• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0501061 แอร องทนอ กนานแค ไหน บแม สาม แบบน part2

admin79 by admin79
January 5, 2026
in Uncategorized
0
D0501061 แอร องทนอ กนานแค ไหน บแม สาม แบบน part2

นวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย: การปรับตัวสู่สมดุลใหม่ในตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรร

กรุงเทพฯ, 27 ธันวาคม 2568 – สมาคมอาคารชุดไทยภายใต้การนำของนายกสมาคมฯ นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ได้ออกมาเปิดเผยบทวิเคราะห์ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 และแนวโน้มสำหรับปี 2569 โดยชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ท้าทายอันเป็นผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อยอดขายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากระดับสูงสุดที่เคยทำไว้กว่า 5 แสนล้านบาทในปี 2561 ปัจจุบันตลาดคาดการณ์ว่าจะหดตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 2.62 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดใหม่ในรอบทศวรรษ

วิกฤตเศรษฐกิจลากยาว: อัตราการเติบโต GDP ที่ต่ำส่งผลกระทบต่ออสังหาริมทรัพย์

นายประเสริฐ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงปัจจัยหลักที่กดดันตลาดอสังหาริมทรัพย์ ว่าคืออัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่อยู่ในระดับต่ำ การประเมินสำหรับปี 2569 ชี้ให้เห็นว่า ยอดขายโดยรวมมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในกรอบ 2.6 – 3 แสนล้านบาท และคาดว่าจะคงอยู่ในระดับนี้ไปอีกหลายปี จนกว่าจะเห็นปัจจัยบวกที่แข็งแกร่งพอที่จะผลักดันให้ GDP เติบโตได้อย่างน้อย 5% จึงจะมีความหวังในการฟื้นตัวอย่างแท้จริง

สำหรับปี 2568 ถูกนิยามว่าเป็น “ปีแห่งพายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ” (Year of The Great Perfect Storm) ซึ่งสะท้อนถึงการเผชิญหน้ากับความท้าทายทางเศรษฐกิจรอบด้าน ในขณะที่ปี 2569 ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็น “ปีแห่งการปรับสมดุลใหม่” (The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem) อันประกอบด้วยสามองค์ประกอบหลักที่ส่งผลต่อทิศทางของตลาด

New Balance (สมดุลใหม่): สะท้อนจากการลดลงของทั้งยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปัจจัยที่ส่งผลคือ GDP ที่เติบโตช้า (1-2%) กำลังซื้อที่หดตัวทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ ราคาสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวสูงเกินกว่ากำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ ซึ่งหันไปพึ่งพาการเช่าหรือบ้านมือสองมากขึ้น ประกอบกับการขาดโครงสร้างสนับสนุนที่เพียงพอจากภาครัฐ

Complexity (ความซับซ้อน): ตลาดที่อยู่อาศัยมีความซับซ้อนมากขึ้นในหลากหลายมิติ ตั้งแต่รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด หรือทาวน์เฮาส์ ตลอดจนรูปแบบการถือครองที่มีทั้งกรรมสิทธิ์ขาด และการเช่าระยะยาว 30-60 ปี อีกทั้งความแตกต่างของราคาที่ครอบคลุมตั้งแต่คอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท ไปจนถึงห้องชุดระดับ Ultra-Luxury ราคา 500-1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ การปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้ยอดกู้ไม่ผ่านสูงถึง 50-70% ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้นจากการใช้ระบบขนส่งสาธารณะกลายเป็นภาระค่าครองชีพที่หนักหนา

Structural Problem (ปัญหาเชิงโครงสร้าง): ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาขาดโครงสร้างระยะยาวที่รองรับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ รวมถึงขาดกลไกที่สามารถตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อลดลง จนไม่สามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้

ปัญหาการขอสินเชื่อที่พักอาศัย: ลุกลามจากระดับล่างสู่ระดับบน

เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ นายประเสริฐ ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันทาวน์เฮาส์เริ่มได้รับความนิยมน้อยลง ส่วนบ้านเดี่ยวยังคงมีศักยภาพในการเติบโต แต่ก็เผชิญกับแรงกดดันจากการหายไปของกำลังซื้อจากต่างชาติ อันเนื่องมาจากนโยบายของประเทศต้นทางที่ควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศ การปราบปรามกลุ่มทุนสีเทาและนอมินี อาจส่งผลให้ยอดขายบ้านเดี่ยวมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง หากยังไม่มีการนำเสนอสัญญาเช่าระยะยาว 60 ปีออกมาเพื่อรองรับ

“ลูกค้าชาวต่างชาติเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการเช่ามากขึ้น ยินดีจ่ายค่าเช่าเดือนละ 3-4 แสนบาท สำหรับบ้านหรือคอนโดมิเนียมมูลค่า 50 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐไทย การยอมเช่ารายเดือนอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการเสี่ยงถูกดำเนินคดี ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการซื้อที่ลดลง” นายกสมาคมฯ กล่าว

ในส่วนของระดับราคา พบว่า กลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งเคยติดลบถึง -52% ในปีก่อนหน้า คาดว่าจะมียอดขายลดลงไปอีก เหลือเพียง 1 ใน 3 ของตลาด เนื่องจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงถึง 70% แม้ว่าความต้องการซื้อจะยังมีอยู่เนื่องจากโครงสร้างประชากรไม่เปลี่ยนแปลง แต่ข้อจำกัดด้านสินเชื่อทำให้ไม่สามารถดำเนินการซื้อได้ ประกอบกับ GDP ที่เติบโตในระดับ 1-2% ไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ต้องก่อหนี้ระยะยาว

