• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0501091 ประสบการณ ตรง เอาต วรอดจากเจ านายส ดโหด part2

admin79 by admin79
January 5, 2026
in Uncategorized
0
D0501091 ประสบการณ ตรง เอาต วรอดจากเจ านายส ดโหด part2

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568-2569: การปรับสมดุลท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 10 ปี การมองเทรนด์ตลาดในปี 2568 และ 2569 ถือเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อมั่นว่าด้วยความเข้าใจในพลวัตของตลาดและการปรับตัวที่เท่าทัน เราจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคและมองเห็นโอกาสในการเติบโตได้

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568: สมดุลใหม่หลังมรสุมเศรษฐกิจ

ปี 2568 เป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก ยอดขายที่เคยทะยานสูงถึง 5 แสนล้านบาทในปี 2561 หดตัวลงอย่างน่าใจหาย โดยคาดว่าจะเหลือประมาณ 2.62 แสนล้านบาท ถือเป็นสถิติยอดขายต่ำสุดในรอบทศวรรษ สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจรอบด้านที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568 สามารถแบ่งออกเป็นประเด็นสำคัญๆ ดังนี้

การเติบโตของ GDP ที่ชะลอตัว: อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 1-2% ไม่มีแรงส่งมากพอที่จะกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยการก่อหนี้ระยะยาวในการตัดสินใจซื้อ
กำลังซื้อที่หดตัว: ทั้งกำลังซื้อของคนไทยและชาวต่างชาติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่าย โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูงอย่างอสังหาริมทรัพย์
ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงเกินกำลังซื้อ: ราคาบ้านและคอนโดมิเนียมหลายโครงการปรับตัวสูงขึ้น จนเกินกำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ ทำให้คนกลุ่มนี้หันไปพึ่งพาการเช่าหรือมองหาบ้านมือสองเป็นทางเลือก
ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ: ธนาคารมีความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ ส่งผลให้อัตราการกู้ไม่ผ่านสูงถึง 50-70% ในบางกลุ่มราคา โดยเฉพาะกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ทำให้แม้ดีมานด์ยังมีอยู่ แต่ผู้บริโภคก็ไม่สามารถซื้อบ้านได้จริง
ค่าครองชีพที่สูงขึ้น: ค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถไฟฟ้า ที่นับเป็นภาระค่าครองชีพก้อนใหญ่ ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อโดยรวม
การขาดโครงสร้างสนับสนุนจากภาครัฐ: การขาดโครงสร้างระยะยาวที่รองรับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ และการขาดมาตรการที่ช่วยสนับสนุนกำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดชะลอตัว

ปี 2569: ปีแห่งการปรับสมดุลและความซับซ้อน

สำหรับแนวโน้มในปี 2569 ผมคาดการณ์ว่า ตลาดคอนโดปี 2569 และตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม จะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับ 2.6-3 แสนล้านบาท และอาจทรงตัวต่อเนื่องไปอีกหลายปี จนกว่าจะมีปัจจัยบวกที่สามารถผลักดัน GDP ให้เติบโตได้อย่างน้อย 5% สภาวะในปี 2569 นี้ ผมมองว่าเป็น “The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem”

New Balance (สมดุลใหม่): เกิดจากการที่ยอดขายและยอดโอนทั่วทั้งตลาด กทม.-ปริมณฑล และตลาดทั่วประเทศลดลง GDP โตต่ำ กำลังซื้อหดตัวทั้งจากผู้บริโภคภายในและต่างประเทศ ราคาอสังหาริมทรัพย์สูงเกินกำลังซื้อ และการขาดโครงสร้างสนับสนุนจากภาครัฐ
Complexity (ความซับซ้อน): ตลาดที่อยู่อาศัยมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในด้านประเภทผลิตภัณฑ์ (คอนโดมิเนียม, บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์เฮาส์), รูปแบบการถือครอง (ซื้อกรรมสิทธิ์, เช่าระยะยาว 30-60 ปี), ช่วงราคา (ตั้งแต่คอนโดมิเนียมต่ำล้านไปจนถึงยูนิตหรูราคา 500-1,000 ล้านบาท) รวมถึงความซับซ้อนของกฎเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อ และภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
Structural Problem (ปัญหาเชิงโครงสร้าง): ประเทศไทยยังขาดโครงสร้างระยะยาวที่ชัดเจนในการรองรับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ และโครงสร้างที่ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อถดถอย

