• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0601025 สาม ทำเอ เลยเบลอเอาเร องส วนต วไปเล part2

admin79 by admin79
January 7, 2026
in Uncategorized
0
D0601025 สาม ทำเอ เลยเบลอเอาเร องส วนต วไปเล part2

ภูมิทัศน์อสังหาริมทรัพย์ไทย 2569: เจาะลึกภาษีที่ดินและผลกระทบต่อการลงทุน

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งในนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อตลาด ตั้งแต่การปรับอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่หนึ่งในเรื่องที่สร้างความสั่นสะเทือนและส่งผลโดยตรงต่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกระดับ คือ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ซึ่งกำลังจะมีการปรับปรุงและบังคับใช้กฎเกณฑ์ใหม่ในปี 2569 การทำความเข้าใจอัตราภาษีใหม่ โครงสร้างการจัดเก็บ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนหรือบริหารจัดการทรัพย์สินในประเทศไทย

ภาพรวมภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: เครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการที่ดิน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า ภาษีที่ดิน คือกลไกสำคัญที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ การกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มประสิทธิภาพ และการลดความเหลื่อมล้ำในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ เริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2562 และเริ่มเก็บภาษีจริงในปี 2563 โดยมีหลักการคำนวณภาษีที่ชัดเจน คือ “มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง x อัตราภาษีต่อปี = ภาษีที่ต้องจ่าย”

หัวใจสำคัญของภาษีที่ดินคือการแบ่งประเภทตามลักษณะการใช้ประโยชน์ ซึ่งแต่ละประเภทจะมีอัตราภาษีที่แตกต่างกันออกไป เพื่อสะท้อนถึงผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกันไป การปรับปรุงล่าสุดในปี 2569 นี้ ได้มีการประกาศใช้มาตรการภาษีอย่างเต็มอัตรา โดยยกเลิกการลดหย่อนบางส่วน และขยายเวลาการดำเนินการออกไป เพื่อบรรเทาภาระให้กับประชาชนในช่วงเปลี่ยนผ่าน

เจาะลึกอัตราภาษีที่ดิน 2569: 4 ประเภทกับการคำนวณที่ซับซ้อน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เรามาพิจารณาอัตราภาษีสำหรับแต่ละประเภทตามประกาศล่าสุดของกระทรวงมหาดไทย:

ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย (Residential Property)

กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ การคำนวณภาษีจะแตกต่างกันไปตามมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงจำนวนที่อยู่อาศัยที่บุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของ:

กรณีบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง “หลังเดียว”:
มูลค่า 0-50 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี
มูลค่า 50-75 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.03%
มูลค่า 75-100 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.05%
มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.1%

กรณีบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของ “เฉพาะสิ่งปลูกสร้าง” หลังเดียว:
มูลค่า 0-10 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี
มูลค่า 10-50 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.02%
มูลค่า 50-75 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.03%
มูลค่า 75-100 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.05%
มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.1%

กรณีบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง “2 หลังขึ้นไป”:
มูลค่า 0-50 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.02%
มูลค่า 50-75 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.03%
มูลค่า 75-100 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.05%
มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.1%

ข้อสังเกตสำคัญ: การมีที่อยู่อาศัยหลายหลังส่งผลให้อัตราภาษีสำหรับส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทเริ่มต้นที่ 0.02% ซึ่งต่ำกว่ากรณีที่อยู่อาศัยหลังเดียวที่เริ่มเสียภาษีตั้งแต่ 50 ล้านบาท ในขณะที่อัตราสูงสุดยังคงเป็น 0.1%

ที่ดินเพื่อการพาณิชยกรรม (Commercial Property)

กลุ่มนี้ครอบคลุมถึงที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ ก่อให้เกิดรายได้ เช่น อาคารสำนักงาน ร้านค้า โรงแรม และพื้นที่เชิงพาณิชย์อื่นๆ โดยมีอัตราภาษีที่สูงกว่าที่อยู่อาศัย เพื่อสะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างรายได้:

มูลค่า 0-50 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.3%
มูลค่า 50-200 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.4%
มูลค่า 200-1,000 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.5%
มูลค่า 1,000-5,000 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.6%
มูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.7%

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์กรุงเทพฯ หรืออาคารสำนักงานเชียงใหม่ จำเป็นต้องคำนวณต้นทุนภาษีนี้อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเมื่อมูลค่าทรัพย์สินสูงขึ้น อัตราภาษีก็จะขยับตามไปด้วย

