• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0601023 ประจบเจ านายจนเป นน แล วย งจะมาขอโอกาส (1) part2

admin79 by admin79
January 7, 2026
in Uncategorized
0
D0601023 ประจบเจ านายจนเป นน แล วย งจะมาขอโอกาส (1) part2

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569: เจาะลึกอัตราการจัดเก็บ อัปเดตแนวโน้ม และกลยุทธ์วางแผนภาษีสำหรับนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีหลายครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการลงทุนและการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของทั้งนักพัฒนาและผู้บริโภคทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “ภาษีที่ดิน” ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการที่ดินของภาครัฐ และเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ในปี 2569 นี้ มีการปรับปรุงอัตราการจัดเก็บและขยายเวลาดำเนินการบางประการ ซึ่งผมจะเจาะลึกในบทความนี้ เพื่อให้ท่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถวางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพรวมภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: หลักการและวัตถุประสงค์

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นภาษีที่จัดเก็บเป็นรายปีตามมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ท่านครอบครอง โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ลดปัญหาการถือครองที่ดินโดยไม่มีการพัฒนา หรือการปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า ส่งเสริมการกระจายการถือครองที่ดิน และนำรายได้จากการจัดเก็บภาษีไปพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้าต่อไป องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา เป็นหน่วยงานหลักในการจัดเก็บภาษีนี้

สูตรการคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นค่อนข้างตรงไปตรงมา คือ:
“มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง x อัตราภาษีต่อปี = ภาษีที่ต้องจ่าย”

แต่หัวใจสำคัญที่ทำให้นักลงทุนและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต้องใส่ใจ คือ การแบ่งประเภทของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกเป็น 4 ประเภทหลัก ซึ่งแต่ละประเภทมีอัตราภาษีที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้

ประเภทที่ 1: ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย (Residential Property)

หมวดหมู่นี้ครอบคลุมถึงที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่พักอาศัยเป็นหลัก ซึ่งตามกฎหมายแล้ว จะต้องมีเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน การคำนวณภาษีในกลุ่มนี้มีความซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย โดยพิจารณาจากจำนวนที่อยู่อาศัยที่บุคคลธรรมดาครอบครอง:

กรณีบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว:
มูลค่า 0 – 50 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี
มูลค่า 50 – 75 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.03%
มูลค่า 75 – 100 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.05%
มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.1%

กรณีบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว (กรณีที่ดินไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง เช่น การเช่าระยะยาว หรือการเช่าซื้อ):
มูลค่า 0 – 10 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี
มูลค่า 10 – 50 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.02%
มูลค่า 50 – 75 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.03%
มูลค่า 75 – 100 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.05%
มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.1%

กรณีบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตั้งแต่ 2 หลังขึ้นไป:
มูลค่า 0 – 50 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.02%
มูลค่า 50 – 75 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.03%
มูลค่า 75 – 100 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.05%
มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.1%

ประเด็นสำคัญ: สำหรับนักลงทุน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย การวางแผนการถือครองเป็นสิ่งสำคัญมาก การกระจายการถือครองไปยังบุคคลในครอบครัว หรือการพิจารณาโครงสร้างการถือครองในนิติบุคคลสำหรับอสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูง อาจช่วยบริหารจัดการภาระภาษีได้

ประเภทที่ 2: ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม (Commercial Property)

หมวดหมู่นี้มีความชัดเจน คือ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ก่อให้เกิดรายได้ เช่น สำนักงาน, ร้านค้า, ภัตตาคาร, โรงแรม, โกดังสินค้า หรือโรงงาน โดยภาษีสำหรับประเภทนี้จะสูงกว่าที่อยู่อาศัยอย่างเห็นได้ชัด เพื่อสะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างรายได้:

มูลค่า 0 – 50 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.3%
มูลค่า 50 – 200 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.4%
มูลค่า 200 – 1,000 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.5%
มูลค่า 1,000 – 5,000 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.6%
มูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.7%

ประเด็นสำคัญ: นักลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ และ อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารกระแสเงินสดและการประเมินผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) โดยคำนึงถึงภาระภาษีที่ดินเป็นต้นทุนหลัก การลงทุนใน อาคารสำนักงานให้เช่า หรือ พื้นที่ค้าปลีก จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์อัตราภาษีอย่างรอบคอบ

ประเภทที่ 3: ที่ดินเพื่อการเกษตร (Agricultural Property)

กลุ่มที่ดินเพื่อการเกษตรนี้ครอบคลุมกิจกรรมต่างๆ เช่น การเพาะปลูก พืชไร่ พืชสวน การเลี้ยงสัตว์ การประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมถึงการทำนาเกลือ และการผลิตทางการเกษตรอื่นๆ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องใช้เพื่อการบริโภค จำหน่าย หรือใช้ในฟาร์ม ซึ่งอัตราภาษีจะต่ำที่สุดในบรรดาประเภทที่ดินที่ต้องเสียภาษี เพื่อส่งเสริมภาคเกษตรกรรม:

กรณีบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของที่ดินเพื่อการเกษตร:
มูลค่า 0 – 50 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี
มูลค่า 50 – 125 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.01%
มูลค่า 125 – 150 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.03%
มูลค่า 150 – 550 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.05%
มูลค่า 550 – 1,050 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.07%
มูลค่า 1,050 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.1%

กรณีบริษัท/นิติบุคคลเป็นเจ้าของที่ดินเพื่อการเกษตร:
มูลค่า 0 – 75 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.01%
มูลค่า 75 – 100 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.03%
มูลค่า 100 – 500 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.05%
มูลค่า 500 – 1,000 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.07%
มูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.1%

ประเด็นสำคัญ: แม้จะมีอัตราภาษีที่ต่ำ แต่การขอจดทะเบียนเกษตรกรเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการเสียภาษีตามอัตรานี้ การลงทุนใน ที่ดินเพื่อการเกษตร ยังคงมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะหากมีการพัฒนาสู่การเกษตรสมัยใหม่ หรือเกษตรแปรรูป

ประเภทที่ 4: ที่ดินรกร้างว่างเปล่า (Vacant or Undeveloped Land)

นี่คือประเภทที่ภาครัฐต้องการกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์มากที่สุด อัตราภาษีสำหรับที่ดินรกร้างว่างเปล่า หรือสิ่งปลูกสร้างที่ถูกทิ้งร้าง ไม่มีการใช้งาน หรือสามารถใช้ประโยชน์ได้แต่ถูกปล่อยว่างตลอดทั้งปี จะมีอัตราที่สูงกว่าที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม เพื่อบีบให้เจ้าของที่ดินต้องนำที่ดินมาพัฒนา หรือขายทอดตลาด:

มูลค่า 0 – 50 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.3%
มูลค่า 50 – 200 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.4%
มูลค่า 200 – 1,000 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.5%
มูลค่า 1,000 – 5,000 ล้านบาท: อัตราภาษี 0.6%
มูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป: อัตราภาษี 0.7%

ประเด็นสำคัญ: มีการกำหนดบทลงโทษเพิ่มเติม คือ หากที่ดินถูกปล่อยให้รกร้างต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 3 ปี อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้น 0.3% ทุกๆ 3 ปี โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 3% นี่เป็นมาตรการที่เข้มข้นมากสำหรับ ที่ดินเปล่า และ ที่ดินรอพัฒนา นักลงทุนที่ซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไรในระยะยาว ควรวางแผนการพัฒนาหรือการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างรอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงภาระภาษีที่อาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล

การประกาศเก็บภาษีเต็มอัตราและขยายเวลาดำเนินการ 2569

ข่าวสำคัญสำหรับปี 2569 คือ กระทรวงมหาดไทยได้มีประกาศขยายกำหนดเวลาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไปอีก 2 เดือน เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนและผู้ประกอบการในช่วงเปลี่ยนผ่านการปรับปรุงระบบ โดยมีรายละเอียดการขยายเวลาดังนี้:

การจัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: เลื่อนจาก พฤศจิกายน 2568 เป็น มกราคม 2569
การประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์และอัตราภาษี: เลื่อนจาก ก่อน 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็น ก่อน 1 เมษายน 2569
การส่งแบบประเมินภาษีให้ผู้เสียภาษี: เลื่อนจาก กุมภาพันธ์ 2569 เป็น เมษายน 2569
การชำระภาษี: เลื่อนจาก เมษายน 2569 เป็น มิถุนายน 2569
การผ่อนชำระภาษี (3 งวด):
งวดที่ 1: เลื่อนจาก เมษายน 2569 เป็น มิถุนายน 2569
งวดที่ 2: เลื่อนจาก พฤษภาคม 2569 เป็น กรกฎาคม 2569
งวดที่ 3: เลื่อนจาก มิถุนายน 2569 เป็น สิงหาคม 2569
การแจ้งเตือนผู้เสียภาษีค้างชำระ: เลื่อนจาก พฤษภาคม 2569 เป็น กรกฎาคม 2569
การแจ้งรายการภาษีค้างชำระให้สำนักงานที่ดิน: เลื่อนจาก มิถุนายน 2569 เป็น สิงหาคม 2569

การคำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่มกรณีล่าช้า:

ชำระก่อนได้รับหนังสือแจ้งเตือน: เบี้ยปรับ 10% ของภาษีค้างชำระ
ชำระตามหนังสือแจ้งเตือน: เบี้ยปรับ 20% ของภาษีค้างชำระ
ชำระหลังพ้นกำหนดในหนังสือแจ้งเตือน: เบี้ยปรับ 40% ของภาษีค้างชำระ
เงินเพิ่ม: 1% ต่อเดือนของจำนวนภาษีค้างชำระ นับแต่วันพ้นกำหนดจนถึงวันที่ชำระ (แต่ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องจ่าย)

แนวโน้มภาษีที่ดินปี 2570: การปรับราคาประเมินใหม่

ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา คือ แนวโน้มภาษีที่ดินในปี 2570 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลักมาจากการที่กรมธนารักษ์จะประกาศใช้ ราคาประเมินที่ดินใหม่ ตามรอบการประเมินใหม่ (ปัจจุบันคือรอบปี 2566-2569) โดยเป้าหมายของการประเมินรอบใหม่นี้ คือ การทำให้ราคาประเมินใกล้เคียงกับราคาตลาดมากขึ้น