เจาะลึกเทรนด์สินค้าและกลุ่มราคา

หากพิจารณาลงลึกในรายละเอียดของแต่ละประเภทสินค้า จะพบแนวโน้มที่น่าสนใจดังนี้:

ทาวน์เฮาส์: เริ่มมีแนวโน้มที่จะไม่เป็นที่นิยมเท่าที่ควรในยุคปัจจุบัน
บ้านเดี่ยว: ยังคงเป็นที่ต้องการ แต่เริ่มเผชิญแรงเสียดทานจากกำลังซื้อชาวต่างชาติที่ลดลง อันเป็นผลมาจากนโยบายควบคุมการโอนเงินระหว่างประเทศ การปราบปรามทุนเทาและนอมินี หากไม่มีการพัฒนาเรื่องสัญญาเช่าระยะยาว 60 ปีมารองรับ อาจเห็นยอดขายบ้านเดี่ยวลดลงอย่างต่อเนื่อง
การเช่าระยะยาว: ชาวต่างชาติเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการเช่ามากขึ้น แม้จะต้องจ่ายค่าเช่าสูงถึงเดือนละ 3-4 แสนบาทสำหรับบ้านหรือคอนโดมิเนียมราคา 50 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐไทย ซึ่งการเช่ารายเดือนนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อดีมานด์การซื้อ
กลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท: เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยปีที่ผ่านมาติดลบถึง -52% และปีนี้มีแนวโน้มจะลดลงไปอีก เหลือเพียง 1 ใน 3 ของตลาด สาเหตุหลักมาจากการถูกปฏิเสธสินเชื่อถึง 70% แม้ว่าความต้องการในกลุ่มนี้ยังมีอยู่สูงก็ตาม
กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท: เริ่มเห็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก ยอดขายใน 3 ไตรมาสแรกของปีเริ่มปรับตัวลดลง จากเดิมที่กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจน้อยกว่ากลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท
คอนโดมิเนียมราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป: มีการแข่งขันในการพัฒนาโครงการเพิ่มมากขึ้น
บ้านมือสอง: มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในภาพรวมของตลาด แต่หากพิจารณาให้ลึก การเติบโตของบ้านมือสองไม่ได้สูงมากนัก หากแต่เป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับบ้านใหม่ เนื่องจากขนาดตลาดโดยรวมที่เล็กลงจากผู้บริโภคที่ไม่มีกำลังซื้อ

โรดแมปสู่การฟื้นฟู: ข้อเสนอแนะ 8+3 ประการ

เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์ ผมได้เสนอแนวทาง “โรดแมป 8+3” ต่อรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง โดยแบ่งเป็นมาตรการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ด้าน และมาตรการเร่งด่วน 3 ด้าน เพื่อหวังผลในปี 2569

มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว (8 ด้าน):