นอกจากนี้ กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท เริ่มมีสัญญาณที่น่ากังวล โดยยอดขายในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีเริ่มปรับตัวลดลง จากเดิมที่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท สำหรับห้องชุดราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป มีแนวโน้มที่จะเห็นการแข่งขันด้านการพัฒนาโครงการเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ตลาดบ้านมือสองกลับมีความสำคัญเพิ่มขึ้นในภาพรวมของตลาด แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียด จะพบว่าการเติบโตของบ้านมือสองไม่ได้สูงมากนัก เพียงแต่สัดส่วนใกล้เคียงกับบ้านใหม่ เนื่องจากขนาดตลาดโดยรวมหดตัวลงจากกำลังซื้อที่ลดลง

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: โรดแมป 8+3 เพื่อยกระดับภาคอสังหาริมทรัพย์

นายประเสริฐ ได้นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้ง โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ด้าน และมาตรการเร่งด่วน 3 ด้าน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในปี 2569

มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ด้าน:

มาตรการ LTV (Loan-to-Value) ระยะยาว: ปรับปรุงมาตรการ LTV ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาวะเศรษฐกิจในระยะยาว
การขยายสัญญาเช่า: ขยายระยะเวลาสัญญาเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี โดยเสนอให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ เพื่อนำไปจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีบ้านของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง โดยเน้นการสร้างโครงสร้างที่ถาวร
การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ: กำหนดกฎหมายอาคารชุดและกฎหมายบ้านจัดสรรที่ชัดเจน โดยหลักการสำคัญคือการบริหารนิติบุคคลจะต้องมีเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติเข้ามาควบคุมการออกกฎระเบียบและบริหารนิติบุคคล
การสนับสนุน Mortgage Insurance: รัฐบาลควรสนับสนุนการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% (เทียบเท่าเงินดาวน์) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ และลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อในตลาดระดับกลางถึงล่าง
การพิจารณาสินเชื่อตามความเสี่ยง: กำหนดหลักเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อตามระดับความเสี่ยงของผู้กู้ โดยผู้มีความเสี่ยงน้อยได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำ และผู้มีความเสี่ยงสูงได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ
มาตรการรวมหนี้ (Debt Warehouse): ส่งเสริมการรวมหนี้จากบัตรเครดิต หนี้รถยนต์ และหนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ
การส่งเสริมการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ (Man-Made Project): สนับสนุนการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น ศูนย์สุขภาพ (Healthcare Center), ศูนย์การศึกษา (Education Hub), สวนสนุกขนาดใหญ่, ศูนย์ประชุมนานาชาติ และศูนย์ความบันเทิงด้านกีฬา โดยไม่มีการพิจารณาโครงการกาสิโน
การสร้างมูลค่าเพิ่มของโครงการอสังหาริมทรัพย์: เพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภคภาครัฐที่เชื่อมต่อกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐ

มาตรการเร่งด่วน: ขยายระยะเวลา LTV และลดค่าธรรมเนียม

สำหรับปี 2569 นายประเสริฐ ได้เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้

ต่ออายุมาตรการ LTV: เสนอให้ขยายระยะเวลามาตรการ LTV (Loan-to-Value) จากเดิมที่จะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ออกไปอีก 1 ปี เป็นสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2570
ขยายเพดานลดค่าโอนและจดจำนอง: เสนอให้ขยายระยะเวลามาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองออกไปถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 โดยปรับเพิ่มเพดานมูลค่าอสังหาริมทรัพย์จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 7 ล้านบาท ให้ครอบคลุมบ้านทุกระดับราคา
กำกับดูแลการลดอัตราดอกเบี้ย: ให้มีการกำกับดูแลให้สถาบันการเงินลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงลง ทั้งอัตราดอกเบี้ย MRR สำหรับผู้กู้รายย่อย และ MLR สำหรับผู้ประกอบการ ให้สอดคล้องหรือลดลงเท่ากับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่ 0.25% หรือ 25 สตางค์ แต่สถาบันการเงินปรับลดเพียง 5-10 สตางค์ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่ ท่ามกลางภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของผู้กู้ทั่วประเทศ

การบริหารจัดการธุรกิจในภาวะท้าทาย: กุญแจสู่ความอยู่รอด

นายกสมาคมอาคารชุดไทย ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ปี 2569 ยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวโดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ 2 ส่วนหลัก คือ ด้านการเงิน (Financial Side) และด้านการตลาด/การขาย (Commercial Side)

ในด้านการเงิน การบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงในการลงทุนอย่างใกล้ชิดในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวและกำลังซื้อที่ถดถอย

ส่วนด้านการพัฒนาโครงการ ผู้ประกอบการต้องมีความตื่นตัวสูง มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้ โดยเฉพาะปัจจัยในอนาคตที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่มีกำลังซื้อยังคงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองนี้

เพื่อรับมือกับความท้าทายและมองหาโอกาสในการเติบโตในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่กำลังปรับตัวสู่นวัตกรรมและสมดุลใหม่นี้ ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจในภาคอสังหาริมทรัพย์ควรติดตามข้อมูลเชิงลึกและแนวโน้มตลาดอย่างใกล้ชิด หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน.

Previous Post

D0501060 อยากให กเป นคนด องเป นแบบอย างท ให กด part2

Next Post

D0501062 บางคำพ ลองเปล ยนว มาบอกอะไรก part2

Next Post
D0501062 บางคำพ ลองเปล ยนว มาบอกอะไรก part2

D0501062 บางคำพ ลองเปล ยนว มาบอกอะไรก part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.