ที่ดินเพื่อการเกษตร (Agricultural Property)

เพื่อส่งเสริมภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ที่ดินเพื่อการเกษตรมีอัตราภาษีที่ต่ำมาก และมีการยกเว้นภาษีสำหรับมูลค่าทรัพย์สินบางส่วน โดยแบ่งตามประเภทผู้เป็นเจ้าของ:

กรณีบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของ:
มูลค่า 0-50 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี
มูลค่า 50-125 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.01%
มูลค่า 125-150 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.03%
มูลค่า 150-550 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.05%
มูลค่า 550-1,050 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.07%
มูลค่า 1,050 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.1%

กรณีที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของ (ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรรม):
มูลค่า 0-75 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.01%
มูลค่า 75-100 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.03%
มูลค่า 100-500 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.05%
มูลค่า 500-1,000 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.07%
มูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.1%

การถือครองที่ดินเกษตรเพื่อการพัฒนา หรือการลงทุนในโครงการฟาร์มอัจฉริยะ จะได้รับประโยชน์จากอัตราภาษีที่ต่ำนี้ แต่ยังคงต้องมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อยืนยันการใช้ประโยชน์

ที่ดินรกร้างว่างเปล่า (Vacant or Undeveloped Land)

มาตรการนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินสูงสุด โดยที่ดินที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง ไม่ได้ใช้งาน หรือมีศักยภาพแต่ถูกละเลย จะต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่ค่อนข้างสูง เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เจ้าของนำที่ดินมาใช้ประโยชน์ หรือพัฒนาให้เกิดมูลค่า:

มูลค่า 0-50 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.3%
มูลค่า 50-200 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.4%
มูลค่า 200-1,000 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.5%
มูลค่า 1,000-5,000 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.6%
มูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.7%

ประเด็นที่น่าจับตาคือ: หากที่ดินรกร้างต่อเนื่องเกิน 3 ปี อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้น 0.3% ทุกๆ 3 ปี โดยมีเพดานสูงสุดที่ 3% ซึ่งหมายความว่าการปล่อยที่ดินทิ้งไว้โดยไม่ทำอะไรเลย อาจกลายเป็นภาระที่หนักหนาสาหัสได้ การ ซื้อที่ดินเปล่าในกรุงเทพฯ หรือที่ดินรอพัฒนาในจังหวัดเศรษฐกิจ จึงต้องพิจารณาถึงศักยภาพในการพัฒนาอย่างถี่ถ้วน

การขยายเวลาการดำเนินการ: บรรเทาภาระช่วงเปลี่ยนผ่าน

เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากการปรับใช้อัตราภาษีเต็มเพดานในปี 2569 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศขยายกำหนดเวลาในการดำเนินการต่างๆ ออกไปอีก 2 เดือน ซึ่งส่งผลให้กำหนดการจัดเก็บภาษีและการแจ้งเตือนต่างๆ เลื่อนออกไป ดังนี้:

การจัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: เลื่อนจาก พ.ย. 2568 เป็น ม.ค. 2569
การประกาศราคาประเมินและอัตราภาษี: เลื่อนจากก่อน 1 ก.พ. 2569 เป็นก่อน 1 เม.ย. 2569
การส่งแบบประเมินภาษี: เลื่อนจาก ก.พ. 2569 เป็น เม.ย. 2569
การชำระภาษี: เลื่อนจาก เม.ย. 2569 เป็น มิ.ย. 2569
การผ่อนชำระภาษี 3 งวด: งวดแรกเลื่อนจาก เม.ย. 2569 เป็น มิ.ย. 2569, งวดสองจาก พ.ค. 2569 เป็น ก.ค. 2569, งวดสามจาก มิ.ย. 2569 เป็น ส.ค. 2569
การแจ้งเตือนผู้เสียภาษีค้างชำระ: เลื่อนจาก พ.ค. 2569 เป็น ก.ค. 2569
การแจ้งรายการภาษีค้างชำระ: เลื่อนจาก มิ.ย. 2569 เป็น ส.ค. 2569

บทลงโทษหากจ่ายภาษีล่าช้า:

ชำระก่อนได้รับหนังสือแจ้งเตือน: เบี้ยปรับ 10%
ชำระภายในกำหนดตามหนังสือแจ้งเตือน: เบี้ยปรับ 20%
ชำระหลังพ้นกำหนดในหนังสือแจ้งเตือน: เบี้ยปรับ 40%
เงินเพิ่ม 1% ต่อเดือน (นับจากพ้นกำหนดชำระ จนถึงวันที่ชำระจริง แต่ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องจ่าย)

แนวโน้มภาษีปี 2570: ความท้าทายจากราคาประเมินใหม่

สิ่งที่น่าจับตาในปี 2570 คือผลกระทบจาก “ราคาประเมินที่ดินใหม่” ที่กรมธนารักษ์จะประกาศใช้ ซึ่งเป็นรอบการประเมินใหม่หลังจากรอบปี 2566-2569 ที่ผ่านมา การปรับราคาประเมินที่ดินให้ใกล้เคียงกับราคาตลาดมากขึ้น โดยเฉลี่ย 8% ในรอบที่ผ่านมา จะส่งผลให้ฐานภาษีสูงขึ้นโดยตรง และอาจทำให้ภาระภาษีที่ดินของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

ความสำคัญของ “ราคาประเมินที่ดิน” และ “ราคาประเมินทุนทรัพย์” ในการคำนวณภาษีที่ดินนั้นมีนัยสำคัญอย่างยิ่ง การลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน หรือ อสังหาริมทรัพย์ราคาถูก จำเป็นต้องคำนวณต้นทุนแฝงเหล่านี้อย่างละเอียด การประเมินราคาใหม่นี้จะส่งผลต่อ การวางแผนภาษีอสังหาริมทรัพย์ และ การคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน เป็นอย่างมาก

กลยุทธ์การลงทุนและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในยุคภาษีที่ดินที่เข้มข้นขึ้น

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์มากว่า 10 ปี ผมขอเสนอแนะแนวทางการปรับตัวสำหรับนักลงทุนและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้:

ประเมินพอร์ตโฟลิมอย่างละเอียด: ทบทวนประเภทและมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่ท่านครอบครองทั้งหมด แยกตามวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์ เพื่อประเมินภาระภาษีที่แท้จริงที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 และปีต่อๆ ไป
พิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดิน: สำหรับที่ดินรกร้างหรือที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์สูงสุด ให้เร่งพิจารณาแผนการพัฒนา หรือการให้เช่า เพื่อหลีกเลี่ยงอัตราภาษีที่สูงขึ้น การ ซื้อที่ดินพร้อมสัญญาเช่า หรือการ พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
การวางแผนภาษีเชิงรุก: ทำความเข้าใจโครงสร้างภาษีที่ดินอย่างถ่องแท้ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีอสังหาริมทรัพย์ เพื่อวางแผนการถือครอง การโอน หรือการปรับโครงสร้างการถือครองทรัพย์สิน เพื่อลดภาระภาษีอย่างถูกกฎหมาย
จับตาการประเมินราคาใหม่: ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการประกาศราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ หากมีโอกาส ควรพิจารณาการประเมินมูลค่าทรัพย์สินด้วยตนเอง หรือใช้บริการผู้ประเมินมืออาชีพ เพื่อให้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
diversify การลงทุน: การกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่น หรือภูมิภาคอื่นๆ ที่มีนโยบายภาษีที่แตกต่างกัน อาจเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมได้
ศึกษาโปรโมชั่นและมาตรการกระตุ้น: ติดตามมาตรการต่างๆ ที่ภาครัฐอาจออกมาเพื่อช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ หรือมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ต่างๆ

สรุป

การเปลี่ยนแปลงของอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย การทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ใหม่ การประเมินผลกระทบต่อทรัพย์สินของท่าน และการปรับกลยุทธ์การลงทุนอย่างทันท่วงที จะเป็นกุญแจสำคัญในการนำทางผ่านภูมิทัศน์อสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้

หากท่านกำลังมองหาคำแนะนำเชิงลึกเกี่ยวกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการวางแผนภาษีสำหรับทรัพย์สินของท่านอย่างมีประสิทธิภาพ อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เราพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการตัดสินใจทางการเงินของท่านให้ประสบความสำเร็จในทุกสถานการณ์

Previous Post

D0601024 าความเป นคน บนความหลากหลาย part2

Next Post

D0601026 ดหล อโดนใจ กสาวท านประธาน part2

Next Post
D0601026 ดหล อโดนใจ กสาวท านประธาน part2

D0601026 ดหล อโดนใจ กสาวท านประธาน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.