การทบทวนมาตรการ LTV: ปรับปรุงมาตรการ LTV (Loan to Value) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจในระยะยาว
การขยายสัญญาเช่า: ขยายระยะเวลาสัญญาเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี โดยรัฐบาลควรจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ นำรายได้มาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีบ้านของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง เพื่อสร้างโครงสร้างที่ยั่งยืน
การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ: กำหนดกฎหมายอาคารชุดและกฎหมายบ้านจัดสรรให้ชัดเจน โดยเฉพาะการบริหารนิติบุคคล ซึ่งควรมีเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อป้องกันการผูกขาดอำนาจ
การสนับสนุน Mortgage Insurance: รัฐควรสนับสนุนการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% เพื่อสร้างความมั่นใจให้สถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ และลดอัตราการกู้ไม่ผ่านในตลาดกลาง-ล่าง
การอนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยง: กำหนดหลักเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อตามระดับความเสี่ยงของผู้กู้ คือ ความเสี่ยงน้อย คิดดอกเบี้ยน้อย ความเสี่ยงสูง คิดดอกเบี้ยสูงกว่า เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ
มาตรการรวมหนี้ (Debt Warehouse): จัดตั้งกลไกการรวมหนี้จากบัตรเครดิต หนี้รถยนต์ และหนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกัน เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ
การส่งเสริมโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่: สนับสนุนการลงทุนในโครงการ “Man Made Project” ขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์สุขภาพ, ศูนย์การศึกษา, สวนสนุก, ศูนย์ประชุมนานาชาติ, ศูนย์ความบันเทิงด้านกีฬา เพื่อพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ (โดยไม่มีกาสิโน)
การสร้างมูลค่าเพิ่มและภาษีลาภลอย: เชื่อมต่อและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภคของภาครัฐกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ และพิจารณาการจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐ

มาตรการเร่งด่วน 3 ประการเพื่อประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์:

ต่ออายุมาตรการ LTV: ขยายระยะเวลามาตรการ LTV ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะหมดอายุ 30 มิถุนายน 2569 เป็น 30 มิถุนายน 2570
ลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง: ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองออกไปจนถึง 30 มิถุนายน 2570 และขยายเพดานมูลค่าบ้านจากไม่เกิน 7 ล้านบาท เป็นบ้านทุกระดับราคา
การลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง: กำกับดูแลให้ธนาคารลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (MRR สำหรับรายย่อย, MLR สำหรับผู้ประกอบการ) ให้สอดคล้องหรือลดลงเท่ากับการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

การบริหารธุรกิจในปีม้าไฟ: การปรับตัวคือหัวใจสำคัญ

ปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง จะยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการในวงการอสังหาริมทรัพย์ การปรับตัวและการบริหารจัดการอย่างมีกลยุทธ์เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยมีประเด็นหลักที่ต้องให้ความสำคัญ:

ด้านการเงิน (Financial Side): การบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) ต้องมาเป็นอันดับแรก มีความระมัดระวังในการลงทุน และตั้งการ์ดสูงต่อความเสี่ยงในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวและกำลังซื้อถดถอย
ด้านการตลาดและการพัฒนาโครงการ (Commercial Side): ผู้ประกอบการต้องมีความตื่นตัว ยืดหยุ่น และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้ การวิเคราะห์และเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่มีกำลังซื้อ ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ คือกุญแจสำคัญในการอยู่รอดและเติบโต

ด้วยการทำความเข้าใจแนวโน้มตลาด การเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทาย และการวางแผนกลยุทธ์ที่รอบคอบ ผมเชื่อว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยจะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งการปรับสมดุลนี้ไปได้ และพร้อมที่จะเติบโตอย่างมั่นคงเมื่อสภาวะเศรษฐกิจเอื้ออำนวย

หากท่านคือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ หรือนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในตลาดที่เต็มไปด้วยพลวัต การทำความเข้าใจถึงแก่นแท้ของสภาวะตลาดปัจจุบัน และการเตรียมพร้อมสำหรับกลยุทธ์ในอนาคต คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด อย่ารอช้าที่จะศึกษาข้อมูลเชิงลึก วางแผน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อคว้าโอกาสในการเติบโตที่กำลังจะมาถึง.

Previous Post

D0501090 บทเร ยนของคนคล งร part2

Next Post

D0501092 วใจท กส นคลอน เพราะเค กช นน part2

Next Post
D0501092 วใจท กส นคลอน เพราะเค กช นน part2

D0501092 วใจท กส นคลอน เพราะเค กช นน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.