ภูเก็ต: มหานครแห่งการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 – ทุนใหญ่ชนทุนท้องถิ่น ท้าทายตลาดโลก
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มาเกือบหนึ่งทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดขึ้นลงมานับครั้งไม่ถ้วน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในภูเก็ตในช่วงเวลานี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ จังหวัดไข่มุกอันดามันแห่งนี้ กำลังกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนอสังหาริมทรัพย์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ใช่แค่การฟื้นตัว แต่เป็นการบูมที่ขยายวงกว้างและมีมูลค่ามหาศาล แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคของประเทศอาจจะเผชิญกับความท้าทายในปี 2569 แต่ภูเก็ตกลับเดินหน้าสวนกระแสได้อย่างน่าทึ่ง
ภูเก็ต: ทำเลทองที่ไม่มีวันหลับใหล
จากข้อมูลล่าสุดที่ผมได้รับ ไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 เพียงไตรมาสเดียว มีการประกาศการลงทุนใหม่ในภูเก็ตสูงถึงเกือบหนึ่งแสนล้านบาท นี่คือตัวเลขที่น่าตกใจอย่างยิ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของนักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อยในศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของเกาะแห่งนี้ และที่สำคัญกว่านั้นคือ ตัวเลขนี้ยังไม่รวมถึงโครงการอีกจำนวนมากที่ยังคงอยู่ภายใต้การจับตาอย่างใกล้ชิด รอวันเวลาที่เหมาะสมในการเปิดตัว การลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ที่เติบโตข้ามปีนี้ ไม่ได้มีแค่การเกาะกระแส แต่เป็นการมองการณ์ไกลถึงดีมานด์ที่แท้จริง โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงการว่า “Ultra-High-Net-Worth Individuals” (UHNWIs)
ยักษ์ใหญ่การันตีความร้อนแรง: แสนสิริ, ASW, และกลุ่มทุนท้องถิ่น
การแข่งขันในสนาม ภูเก็ตอสังหาริมทรัพย์ นี้ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เมื่อแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ ต่างตบเท้าเข้ามาเติมเต็มซัพพลายใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
แสนสิริ (Sansiri): บริษัทที่คร่ำหวอดในตลาดภูเก็ตมานานถึง 16 ปี ยังคงไม่หยุดนิ่ง ด้วยการเปิดตัว 2 โครงการใหม่ในเดือนตุลาคม 2568 โครงการแรกคือ “ดีคอนโด โคฟ” คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ มูลค่า 2,100 ล้านบาท พร้อมด้วย “เศรษฐสิริ เกาะแก้ว รีทรีต” บ้านเดี่ยวสุดหรู มูลค่า 1,700 ล้านบาท ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่น่าสนใจ ใกล้กับโรงเรียนนานาชาติและถนนสายหลัก สะท้อนให้เห็นถึงการเข้าใจความต้องการของตลาดที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มที่มองหาที่อยู่อาศัยสำหรับครอบครัว และกลุ่มที่ต้องการพักผ่อนอย่างมีสไตล์
แอสเซทไวส์ (ASW): ภายใต้การบริหารของ TITLE (ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้) ASW ประกาศความยิ่งใหญ่ด้วยการลงทุนในภูเก็ตคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 82% ของพอร์ตโฟลิมหาศาลของบริษัท โดยมีการพัฒนา 5 โครงการ มูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท ไฮไลต์อยู่ที่การเปิดตัวคอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ท 3 โครงการใหม่ ได้แก่ Coralina Kamala, The TITLE Sierra, และ The Balcony Naiyang ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพใกล้ชายหาด นอกจากนี้ ASW ยังได้สร้างความฮือฮาด้วยการประกาศ Joint Venture กับกลุ่มโบ๊ทพัฒนา (Boat Development) ของตระกูลยงสกุล เพื่อพัฒนาโครงการพูลวิลล่าหรูบนเกาะแก้ว มูลค่า 5,700 ล้านบาท เป็นการผนึกกำลังของสองยักษ์ใหญ่ที่น่าจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาด
กลุ่มวานิช (Vanich Group): ความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นที่สุด อาจจะมาจากตระกูลวานิช หนึ่งในตระกูลผู้บุกเบิกภูเก็ต ที่ได้ “ปลุกชีวิต” ที่ดินแปลงใหญ่กว่า 491 ไร่ ซึ่งเคยเป็นเหมืองแร่ดีบุกเก่าและสวนปาล์ม ให้กลายเป็นโครงการ Mixed-use สุดอลังการ มูลค่า 50,000 ล้านบาท ภายใต้ชื่อ “Synthesis Ark Phuket” โครงการนี้ไม่ใช่แค่การสร้างที่อยู่อาศัย แต่เป็นการสร้างเมืองใหม่ที่มีความครบวงจร ตั้งแต่คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร วิลล่าหรู อาคารสำนักงาน โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ไปจนถึงสถานศึกษา ศูนย์สุขภาพ และศูนย์การค้าระดับโลก แนวคิด “15-Minute Neighborhood” ที่มุ่งเน้นความสะดวกสบายในการเข้าถึงทุกสิ่งภายใน 15 นาที เป็นการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว และเป็นอีกหนึ่ง การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ที่จะยกระดับมาตรฐานไปอีกขั้น
Branded Residences: นิยามใหม่ของการพักผ่อนระดับลักเซอรี่
เทรนด์สำคัญอีกประการหนึ่งที่กำลังมาแรงอย่างไม่หยุดยั้งใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต คือ “Branded Residences” หรือที่พักอาศัยที่มาพร้อมกับบริการระดับโรงแรมห้าดาว ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างสูงของกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง
พราว เรียล เอสเตท (PROUD): ได้เปิดตัว “The Residences at InterContinental Phuket Resort” โครงการลักเซอรี่แห่งใหม่บนหาดกมลา ที่มอบประสบการณ์การพักผ่อนเชื่อมโยงกับโรงแรม InterContinental ที่ได้รับรางวัล 2 Michelin Keys การันตีคุณภาพระดับสากล โครงการมูลค่า 2,700 ล้านบาทนี้ นำเสนอห้องชุดที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน พร้อมฟังก์ชันที่หลากหลาย ตั้งแต่ 1-5 ห้องนอน ในราคาเริ่มต้น 15-100 ล้านบาท สะท้อนถึงการจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความพิเศษและบริการที่เหนือระดับ
แค๊ปสโตน แอสเซท (Capstone Asset) ร่วมกับ Marriott International: ได้ประกาศเปิดตัว “Payla Phuket Autograph Collection Residences” ในทำเลใจกลางย่านบางเทา โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Masterplan Mixed-use ที่ประกอบด้วยโรงแรม Autograph Collection และพื้นที่รีเทล มูลค่าโครงการรวม 4,000 ล้านบาท การนำเสนอห้องชุดแบบ Fully-furnished นี้ เป็นการตอบโจทย์ความสะดวกสบายของนักลงทุนที่ต้องการเข้าพักหรือปล่อยเช่าได้ทันที
ไซมิส แอสเซท (SA): ขยับเข้ามาในตลาดภูเก็ตด้วยการวางแผนลงทุนซื้อที่ดิน 2 แปลงในย่านบางเทาและหาดกมลา มูลค่ารวม 9,000 ล้านบาท โดยเป็นโครงการร่วมทุนกับพันธมิตรที่อยู่ระหว่างการพิจารณา การตัดสินใจนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ SA ที่มองเห็นโอกาสการเติบโตในระยะยาวของ โครงการอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต
การลงทุนในคอนโดตากอากาศและบ้านพักตากอากาศ: โอกาสและกลยุทธ์
แม้ว่าจะมีโครงการใหม่ๆ เปิดตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ภาพรวมของ คอนโดตากอากาศภูเก็ต และบ้านพักตากอากาศ ยังคงมีแนวโน้มที่น่าสนใจ ตัวเลข ณ ไตรมาส 3/68 แสดงให้เห็นว่า มีบ้านและคอนโดตากอากาศเปิดใหม่กว่า 85 โครงการ มูลค่ารวม 73,146 ล้านบาท และมีอัตราการขายที่น่าประทับใจ โดยหลายโครงการสามารถปิดการขายได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
สำหรับภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ 18 โครงการ มูลค่า 36,420 ล้านบาท โดยทำเลแข่งขันหลักกระจุกตัวอยู่ที่ย่านบางเทา, กะตะ, กะรน, ราไวย์ และใจกลางเมืองภูเก็ต
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 คาดว่า ตลาดคอนโดภูเก็ต จะยังคงร้อนแรง แต่ปริมาณซัพพลายใหม่อาจมีการปรับลดลงเล็กน้อย เนื่องจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2567-2568) มีการเปิดตัวโครงการใหม่จำนวนมากถึง 20,000 ยูนิต ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น บิ๊กแบรนด์จากกรุงเทพฯ ที่หันมาลงทุนในภูเก็ตมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการแข่งขันนี้
ในส่วนของ บ้านตากอากาศภูเก็ต ณ สิ้นไตรมาส 3/68 มีโครงการใหม่เปิดขายถึง 60 โครงการ มูลค่า 36,726 ล้านบาท โดยทำเลที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือย่านเชิงทะเล (55.90%) ซึ่งได้รับอานิสงส์อย่างมากจากกำลังซื้อของชาวรัสเซียที่ให้ความสนใจเป็นพิเศษ รองลงมาคือทำเลตามแนวชายหาดและพื้นที่ใกล้เคียงในอำเภอถลาง เช่น หาดบางเทา, หาดสุรินทร์, หาดลายัน, หาดในทอน, อ่าวฉลอง, หาดราไวย์, หาดกมลา และป่าตอง
สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตคือ การแข่งขันในระดับราคา 30-50 ล้านบาท ราคาบ้านในภูเก็ต แม้จะสูง แต่ก็ยังคงเป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างจากชายหาดมากขึ้น ซึ่งมีต้นทุนที่ดินต่ำกว่า แต่ยังคงมอบบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะแก่การอยู่อาศัย
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 ซัพพลายบ้านตากอากาศใหม่อาจลดลงเล็กน้อยเช่นกัน โดยคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,500 ยูนิต
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในตลาดภูเก็ตปี 2569
จากประสบการณ์และการวิเคราะห์ตลาดอย่างลึกซึ้ง ผมมีข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์สำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการประสบความสำเร็จในตลาดภูเก็ตปี 2569 ดังนี้:
การเลือกทำเลที่มีศักยภาพสูงสุด: ไม่ใช่แค่การมองหาที่ดินที่สวยงาม แต่ต้องพิจารณาถึงศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว โซนตอนเหนือของภูเก็ต หรือพื้นที่ใกล้เคียงแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกหลัก แต่มีต้นทุนที่ดินต่ำกว่าทำเลชายหาดหลัก อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ช่วยบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงรักษาเอกลักษณ์ของโครงการได้
การกำหนดราคาและกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำ: ตลาดในระดับราคา 30-50 ล้านบาท ยังคงมีดีมานด์สูง โดยเฉพาะจากกลุ่มกำลังซื้อสูงที่มองหาทรัพย์สินเพื่อการลงทุนระยะยาว หรือผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับการพักผ่อนในระดับพรีเมียม การทำความเข้าใจ Pain Point และความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มเป้าหมาย จะช่วยให้สามารถวางกลยุทธ์การตลาดและการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเพิ่มมูลค่าด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการระดับพรีเมียม: การมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับ คือหัวใจสำคัญ การมีคลับเฮาส์ส่วนตัว, สปามาตรฐานโรงแรม 5 ดาว, ฟิตเนสครบวงจร, ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ, และบริการดูแลผู้พักอาศัยแบบครบวงจร (Property Management & Concierge Service) จะช่วยสร้างความแตกต่าง และเพิ่มโอกาสในการปล่อยเช่าระยะยาว รวมถึงผลตอบแทนจากการลงทุนที่มั่นคง
การเจาะกลุ่มลูกค้านักลงทุนและผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว: กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากรัสเซีย, จีน, และยุโรป ยังคงมองหาทรัพย์สินในภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง โมเดลการลงทุนที่ได้รับความนิยม เช่น การการันตีผลตอบแทน (Guaranteed Yield) หรือโครงการที่สามารถปล่อยเช่าได้อย่างถูกกฎหมาย จะเป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จ
การผสานแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน: การนำแนวคิด Green Building Concept มาใช้ในการออกแบบและก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบอาคารที่ประหยัดพลังงาน และการบริหารจัดการน้ำและของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว แต่ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ และดึงดูดกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
บทสรุป
ภูเก็ตกำลังพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าเป็นมากกว่าแค่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว แต่เป็นมหานครแห่งโอกาสสำหรับ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทย ทุนใหญ่และทุนท้องถิ่นต่างแข่งขันกันอย่างเข้มข้น แต่ภายใต้การแข่งขันนั้น ยังคงมีช่องว่างสำหรับผู้ที่เข้าใจตลาดอย่างแท้จริง และสามารถนำเสนอโครงการที่มีคุณค่า ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคได้
หากคุณคือหนึ่งในนักลงทุนที่มองหาโอกาสในการเติบโตในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีพลวัตและศักยภาพสูง อสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม จงศึกษาข้อมูลเชิงลึก วางแผนกลยุทธ์ให้รอบคอบ และคว้าโอกาสนี้ไว้ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนบนเกาะไข่มุกอันดามันแห่งนี้.

