ภูเก็ต: มหานครแห่งการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ข้ามปี – กลยุทธ์ใหม่ของเหล่านักพัฒนาในตลาดที่ยังคงร้อนแรง
ในห้วงเวลาที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดการณ์ว่าจะเติบโตในอัตราที่ค่อนข้างต่ำราว 1-2% ซึ่งนับเป็นช่วงที่ท้าทายที่สุดในรอบทศวรรษ ทำให้ภาคธุรกิจต่างจับตามองการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงด้วยความหวัง ทว่าภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนนี้ ภาคอสังหาริมทรัพย์กลับมีทำเลทองเพียงแห่งเดียวที่ยังคงยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากสถานการณ์โควิด-19 จนถึงปัจจุบัน นั่นคือ “ภูเก็ต” ไข่มุกอันดามัน ที่ไม่เพียงเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกด้านการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นสมรภูมิแห่งการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง
จากรายงานล่าสุด แสดงให้เห็นถึงพลวัตที่น่าจับตาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2568 (ไตรมาส 4) ที่มีการประกาศเปิดตัวโครงการลงทุนใหม่ในภูเก็ต คิดเป็นมูลค่ารวมกว่าแสนล้านบาท ขณะที่อีกหลายโครงการยังคงเก็บตัวรอจังหวะเปิดเผยต่อสาธารณะ เจาะตลาดกลุ่มมหาเศรษฐีจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะตลาด วิลล่าหรูภูเก็ต และ อสังหาริมทรัพย์พรีเมียมภูเก็ต ซึ่งเป็นที่ต้องการสูง
ยักษ์ใหญ่แสนสิริและแอสเซทไวส์: ทุ่มทุนชิงชัยในตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต
ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ค่ายอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำต่างเดินหน้าเข้าสู่สนามภูเก็ตอย่างดุดัน แสนสิริ ผู้มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 16 ปีในตลาดนี้ ได้เปิดตัว 2 โครงการใหม่ในเดือนตุลาคม 2568 ได้แก่ “ดีคอนโด โคฟ” มูลค่า 2,100 ล้านบาท บนพื้นที่ 8 ไร่ ออกแบบเป็นอาคารชุดพักอาศัยแบบโลว์ไรส์ 8 ชั้น จำนวน 862 ยูนิต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การรุกตลาด คอนโดภูเก็ตราคาเข้าถึงง่าย ควบคู่ไปกับบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม “เศรษฐสิริ เกาะแก้ว รีทรีต” มูลค่า 1,700 ล้านบาท จำนวน 110 ยูนิต บนพื้นที่ 66.99 ไร่ โครงการนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่ได้เปรียบ ใกล้กับ British International School Phuket และห่างจากถนนหลักเพียง 2.7 กิโลเมตร แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการที่หลากหลายของตลาด อสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต 2025
อีกหนึ่งผู้เล่นรายสำคัญคือ แอสเซทไวส์ (ASW) ภายใต้การบริหารของบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนในภูเก็ตถึง 82% ของพอร์ตโฟลิโอรวม บริษัทได้เปิดตัว 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 15,000 ล้านบาท โดยเน้นที่ Leisure Condominium 3 โครงการใหม่ ได้แก่ โคราลิน่า กมลา (Coralina Kamala) คอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ตใกล้หาดกมลา มูลค่า 3,900 ล้านบาท, เดอะ ไทเทิล เซียร่า (The TITLE Sierra) มูลค่า 2,000 ล้านบาท และ เดอะ บาลโคนี ในยาง (The Balcony Naiyang) มูลค่า 3,800 ล้านบาท การรุกตลาด คอนโดตากอากาศภูเก็ต ในทำเลท่องเที่ยวสำคัญเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเจาะกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศที่มองหาที่พักผ่อนริมทะเล
จุดเด่นที่น่าจับตาคือ การประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ (Joint Venture) กับกลุ่มโบ๊ทพัฒนา ซึ่งเป็นตระกูลยงสกุล ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในภูเก็ต เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการพูลวิลล่าหรูบนเกาะแก้ว มูลค่า 5,700 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 75 ไร่ ภายใต้แบรนด์ Casa de Monte และ Villa del Luna ซึ่งเป็นการผสานความเชี่ยวชาญและฐานลูกค้าของทั้งสองฝ่าย เพื่อสร้างนิยามใหม่ของ วิลล่าหรูภูเก็ต บนทำเลที่มีศักยภาพ
ตระกูลวานิช: มหาโปรเจกต์ Synthesis Ark Phuket มูลค่า 5 หมื่นล้าน
