• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0601030 ความทรงจำท ไม อยากจะจำ part2

admin79 by admin79
January 7, 2026
in Uncategorized
0
D0601030 ความทรงจำท ไม อยากจะจำ part2

แนวโน้มภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569: การปรับอัตราและผลกระทบต่อผู้ถือครองอสังหาริมทรัพย์

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายและกฎระเบียบที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมาโดยตลอด หนึ่งในประเด็นสำคัญที่กำลังจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในปี 2569 คือการปรับปรุงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ภาษีที่ดิน” ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เพียงแค่ตัวเลข แต่สะท้อนถึงทิศทางของนโยบายที่ดินของประเทศ ที่มุ่งหวังการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

บทความนี้จะเจาะลึกถึงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2569 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า และการปรับขึ้นของราคาประเมินที่ดินที่จะส่งผลต่อการคำนวณภาษีในอนาคตอันใกล้ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับผู้ถือครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: กลไกสำคัญในการบริหารจัดการที่ดิน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นเครื่องมือสำคัญที่ภาครัฐใช้ในการจัดเก็บรายได้และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสม โดยกฎหมายฉบับนี้ได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2562 และเริ่มจัดเก็บภาษีอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2563 โดยมีหลักการคำนวณภาษีที่อิงตามมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (Land and Building Tax) และอัตราภาษีที่แตกต่างกันไปตามประเภทการใช้ประโยชน์

การแบ่งประเภทภาษีที่ดินและอัตราภาษีในปี 2569

เพื่อทำความเข้าใจภาพรวม ผมจะสรุปประเภทภาษีและอัตราที่สำคัญในปี 2569 ดังนี้

ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย (Residential Property)

กลุ่มนี้ครอบคลุมที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่พักอาศัย โดยมีรายละเอียดการคำนวณภาษีที่ซับซ้อนขึ้นอยู่กับจำนวนที่พักอาศัยที่บุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของ:

เจ้าของที่พักอาศัยหลังเดียว (บุคคลธรรมดา):
มูลค่า 0 – 50 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี
มูลค่า 50 – 75 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.03%
มูลค่า 75 – 100 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.05%
มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.1%

เจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว (บุคคลธรรมดา): (กรณีนี้มักเกิดจากกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแยกกัน)
มูลค่า 0 – 10 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี
มูลค่า 10 – 50 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.02%
มูลค่า 50 – 75 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.03%
มูลค่า 75 – 100 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.05%
มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.1%

เจ้าของที่พักอาศัย 2 หลังขึ้นไป (บุคคลธรรมดา):
มูลค่า 0 – 50 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.02%
มูลค่า 50 – 75 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.03%
มูลค่า 75 – 100 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.05%
มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.1%

ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม (Commercial Property)

กลุ่มนี้เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เพื่อการค้าขาย สร้างรายได้ เช่น อาคารสำนักงาน ร้านค้า โรงแรม อัตราภาษีสำหรับกลุ่มนี้จะสูงกว่าที่พักอาศัยอย่างชัดเจน เพื่อสะท้อนมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สร้างขึ้น:

มูลค่า 0 – 50 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.3%
มูลค่า 50 – 200 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.4%
มูลค่า 200 – 1,000 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.5%
มูลค่า 1,000 – 5,000 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.6%
มูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.7%

ที่ดินเพื่อการเกษตร (Agricultural Property)

การส่งเสริมภาคเกษตรกรรมยังคงเป็นนโยบายสำคัญ แต่ก็มีเงื่อนไขการเสียภาษีที่ต้องพิจารณา:

บุคคลธรรมดา:
มูลค่า 0 – 50 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี
มูลค่า 50 – 125 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.01%
มูลค่า 125 – 150 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.03%
มูลค่า 150 – 550 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.05%
มูลค่า 550 – 1,050 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.07%
มูลค่า 1,050 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.1%