หากราคาประเมินที่ดินปรับสูงขึ้นตามแนวโน้มเดิม (ซึ่งเคยปรับขึ้นเฉลี่ย 8% ในรอบที่ผ่านมา) ย่อมส่งผลให้มูลค่าฐานภาษีสูงขึ้น และนำไปสู่ภาระภาษีที่ดินที่เพิ่มขึ้นสำหรับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูง และ ที่ดินเชิงพาณิชย์

กลยุทธ์การลงทุนและวางแผนภาษีสำหรับนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ ผมขอแนะนำกลยุทธ์เพื่อบริหารจัดการภาษีที่ดินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนี้:

ทำความเข้าใจประเภทอสังหาริมทรัพย์ของท่าน: แยกแยะให้ชัดเจนว่าอสังหาริมทรัพย์ที่ท่านถือครองจัดอยู่ในประเภทใด (ที่อยู่อาศัย, พาณิชยกรรม, เกษตรกรรม, รกร้าง) เพื่อคำนวณอัตราภาษีที่ถูกต้อง
ประเมินมูลค่าทรัพย์สินอย่างแม่นยำ: แม้ภาครัฐจะกำหนดราคาประเมิน แต่การทำความเข้าใจมูลค่าตลาดของทรัพย์สินของท่าน จะช่วยให้เห็นภาพรวมของภาระภาษีที่แท้จริง โดยเฉพาะเมื่อใกล้เคียงกับการปรับราคาประเมินใหม่
วางแผนโครงสร้างการถือครอง:
สำหรับที่อยู่อาศัย: พิจารณาการกระจายการถือครองไปยังสมาชิกในครอบครัว หากมูลค่าทรัพย์สินเกินเกณฑ์ยกเว้น หรือใกล้เคียงกับขั้นบันไดภาษีที่สูงขึ้น
สำหรับพาณิชยกรรม: การรวมทรัพย์สินหลายแห่งภายใต้นิติบุคคลที่เหมาะสม อาจช่วยบริหารจัดการภาษีโดยรวมได้ อย่างไรก็ตาม ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งและบริหารนิติบุคคลด้วย
บริหารจัดการทรัพย์สินที่ถูกปล่อยรกร้าง: หลีกเลี่ยงการปล่อยให้ที่ดินรกร้างว่างเปล่าเกิน 3 ปี เพราะอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากไม่สามารถพัฒนาได้ ควรพิจารณาขายทอดตลาด หรือหาผู้เช่าเพื่อสร้างรายได้และหลีกเลี่ยงภาษีที่ดินที่สูงเกินจำเป็น
ศึกษาโปรโมชั่นและมาตรการช่วยเหลือ: ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด อาจมีมาตรการหรือการยกเว้นภาษีบางประเภทที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้สูงอายุ (Senior Living) หรือโครงการที่อยู่อาศัยราคาประหยัด: อสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้มักมีมูลค่าไม่สูงมากนัก และอยู่ในเกณฑ์ที่ได้รับการยกเว้นภาษี หรือเสียภาษีในอัตราที่ต่ำมาก
พิจารณาการลงทุนในรูปแบบ REITs (Real Estate Investment Trusts): การลงทุนผ่านกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและลดภาระภาษีส่วนบุคคลโดยตรง
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: การขอคำปรึกษาจากนักวางแผนภาษี หรือที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์ จะช่วยให้ท่านได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์เฉพาะตัวของท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของราคาประเมินที่ดินและอัตราภาษีที่อาจสูงขึ้นในอนาคต

การมองไปข้างหน้า: ความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพย์สินเชิงกลยุทธ์

การเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ การทำความเข้าใจกฎระเบียบอย่างถ่องแท้ การประเมินมูลค่าทรัพย์สินอย่างสม่ำเสมอ และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินของตนเองได้อย่างยั่งยืน

ปี 2569 นี้ เป็นปีแห่งการปรับตัว และปี 2570 ที่กำลังจะมาถึง อาจนำมาซึ่งความท้าทายใหม่ๆ จากการปรับปรุงราคาประเมินที่ดิน การเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกท่านที่เกี่ยวข้องในตลาด อสังหาริมทรัพย์ไทย

หากท่านกำลังมองหาโอกาสในการลงทุน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ที่มาพร้อมกับการบริหารจัดการภาษีที่ดี หรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการวางแผนภาษีที่ดินให้เหมาะสมกับพอร์ตการลงทุนของท่าน อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เพื่อที่เราจะได้ร่วมกันสร้างสรรค์กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดสำหรับอนาคตของคุณ.

Previous Post

D0601022 จะก ไม สาย แค กล าเด นออกมาก พอ part2

Next Post

D0601024 าความเป นคน บนความหลากหลาย part2

Next Post
D0601024 าความเป นคน บนความหลากหลาย part2

D0601024 าความเป นคน บนความหลากหลาย part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.