• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0501052 ยจากคนใกล ากล วกว าด านนอก part2

admin79 by admin79
January 5, 2026
in Uncategorized
0
D0501052 ยจากคนใกล ากล วกว าด านนอก part2

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569: ความท้าทายครั้งใหม่และการปรับสมดุลเชิงโครงสร้าง

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรขึ้นลงของตลาดมานับไม่ถ้วน แต่สถานการณ์ที่เผชิญอยู่ในปัจจุบันและแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 นี้ ถือเป็นความท้าทายที่ซับซ้อนและต้องการการวิเคราะห์เชิงลึกมากกว่าที่เคย ภาพรวม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากสภาวะที่เคยรุ่งเรืองด้วยยอดขายกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี เหลือเพียงประมาณ 2.62 แสนล้านบาทในปี 2568 ซึ่งนับเป็นจุดต่ำสุดใหม่ในรอบทศวรรษ สถานการณ์นี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าเรากำลังเผชิญกับ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกำลังซื้อ

ปี 2568: พายุเศรษฐกิจที่ถาโถม

หากมองย้อนกลับไปในปี 2568 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เราสามารถนิยามว่าเป็น “ปีแห่งพายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ” (Year of The Great Perfect Storm) ซึ่งเป็นผลรวมของปัจจัยลบหลายประการที่เข้ามากระทบพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่ต่ำเพียง 1-2% กำลังซื้อที่หดตัวทั้งในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยและชาวต่างชาติ ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวสูงเกินกว่าความสามารถในการจ่ายของคนรุ่นใหม่ และที่สำคัญคือการขาดโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่เพียงพอ

ปี 2569: การปรับสมดุลและความซับซ้อนเชิงโครงสร้าง

สำหรับปี 2569 แนวโน้มที่ผมมองเห็นคือ “ปีแห่งการปรับสมดุลใหม่และความซับซ้อนเชิงโครงสร้าง” (The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem) การปรับสมดุลนี้เกิดขึ้นจากการที่ยอดขายและยอดโอนทั่วประเทศยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ 2.6-3 แสนล้านบาท และคาดว่าจะยืดเยื้อไปอีกหลายปี จนกว่า GDP จะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งที่ระดับ 5% จึงจะมีโอกาสเห็นการฟื้นตัวอย่างแท้จริง

คำว่า “New Balance” สะท้อนถึงสภาวะที่ตลาดต้องปรับตัวให้เข้ากับยอดขายและยอดโอนที่ลดลง กำลังซื้อที่ถดถอยทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ นอกจากนี้ ยังมีความซับซ้อนที่เพิ่มมากขึ้นในตลาด จากความหลากหลายของประเภทที่อยู่อาศัย ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ รูปแบบการถือครองที่มีทั้งการซื้อขาดและการเช่าระยะยาว รวมถึงช่วงราคาที่กว้างมาก ตั้งแต่คอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่าล้านบาท ไปจนถึงห้องชุดสุดหรูราคาหลักร้อยล้านบาท

“Complexity” เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภคและสถาบันการเงิน ปัญหาการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ทำให้ยอดกู้ไม่ผ่านพุ่งสูงถึง 50-70% สำหรับบางกลุ่มราคา ขณะที่ต้นทุนค่าครองชีพ โดยเฉพาะค่าเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สูงขึ้น ก็เป็นภาระหนักอึ้งอีกประการหนึ่ง

และ “Structural Problem” คือหัวใจสำคัญที่สะท้อนถึงช่องว่างในโครงสร้างระยะยาวของประเทศ ที่ยังขาดกลไกที่ชัดเจนในการรองรับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ และการสนับสนุนกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อจำกัดให้สามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้

เจาะลึกปัญหา: สินค้า, ราคา, และกำลังซื้อ

เมื่อพิจารณาลงในรายละเอียดของประเภทสินค้าอสังหาริมทรัพย์ พบว่า “ทาวน์เฮาส์” กำลังเผชิญกับความท้าทายที่อาจจะเริ่มเอาท์จากตลาด ส่วน “บ้านเดี่ยว” ยังคงมีศักยภาพ แต่ก็เริ่มได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อชาวต่างชาติที่ลดลง อันเนื่องมาจากนโยบายควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศ และการปราบปรามทุนเทา หากไม่มีการออกมาตรการใหม่ๆ เช่น การเช่าระยะยาว 60 ปี ตลาดบ้านเดี่ยวอาจเผชิญกับภาวะถดถอยอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่น่าสังเกตคือ พฤติกรรมของชาวต่างชาติที่เริ่มหันมา “เช่า” มากขึ้น โดยยินดีจ่ายค่าเช่าสูงถึง 3-4 แสนบาทต่อเดือนสำหรับอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 50 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐไทย ซึ่งการเช่าระยะยาวนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อดีมานด์การซื้อในตลาด

ในส่วนของระดับราคา “กลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท” เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยยอดขายติดลบสูงถึง 52% ในปีก่อนหน้า และมีแนวโน้มลดลงอีกในปีนี้ เนื่องจากปัญหาการอนุมัติสินเชื่อที่สูงถึง 70% แม้ว่าดีมานด์จะยังมีอยู่ก็ตาม ในขณะที่ GDP เติบโตเพียง 1-2% ก็ยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องก่อหนี้ระยะยาว

