• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0501022 บทเร ยนของคนจนท อยากรวยทางล part2

admin79 by admin79
January 5, 2026
in Uncategorized
0
D0501022 บทเร ยนของคนจนท อยากรวยทางล part2

เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2568: การปรับสมดุลในยุคแห่งความซับซ้อนและความท้าทาย

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและวัฏจักรของตลาดมาอย่างโชกโชน แต่ปี 2568 นี้ถือเป็นอีกปีที่มีนัยสำคัญและท้าทายอย่างยิ่ง การประเมินสถานการณ์ตลาดคอนโดและอสังหาริมทรัพย์โดยรวมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่าสนใจ ซึ่งจำเป็นต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเป็นจริงที่กำลังจะมาถึง

ภาพรวมตลาดคอนโดและอสังหาริมทรัพย์ปี 2568: ยอดขายหดตัวสู่ระดับต่ำสุดใหม่

จากข้อมูลและการประเมินของผมเอง รวมถึงการพูดคุยกับผู้คร่ำหวอดในวงการ ตลาดคอนโดและอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในปี 2568 กำลังเผชิญกับสภาวะที่ยากลำบากอย่างแท้จริง เราเคยเห็นจุดสูงสุดของยอดขายในตลาดนี้อยู่ที่ประมาณ 5 แสนล้านบาท ในช่วงปี 2561 แต่ในปี 2568 นี้ คาดการณ์ว่าจะหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ เหลือเพียงประมาณ 2.62 แสนล้านบาทเท่านั้น นี่คือสถิติยอดขายที่ต่ำที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

เศรษฐกิจชะลอตัว: ตัวการสำคัญที่ฉุดรั้งภาคอสังหาริมทรัพย์

อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่อยู่ในระดับต่ำ เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อในภาคอสังหาริมทรัพย์ เมื่อ GDP เติบโตเพียง 1-2% เป็นระยะเวลานานต่อเนื่อง ย่อมส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหดตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การซื้ออสังหาริมทรัพย์ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์มูลค่าสูง และมักต้องอาศัยการก่อหนี้ระยะยาว จึงกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้นสำหรับผู้บริโภคส่วนใหญ่

แนวโน้มปี 2569: การปรับสมดุลใหม่ในยุคแห่งความซับซ้อน

สำหรับแนวโน้มในปี 2569 คาดการณ์ว่าตลาดจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับ 2.6-3 แสนล้านบาท และอาจต่อเนื่องไปอีกหลายปี ปัจจัยบวกที่จะช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนยังมองไม่เห็น จนกว่า GDP จะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งที่ระดับ 5% หรือมากกว่านั้น

ธีมหลักที่ผมมองว่าจะเป็นนิยามของปี 2568 คือ “Year of The Great Perfect Storm” หรือปีแห่งพายุเศรษฐกิจที่สมบูรณ์แบบ แต่สำหรับปี 2569 จะเป็น “The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem” หรือปีแห่งการปรับสมดุลใหม่ ควบคู่ไปกับความซับซ้อนและปัญหาเชิงโครงสร้าง

New Balance (การปรับสมดุลใหม่): เกิดจากยอดขายและยอดโอนที่ลดลงทั้งในตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และตลาดทั่วประเทศ อัตราการเติบโตของ GDP ที่ต่ำ กำลังซื้อที่ถดถอยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นจนเกินกำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ ทำให้หลายคนหันไปพึ่งการเช่า หรือบ้านมือสอง รวมถึงการขาดโครงสร้างสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากภาครัฐ
Complexity (ความซับซ้อน): ตลาดที่อยู่อาศัยมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ตั้งแต่ประเภทของที่อยู่อาศัย (คอนโดมิเนียม, บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์เฮาส์) รูปแบบการถือครอง (ซื้อขาด, เช่าระยะยาว 30-60 ปี) ไปจนถึงช่วงราคาที่มีความแตกต่างกันอย่างมหาศาล ตั้งแต่คอนโดต่ำล้านไปจนถึงห้องชุดราคา 500-1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ปัญหาการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น โดยมีรายงานว่าอัตราการกู้ไม่ผ่านสูงถึง 50-70% รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สูงขึ้น กลายเป็นภาระค่าครองชีพก้อนใหญ่
Structural Problem (ปัญหาเชิงโครงสร้าง): ประเทศไทยยังขาดโครงสร้างระยะยาวที่รองรับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติอย่างแท้จริง และยังขาดโครงสร้างที่สามารถตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง จนไม่สามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของบ้านได้