ทัพนักลงทุนรายใหญ่ในภูเก็ตยังคงแสดงศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตระกูลวานิช ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลผู้มีบทบาทสำคัญในเกาะภูเก็ต ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ Mixed-use ขนาดมหึมา “Synthesis Ark Phuket” ด้วยมูลค่าการลงทุนสูงถึง 50,000 ล้านบาท โครงการนี้เกิดจากการพัฒนาที่ดินผืนใหญ่กว่า 491 ไร่ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ทำเหมืองแร่ดีบุกเก่าและสวนปาล์ม ในทำเลทอง ต.เกาะแก้ว อ.ถลาง ติดถนนเทพกระษัตรี
“Synthesis Ark Phuket” นำเสนอแนวคิด “15-Minute Neighborhood” ที่ผู้พักอาศัยสามารถเข้าถึงทุกสิ่งอำนวยความสะดวกภายในระยะเวลา 15 นาที ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม, บ้านจัดสรร, วิลล่าหรู, อาคารสำนักงาน, โรงแรม, เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์, สถาบันการศึกษา, ศูนย์สุขภาพและความงาม รวมถึงศูนย์การค้าระดับโลก แผนการพัฒนาแบ่งออกเป็น 3 เฟส โดยคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2575 โปรเจกต์นี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและวิถีชีวิตของภูเก็ตให้ทัดเทียมมหานครชั้นนำระดับโลก และเป็นหนึ่งใน โครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรภูเก็ต ที่ใหญ่ที่สุด
Branded Residence: นิยามใหม่ของความหรูหราและการลงทุน
เทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่องในภูเก็ตคือ “Branded Residence” หรือโครงการที่พักอาศัยระดับพรีเมียมที่ผสานบริการระดับโรงแรม 5 ดาวเข้าไว้ด้วยกัน ความน่าสนใจอยู่ที่การการันตีมาตรฐานการบริการและไลฟ์สไตล์สุดพิเศษ
บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD ได้เปิดตัว “The Residences at InterContinental Phuket Resort” โครงการหรูบนหาดกมลา ที่เชื่อมโยงกับโรงแรมหรูในเครือ InterContinental (IHG) ซึ่งได้รับรางวัล 2 Michelin Keys การันตีคุณภาพ มูลค่าโครงการ 2,700 ล้านบาท บนพื้นที่ 3.5 ไร่ นำเสนอห้องชุด 5 แบบ ตั้งแต่ 1-5 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 59-425 ตร.ม. จำนวน 111 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 15-100 ล้านบาท โครงการนี้คาดว่าจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในไตรมาส 3 ปี 2570 ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ บ้านพักตากอากาศภูเก็ตระดับลักซ์ชัวรี่ ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน
อีกหนึ่งการร่วมทุนที่น่าจับตามองคือการผนึกกำลังระหว่าง บริษัท แค๊ปสโตน แอสเสท และเครือโรงแรมระดับโลก Marriott International เพื่อเปิดตัว “Phayathai Phuket Autograph Collection Residences” ในทำเลใจกลางย่านบางเทา โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Masterplan Mixed-use ขนาดใหญ่ มูลค่า 4,000 ล้านบาท ประกอบด้วยโรงแรม Autograph Collection 126 ห้อง และพื้นที่ค้าปลีก มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท โดยมีเรสซิเดนซ์ 408 ห้องที่ตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570 เป็นการตอกย้ำภาพภูเก็ตในฐานะศูนย์กลางของ Branded Residence ในเอเชีย
นอกจากนี้ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA ยังประกาศแผนการลงทุนในภูเก็ต โดยเตรียมเข้าซื้อที่ดิน 2 แปลง มูลค่ารวม 9,000 ล้านบาท ในย่านบางเทาและหาดกมลา เพื่อพัฒนาโครงการร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์ระดับนานาชาติ การลงทุนนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของ SA ในศักยภาพระยะยาวของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต
ตลาดคอนโดและบ้านพักตากอากาศภูเก็ต: การปรับตัวและโอกาสใหม่
นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด ชี้ให้เห็นว่า แม้ตลาดจะมีการแข่งขันสูง แต่ก็ยังคงมีโอกาสสำหรับ คอนโดตากอากาศภูเก็ต และ บ้านพักตากอากาศภูเก็ต ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ 18 โครงการ มูลค่ารวม 36,420 ล้านบาท โดยเฉพาะในทำเลสำคัญอย่าง บางเทา, กะตะ, กะรน, ราไวย์ และใจกลางเมืองภูเก็ต