นอกจากนี้ “กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท” ก็เริ่มส่งสัญญาณไม่ค่อยดี ยอดขายใน 3 ไตรมาสแรกของปีเริ่มชะลอตัวลง จากเดิมที่กลุ่มนี้เคยเป็นที่พักพิงจากการชะลอตัวของตลาดล่าง แต่ในปัจจุบัน แม้แต่ตลาดระดับบนก็เริ่มเผชิญความท้าทาย ห้องชุดราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป ยังคงมีการแข่งขันสูง และ “บ้านมือสอง” แม้จะดูมีบทบาทมากขึ้นในภาพรวมตลาด แต่แท้จริงแล้วเป็นการเติบโตเชิงสัดส่วนเนื่องจากตลาดรวมหดตัวลง ผู้คนไม่มีกำลังซื้อบ้านใหม่จึงหันไปมองตลาดบ้านมือสองมากขึ้น

โรดแมปสู่การฟื้นฟู: ข้อเสนอ 8+3 สำหรับภาครัฐ

เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ ผมได้นำเสนอ “โรดแมป 8+3” ต่อภาครัฐหลังการเลือกตั้ง ซึ่งประกอบด้วย 8 มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว และ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อผลักดันในปี 2569

มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ด้าน:

การปรับนโยบาย LTV (Loan to Value) ระยะยาว: กำหนดเพดานการกู้ที่สอดคล้องกับสภาวะตลาดและเศรษฐกิจจริง
การขยายสัญญาเช่าระยะยาว: จาก 30 ปี เป็น 60 ปี โดยรัฐควรมีกลไกการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ และนำรายได้มาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีบ้านของผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เพื่อสร้างโครงสร้างการถือครองที่ยั่งยืน
การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ: ผ่านกฎหมายอาคารชุดและบ้านจัดสรร โดยกำหนดให้เสียงข้างมากในการบริหารนิติบุคคลต้องไม่เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อป้องกันการผูกขาดอำนาจ
การสนับสนุน Mortgage Insurance: รัฐควรมีบทบาทในการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% เพื่อลดความเสี่ยงของสถาบันการเงิน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับตลาดกลางถึงล่าง
การอนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยง: นำระบบการคิดอัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงมาใช้ โดยผู้กู้ที่มีความเสี่ยงต่ำคิดดอกเบี้ยต่ำ และผู้กู้ความเสี่ยงสูงคิดดอกเบี้ยสูงขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้กู้เข้าถึงสินเชื่อได้
มาตรการรวมหนี้ (Debt Warehouse): สนับสนุนการรวมหนี้จากบัตรเครดิต หนี้รถยนต์ และหนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกัน เพื่อบรรเทาปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ
ส่งเสริมการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ (Man Made Project): เช่น ศูนย์ดูแลสุขภาพ ศูนย์การศึกษา สวนสนุกระดับโลก ศูนย์การประชุมนานาชาติ และศูนย์ความบันเทิงด้านกีฬา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ โดยเน้นย้ำว่าไม่มีการเสนอให้มีกาสิโน
การสร้างมูลค่าเพิ่มของโครงการอสังหาริมทรัพย์: ผ่านการเชื่อมต่อและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภคภาครัฐ รวมถึงการพิจารณาจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐ

มาตรการเร่งด่วน 3 ข้อสำหรับปี 2569:

ต่ออายุมาตรการ LTV: ขยายระยะเวลามาตรการ LTV จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ออกไปอีก 1 ปี จนถึง 30 มิถุนายน 2570
ต่ออายุมาตรการลดค่าโอนและจดจำนอง: ขยายเวลาสิ้นสุดจาก 30 มิถุนายน 2570 และปรับเพดานมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับสิทธิ์ จากเดิมไม่เกิน 7 ล้านบาท เป็นบ้านทุกระดับราคา
กำกับดูแลการลดดอกเบี้ย: ให้ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (MRR สำหรับลูกค้ารายย่อย และ MLR สำหรับผู้ประกอบการ) ให้สอดคล้องหรือเท่ากับการลดดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

แม้ว่า กนง. จะมีการลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เมื่อเร็วๆ นี้ แต่ธนาคารพาณิชย์กลับปรับลดให้เพียง 5-10 สตางค์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบากของผู้กู้

ปีแห่งการประคับประคองและปรับตัว

โดยสรุปแล้ว ปี 2569 ยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับ ตลาดอสังหาริมทรัพย์คอนโด และภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องบริหารจัดการ 2 มิติหลักให้ดี คือ ด้านการเงิน (Financial Side) และ ด้านการตลาด (Commercial Side)

ในด้านการเงิน การบริหารจัดการกระแสเงินสดต้องเป็นหัวใจสำคัญ การลงทุนควรดำเนินไปอย่างระมัดระวังในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวและกำลังซื้อถดถอย

ในด้านการพัฒนาโครงการ ผู้ประกอบการต้องมีความตื่นตัวสูง มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝัน และที่สำคัญคือต้องสามารถปรับกลยุทธ์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่มีกำลังซื้ออย่างจำกัดในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองนี้

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนหรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ หรือ แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่แม่นยำและอัปเดตล่าสุดถึงปี 2569 ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมจะนำทางคุณผ่านความท้าทายนี้ไปสู่ความสำเร็จ

Previous Post

D0501051 ภาระก จพ ตใจเจ าสาวผ หล บใหล part2

Next Post

D0501053 คนใกล ว

Next Post
D0501053 คนใกล ว

D0501053 คนใกล ว

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.