นิติบุคคล:
มูลค่า 0 – 75 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.01%
มูลค่า 75 – 100 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.03%
มูลค่า 100 – 500 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.05%
มูลค่า 500 – 1,000 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.07%
มูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.1%

ที่ดินรกร้างว่างเปล่า (Unused and Vacant Land)

นี่คือประเด็นสำคัญที่ผมต้องการเน้นย้ำเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นกลไกที่ภาครัฐใช้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มที่ ที่ดินที่ถูกปล่อยให้รกร้าง ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือสามารถใช้ประโยชน์ได้แต่ปล่อยว่างตลอดทั้งปี จะถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าประเภทอื่นอย่างมีนัยสำคัญ

มูลค่า 0 – 50 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.3%
มูลค่า 50 – 200 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.4%
มูลค่า 200 – 1,000 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.5%
มูลค่า 1,000 – 5,000 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.6%
มูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.7%

สิ่งที่น่าจับตาคือ การเพิ่มอัตราภาษีสำหรับที่ดินรกร้างว่างเปล่า หากมีการปล่อยให้รกร้างต่อเนื่องนานกว่า 3 ปี อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้น 0.3% ทุกๆ 3 ปี โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 3% ของมูลค่าทรัพย์สิน สิ่งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของภาครัฐในการควบคุมการเก็งกำไรที่ดิน และส่งเสริมการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม

การขยายเวลาการดำเนินการเพื่อบรรเทาภาระประชาชน

ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอัตราภาษีที่อาจสูงขึ้น กระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศขยายระยะเวลาดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไปอีก 2 เดือน เพื่อลดภาระและความกดดันให้กับประชาชนในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ซึ่งมาตรการขยายเวลาดังกล่าวครอบคลุมถึง:

การจัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: เลื่อนจาก พ.ย. 2568 เป็น ม.ค. 2569
การประกาศราคาประเมินและอัตราภาษี: เลื่อนจาก ก.พ. 2569 เป็น เม.ย. 2569
การส่งแบบประเมินภาษี: เลื่อนจาก ก.พ. 2569 เป็น เม.ย. 2569
การชำระภาษี: เลื่อนจาก เม.ย. 2569 เป็น มิ.ย. 2569
การผ่อนชำระภาษี 3 งวด: เลื่อนกำหนดชำระแต่ละงวดออกไป 2 เดือน
การแจ้งเตือนผู้ค้างชำระ: เลื่อนจาก พ.ค. 2569 เป็น ก.ค. 2569
การแจ้งรายการภาษีค้างชำระ: เลื่อนจาก มิ.ย. 2569 เป็น ส.ค. 2569

การขยายเวลานี้เป็นการบรรเทาภาระทางการเงินระยะสั้นที่สำคัญ แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอัตราภาษีพื้นฐานแต่อย่างใด

บทลงโทษสำหรับการชำระภาษีล่าช้า

สิ่งสำคัญที่ผู้ถือครองอสังหาริมทรัพย์ทุกท่านควรรู้คือ บทลงโทษสำหรับการชำระภาษีล่าช้า ซึ่งมีความเข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนี้:

ชำระก่อนได้รับหนังสือแจ้งเตือน: เบี้ยปรับ 10% ของภาษีที่ค้างชำระ
ชำระตามกำหนดในหนังสือแจ้งเตือน: เบี้ยปรับ 20% ของภาษีที่ค้างชำระ
ชำระหลังพ้นกำหนดในหนังสือแจ้งเตือน: เบี้ยปรับ 40% ของภาษีที่ค้างชำระ
เงินเพิ่ม: จ่ายเพิ่มอีก 1% ต่อเดือนของภาษีที่ค้างชำระ นับจากวันพ้นกำหนดจนถึงวันที่ชำระจริง (สูงสุดไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องจ่าย)

ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่า การบริหารจัดการการชำระภาษีให้ตรงเวลาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงภาระค่าใช้จ่ายที่สูงเกินควร