สำหรับปี 2569 คาดการณ์ว่าตลาดคอนโดมิเนียมในภูเก็ตจะยังคงร้อนแรง แต่ปริมาณซัพพลายใหม่อาจลดลงเล็กน้อย อยู่ที่ประมาณ 6,000-10,000 ยูนิต ซึ่งเป็นผลมาจากการแข่งขันที่เข้มข้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่มีโครงการใหม่เปิดตัวถึง 20,000 ยูนิต โดยนักพัฒนาจากกรุงเทพฯ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มซัพพลายในตลาดนี้
ในส่วนของตลาดบ้านพักตากอากาศ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568 มีโครงการเปิดขายใหม่ 60 โครงการ มูลค่ารวม 36,726 ล้านบาท โดยมีทำเลที่น่าสนใจกระจุกตัวอยู่ที่ย่านเชิงทะเล (55.90%) ซึ่งได้รับความนิยมสูงจากกำลังซื้อชาวรัสเซีย นอกจากนี้ ทำเลริมชายหาดและใกล้เคียงชายหาดในอำเภอถลาง ตะวันตกของเกาะ เช่น หาดบางเทา, หาดสุรินทร์, หาดลายัน, เชิงทะเล, หาดในทอน, อ่าวฉลอง, หาดราไวย์ และหาดกมลา ยังคงเป็นที่ต้องการ
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จสำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต
จากแนวโน้มตลาดที่ชัดเจน นายภัทรชัย ได้เสนอ 5 กลยุทธ์สำคัญสำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต เพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง และมุ่งสู่ความสำเร็จ:
การเลือกทำเลที่มีศักยภาพสูงและสร้างมูลค่าเพิ่มระยะยาว: เน้นพื้นที่ตอนเหนือของเกาะ หรือโซนใกล้แหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกหลัก แต่มีต้นทุนที่ดินต่ำกว่าทำเลชายหาดหลัก เพื่อบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาเอกลักษณ์ของโครงการ
กลยุทธ์ด้านราคาและการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน: ราคาในช่วง 30-50 ล้านบาทต่อยูนิต ยังคงเป็นช่วงที่ตลาดมีความต้องการสูงที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มกำลังซื้อสูงที่มองหาทรัพย์สินเพื่อการลงทุนระยะยาว และผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับการพักผ่อนระดับพรีเมียม
การเพิ่มมูลค่าโครงการด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการระดับพรีเมียม: การมีคลับเฮาส์ส่วนตัว, สปามาตรฐานโรงแรม 5 ดาว, ฟิตเนสครบวงจร, ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ และบริการดูแลผู้พักอาศัยแบบครบวงจร (Property Management & Concierge Service) จะช่วยสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยในระดับรีสอร์ต เพิ่มโอกาสในการปล่อยเช่าระยะยาว และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่มั่นคง
การเน้นกลุ่มลูกค้านักลงทุนและผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว: กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากรัสเซีย, จีน, และยุโรป ยังคงมองหาทรัพย์สินในภูเก็ต โมเดลการเสนอขายที่ใช้ได้ผล เช่น การลงทุนแบบการันตีผลตอบแทน (Guaranteed Yield) หรือโครงการที่สามารถปล่อยเช่าได้อย่างถูกกฎหมาย จะเป็นที่น่าสนใจ
การวางแผนโครงการภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development): การนำแนวคิด Green Building Concept มาใช้ในกระบวนการออกแบบและก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบอาคารที่ประหยัดพลังงาน และการบริหารจัดการน้ำและของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนในระยะยาว แต่ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ และดึงดูดกลุ่มลูกค้าพรีเมียมที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
ภูเก็ตยังคงเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตา การเข้าใจเทรนด์ตลาด การปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภค และการมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพและยั่งยืน จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของนักพัฒนาในตลาดที่ยังคงเต็มไปด้วยโอกาสนี้
หากคุณคือนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสทองในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก หรือต้องการสัมผัสประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับใน “ไข่มุกอันดามัน” การศึกษาข้อมูลเชิงลึกและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ จะเป็นก้าวแรกสู่การตัดสินใจที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคตของคุณ.

