครงการ (Commercial & Development Side): ต้องมีความตื่นตัวและยืดหยุ่นสูง พร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะปัจจัยที่ไม่สามารถคาดเดาได้ การปรับตัวเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่ยังมีกำลังซื้อเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่กำลังซื้ออ่อนแรง

ปี 2569 จะเป็นปีที่พิสูจน์ความแข็งแกร่ง ความยืดหยุ่น และวิสัยทัศน์ของผู้ที่อยู่ในวงการ ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การมองหาโอกาสท่ามกลางความท้าทาย การปรับตัวให้เข้ากับบริบทใหม่ๆ และการทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จและความยั่งยืนใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ หากท่านกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจบริบทของตลาดอย่างลึกซึ้ง พร้อมนำเสนอทางออกที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่ความสำเร็จใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ไปด้วยกัน

Previous Post

D1401011 กล บมาเจอแฟนเก าท เคยท (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post

D1401013 พยาบาลสาวตกกระไดพลอยโจS (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post
D1401013 พยาบาลสาวตกกระไดพลอยโจS (ละครส น) สามโคกฟ part2

D1401013 พยาบาลสาวตกกระไดพลอยโจS (ละครส น) สามโคกฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.