แนวโน้มปี 2570: การปรับขึ้นภาษีจากราคาประเมินใหม่

ประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างต่อเนื่องคือ การปรับขึ้นของราคาประเมินที่ดิน ซึ่งกรมธนารักษ์มีรอบการประเมินใหม่ทุก 4 ปี ราคาประเมินที่ดินที่ใช้ในปี 2569 คือรอบปี 2566-2569 และคาดว่าราคาประเมินใหม่ที่จะประกาศใช้หลังจากนี้ (สำหรับรอบปี 2570 เป็นต้นไป) จะมีการปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การปรับราคาประเมินให้ใกล้เคียงกับราคาตลาดมากขึ้นนั้น มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน และแน่นอนว่าส่งผลให้ฐานภาษีที่ใช้ในการคำนวณ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สูงขึ้นตามไปด้วย ผู้ที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่มีศักยภาพ หรือมีมูลค่าทรัพย์สินสูง อาจต้องเผชิญกับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2570 และปีต่อๆ ไป

กลยุทธ์การบริหารจัดการภาษีที่ดินสำหรับนักลงทุนและผู้ถือครองอสังหาริมทรัพย์

ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในตลาดนี้ ผมมีคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ดังนี้:

ประเมินมูลค่าทรัพย์สินของท่าน: ตรวจสอบมูลค่าทรัพย์สินของท่านเทียบกับเกณฑ์การเสียภาษีในแต่ละประเภทอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับที่พักอาศัยหลังที่สอง หรือทรัพย์สินเพื่อการพาณิชยกรรม

หลีกเลี่ยงที่ดินรกร้าง: หากท่านมีที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือกำลังพิจารณาซื้อที่ดินที่ยังไม่มีแผนการพัฒนาที่ชัดเจน ควรตระหนักถึงอัตราภาษีที่สูงสำหรับที่ดินประเภทนี้ และพิจารณาหาทางพัฒนา หรือจำหน่ายออกไปก่อนที่จะกลายเป็นภาระ

ศึกษาข้อมูลราคาประเมิน: ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการประกาศราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ของกรมธนารักษ์ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของภาระภาษี

วางแผนการชำระภาษี: กำหนดปฏิทินการชำระภาษีให้ชัดเจน และดำเนินการชำระภายในกำหนดเวลาเสมอ การผ่อนชำระก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยกระจายภาระทางการเงิน

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากท่านมีข้อสงสัย หรือมีสถานการณ์ทรัพย์สินที่ซับซ้อน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีอสังหาริมทรัพย์ หรือนักกฎหมาย จะช่วยให้ท่านได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสม

พิจารณาทางเลือกในการลงทุน: ในภาวะที่ภาษีอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มสูงขึ้น นักลงทุนควรพิจารณาประเภทของอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าเมื่อเทียบกับภาระภาษี เช่น อสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้สม่ำเสมอ หรือโครงการที่อยู่ในกลุ่มได้รับการส่งเสริม

บทสรุป

ปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการปรับเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การทำความเข้าใจอัตราภาษีประเภทต่างๆ การวางแผนรับมือกับราคาประเมินที่ดินที่สูงขึ้น และการหลีกเลี่ยงการถือครองที่ดินรกร้าง จะเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารจัดการทรัพย์สินของท่านให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

หากท่านเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ หรือหัวเมืองเศรษฐกิจ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา การตื่นตัวต่อการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ถึงเวลาแล้วที่ท่านจะเข้ามาพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อวางแผนการจัดการอสังหาริมทรัพย์ของท่านให้พร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและตลาด

Previous Post

D0601029 คนสม ยน หน าไม ใจ part2

Next Post

D0601031 เพ อนแท องให นได กอย าง part2

Next Post
D0601031 เพ อนแท องให นได กอย าง part2

D0601031 เพ อนแท องให นได กอย าง part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.