เจาะลึกปัญหา: สินค้ากลุ่มใดที่ได้รับผลกระทบ และกำลังซื้อที่หายไป

เมื่อพิจารณาลงรายละเอียดในแต่ละประเภทของอสังหาริมทรัพย์ พบว่า

ทาวน์เฮาส์: กำลังกลายเป็นสินค้าที่เริ่มได้รับความนิยมน้อยลงในตลาดปัจจุบัน
บ้านเดี่ยว: ยังคงมีความต้องการอยู่ แต่ก็เริ่มเผชิญกับแรงเสียดทานจากกำลังซื้อของชาวต่างชาติที่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีนโยบายควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศ การปราบปรามทุนเทา และนอมินี หากไม่มีการออกมาตรการรองรับ เช่น สัญญาเช่าระยะยาว 60 ปี ก็มีโอกาสที่ยอดขายบ้านเดี่ยวจะค่อยๆ ถดถอยลง
การเช่า: เป็นอีกทางเลือกที่ชาวต่างชาติเริ่มหันมาให้ความสนใจมากขึ้น แม้จะต้องจ่ายค่าเช่ารายเดือนสูงถึง 3-4 แสนบาท สำหรับบ้านหรือคอนโดราคา 50 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐไทย การตัดสินใจเช่ารายเดือนแทนการซื้อ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อดีมานด์การซื้อในตลาด
กลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท: เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยปีที่ผ่านมาติดลบถึง -52% และในปีนี้คาดว่าจะลดลงไปอีกเหลือเพียง 1 ใน 3 เนื่องจากปัญหาการถูกปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 70% แม้ว่าดีมานด์จะยังมีอยู่ก็ตาม เนื่องจากโครงสร้างประชากรยังคงเดิม แต่ผู้บริโภคไม่สามารถเข้าถึงการซื้อบ้านได้
กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท: เริ่มมีสัญญาณที่ไม่ค่อยดี ยอดขายใน 3 ไตรมาสแรกของปีเริ่มปรับตัวลดลง จากเดิมที่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจจะเป็นกลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท
ห้องชุดราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป: ตลาดในเซ็กเมนต์นี้คาดว่าจะมีการแข่งขันด้านการพัฒนาโครงการเพิ่มมากขึ้น
บ้านมือสอง: แม้จะดูเหมือนมีความสำคัญมากขึ้นในภาพรวมของตลาด แต่เมื่อพิจารณาลงลึก จะพบว่าการเติบโตของตลาดบ้านมือสองไม่ได้สูงมากนัก แต่สัดส่วนที่ใกล้เคียงกับบ้านใหม่ เกิดจากการที่ตลาดบ้านใหม่มีขนาดเล็กลง เนื่องจากผู้บริโภคขาดกำลังซื้อ

ข้อเสนอแนะสู่ภาครัฐ: โรดแมป 8+3 เพื่อฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์

ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย ผมได้นำเสนอแนวทางและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อภาครัฐหลังการเลือกตั้ง ภายใต้โมเดล “8+3” ซึ่งแบ่งเป็นมาตรการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ข้อ และมาตรการเร่งด่วน 3 ข้อ เพื่อหวังผลในปี 2569

มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ข้อ:

การปรับมาตรการ LTV (Loan to Value) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์: ทบทวนและปรับปรุงมาตรการ LTV ให้มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจในระยะยาว
ขยายระยะเวลาสัญญาเช่าเป็น 60 ปี และการจัดเก็บภาษีเพื่อสนับสนุนที่อยู่อาศัย: เสนอให้มีการขยายระยะเวลาสัญญาเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี พร้อมทั้งให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ เพื่อนำรายได้มาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีบ้านของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง เป็นการสร้างโครงสร้างที่ถาวร
การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ: ปรับปรุงกฎหมายอาคารชุดและกฎหมายบ้านจัดสรร โดยกำหนดให้เสียงของผู้ถือหุ้นชาวไทยในคณะกรรมการนิติบุคคลมีสัดส่วนเกินกว่ากึ่งหนึ่ง เพื่อป้องกันการถูกควบคุมโดยชาวต่างชาติในการออกกฎระเบียบและการบริหารงาน
สนับสนุน Mortgage Insurance: รัฐควรสนับสนุนการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรก ในสัดส่วน 10-20% (เทียบเท่าเงินดาวน์) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ และลดอัตราการกู้ไม่ผ่านในตลาดกลาง-ล่าง
การอนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยงของผู้กู้: ปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ โดยผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำควรได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า และผู้ที่มีความเสี่ยงสูงควรมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับผู้ที่ปัจจุบันถูกปฏิเสธเพียงอย่างเดียว
มาตรการรวมหนี้ (Debt Warehouse): พัฒนาเครื่องมือในการรวมหนี้สินต่างๆ เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้รถยนต์ และหนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ
ส่งเสริมการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ (Man Made Project): รัฐควรมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่สามารถพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เช่น ศูนย์สุขภาพ (Healthcare Center), ศูนย์การศึกษา (Education Hub), สวนสนุกขนาดใหญ่, ศูนย์ประชุมนานาชาติ, และศูนย์ความบันเทิงด้านกีฬา โดยเน้นย้ำว่าโครงการเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีกาสิโน
สร้างมูลค่าเพิ่มของโครงการอสังหาริมทรัพย์และการเก็บภาษี Windfall: เพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภคภาครัฐที่เชื่อมต่อกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ และเสนอให้มีการพิจารณาจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐ

มาตรการเร่งด่วน 3 ข้อ เพื่อประคับประคองตลาดในปี 2569:

ต่ออายุมาตรการ LTV: เสนอให้ต่ออายุมาตรการ LTV ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570
ต่ออายุมาตรการลดค่าโอนและจดจำนอง: เสนอให้ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 โดยปรับปรุงเพดานมูลค่าจากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 7 ล้านบาท ให้ครอบคลุมบ้านทุกระดับราคา
การกำกับดูแลการลดอัตราดอกเบี้ย: กำหนดให้ธนาคารลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate) ทั้งอัตรา MRR สำหรับลูกค้ารายย่อย และ MLR สำหรับผู้ประกอบการ ให้สอดคล้องหรือลดลงเท่ากับการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

แม้ว่า กนง. จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 แต่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์กลับมีสัดส่วนที่น้อยกว่า (เพียง 5-10 สตางค์) ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่อธิบายได้ว่าทำไมหุ้นกลุ่มธนาคารจึงปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายของผู้กู้

การบริหารจัดการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569: การประคับประคองและปรับตัว

สำหรับปี 2569 ซึ่งเป็นปีที่ยังคงมีความท้าทายต่อเนื่อง ผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องบริหารจัดการ 2 หัวข้อหลักให้มีประสิทธิภาพ นั่นคือ ด้านการเงิน (Financial Side) และ ด้านการตลาดและการขาย (Commercial Side)

ด้านการเงิน: หัวใจสำคัญคือการบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) ซึ่งต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งตั้งการ์ดสูงและใช้ความระมัดระวังในการลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว และกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงถดถอย
ด้านการตลาดและการขาย: ผู้ประกอบการต้องมีความตื่นตัวสูง มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาได้ยาก รวมถึงการวิเคราะห์และเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่ยังมีกำลังซื้อในตลาด ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีจำนวนจำกัดอย่างยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างฝืดเคืองเช่นนี้

ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้ ผมเชื่อว่า การทำความเข้าใจกับพลวัตของตลาด การปรับตัวให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจ และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค จะเป็นกุญแจสำคัญในการฝ่าฟันความท้าทาย และสร้างโอกาสในการเติบโตได้อย่างยั่งยืน

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เพื่อร่วมกันวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความสำเร็จของคุณ

Previous Post

D0501021 นาท เขาเปล ยนไป part2

Next Post

D0501023 นอกใจพอทน นอกกายพอเลย part2

Next Post
D0501023 นอกใจพอทน นอกกายพอเลย part2

D0501023 นอกใจพอทน นอกกายพอเลย part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.