
พลิกโฉม ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’: ยกระดับสู่มหานครแห่งล้านนา ด้วยงบ 1,200 ล้านบาท สู่ประสบการณ์เหนือระดับปี 2569
เชียงใหม่, ประเทศไทย – ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจและการท่องเที่ยวเข้มข้นขึ้นทุกขณะ การปรับตัวและพัฒนาให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดที่มีศักยภาพสูงอย่างเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของภาคเหนือ การลงทุนครั้งใหญ่ของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ในการพลิกโฉม ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ ด้วยงบประมาณกว่า 1,200 ล้านบาท ถือเป็นการประกาศศักดาและตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการยกระดับเมืองให้ก้าวสู่ระดับโลกอย่างเต็มภาคภูมิ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกมากว่าทศวรรษ ผมมองว่าการลงทุนครั้งนี้ของ CPN ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงศูนย์การค้า แต่เป็นการสร้างนิยามใหม่ของ ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กมิกซ์ยูสที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของภาคเหนือ โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ ในรอบ 30 ปี: สู่ยุคใหม่แห่ง ‘Reimagining Lanna’
การลงทุน 1,200 ล้านบาทนี้ คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปีของ ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 130 ไร่ มีพื้นที่อาคารศูนย์การค้า (GBA) ขนาด 173,000 ตารางเมตร การปรับปรุงครั้งนี้ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Reimagining Lanna’ สะท้อนถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในอัตลักษณ์ของเชียงใหม่ ผสานเข้ากับการออกแบบที่ทันสมัยเพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
ผมเชื่อว่าการนำเสนอ ‘อัตลักษณ์ล้านนา’ ในรูปแบบ ‘Modern Lanna’ นี้ จะเป็นจุดแข็งสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว เพราะมันไม่ใช่แค่การนำเสนอวัฒนธรรม แต่เป็นการเล่าเรื่องราวผ่านสถาปัตยกรรม การออกแบบภายในและภายนอก ที่สะท้อนถึงความภาคภูมิใจของคนท้องถิ่น และสร้างความประทับใจแรกพบให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาเยือน
หัวใจของการเปลี่ยนแปลง: ‘กาดหลวง’ ขยายใหญ่กว่า 3 เท่า สู่ศูนย์กลางอาหารและหัตถกรรมล้านนา
ไฮไลต์ที่น่าจับตามองที่สุดของการปรับปรุงครั้งนี้คือการขยายพื้นที่ ‘กาดหลวง’ (Indoor Local Market) ให้ใหญ่ขึ้นกว่า 3 เท่า นี่คือการยกระดับตลาดท้องถิ่นให้กลายเป็น ‘Must-Visit Tourist Destination’ ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ โดยรวมเอาสุดยอดร้านอาหารระดับมิชลินและร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดังมากมาย อาทิ โกยีข้าวมันไก่, คั่วไก่นิมมาน, ข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม, ก๋วยเตี๋ยวอัญชัน พร้อมด้วยอาหารพื้นเมืองคุณภาพเยี่ยม และของฝาก ‘Best of North’
นอกจากนี้ การจัดสรรพื้นที่สำหรับ ‘Northern Village’ เพื่อรวบรวมงานคราฟต์และหัตถกรรมท้องถิ่นกว่า 100 ร้านค้า ถือเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับเสน่ห์ของงานฝีมือล้านนาอย่างแท้จริง การมี ‘กาดหลวง’ ในรูปแบบนี้ ไม่เพียงแต่จะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์ท้องถิ่นแท้ๆ แต่ยังช่วยส่งเสริมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวคุณภาพ (High-Spending Tourists) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง
350 แบรนด์ชั้นนำ: ครบครันทุกไลฟ์สไตล์ เหนือกว่าความคาดหมาย
‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ โฉมใหม่จะกลายเป็นศูนย์รวมของ 350 แบรนด์ชั้นนำ ทั้งในระดับ Global และ Local ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ ตั้งแต่ Fashion & Lifestyle, Food, Specialty, Beauty, IT ไปจนถึง Bank & Financial การจัดสรรพื้นที่และการคัดเลือกแบรนด์ต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มเป้าหมาย
การปรากฏตัวของ MUJI Flagship Store ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ, CHAGEE แบรนด์ชาจีนระดับพรีเมี่ยม, และ HarborLand สนามเด็กเล่นในร่มมาตรฐานระดับโลก เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง
ในส่วนของร้านอาหาร ผมมองว่าการนำ Sushiro ร้านซูชิสายพานจากญี่ปุ่น, ฉันทรส ร้านอาหารไทยระดับมิชลิน, และแผนการเปิด ‘เสน่ห์ไทยคูซีน’ ร้านอาหารฮาลาลมิชลินยอดฮิต เป็นการตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่ครบวงจร
สำหรับแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจ เช่น Uniqlo, Adidas, Nike, PUMA, Charles & Keith, Crocs, Gentlewoman, Skechers, Pomelo, Mitr และ With.it รวมถึงแบรนด์ความงามอย่าง BEAUTRIUM และ JUNG SAEM MOOL แสดงให้เห็นถึงการจับเทรนด์และความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ
ที่สำคัญ การผนึกกำลังธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัลอย่างครบครัน อาทิ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, Tops Food Hall, Supersports โฉมใหม่, Power Buy และ B2S จะยิ่งเสริมให้ ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ เป็นจุดหมายที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่ง ไม่ใช่แค่สำหรับคนเชียงใหม่ แต่รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายและสินค้าคุณภาพ
‘A Year-Round, All-Weather Tourism Destination’: ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชียงใหม่ตลอดปี
นอกเหนือจากการปรับปรุงพื้นที่และแบรนด์ต่างๆ CPN ยังให้ความสำคัญกับการสร้างกิจกรรมและเทศกาลตลอดทั้งปี เพื่อให้ ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจในทุกฤดูกาล
ผมประทับใจกับแนวคิดในการนำเสนอ Thai Local Pride Christmas Tree ที่ออกแบบด้วยการจักสานร่วมสมัย ผสานหัตถศิลป์ล้านนา ความสูงกว่า 15 เมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Weaving the Future, Embracing the Origin’ ที่ร่วมสร้างสรรค์กับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ VASSANA ถือเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมเข้ากับศิลปะสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว
การจัดเทศกาลสงกรานต์ ‘ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่’ ควบคู่ไปกับเทศกาลดนตรี Water War และ Chiang Mai Flora Festival ที่จัดแสดงสวนดอกไม้พร้อมประติมากรรม แสง สี เสียง และไฟประดับนับล้านดวง เป็นการสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การมี Convention Hall ขนาดใหญ่ 2,800 ตารางเมตร ที่พร้อมรองรับงานอีเวนต์ระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Money Expo, Motor Expo, งานหนังสือเชียงใหม่บุ๊คแฟร์, คอนเสิร์ต และงานประกวดต่างๆ จะยิ่งเสริมให้ ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ กลายเป็น Lifestyle Hub ที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ให้คึกคักตลอดปี
เชียงใหม่ในฐานะมหานครแห่งอนาคต: โอกาสที่ CPN คว้าไว้
การตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่นี้ของ CPN สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพอันมหาศาลของเชียงใหม่ เชียงใหม่ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคเหนือ มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) สูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ และมีประชากรกว่า 1.8 ล้านคนในพื้นที่รอบนอก (Catchment Area)
เมื่อพิจารณาถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น การขยายอาคารผู้โดยสารสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเติบโตของกลุ่ม Digital Nomad, Expat, และกลุ่มผู้เกษียณอายุ (Retiree Expats) ที่เลือกเชียงใหม่เป็นที่พักอาศัย สะท้อนให้เห็นว่าเชียงใหม่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเติบโตทุกมิติ
การมีศูนย์การค้า 2 แห่งในเชียงใหม่ คือ ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ และ ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่’ เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ช่วยเติมเต็มความต้องการของทั้งสองฝั่งของเมือง (Old City และ New City) สร้างโอกาสในการเกิด Cross Spending Power และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจเมืองในภาพรวม
เป้าหมายสู่ปี 2569: ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทย 70% ต่างชาติ 30%
สำหรับปี 2569 CPN ตั้งเป้าหมายกลุ่มเป้าหมายสำหรับ ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ ไว้ที่ 70% เป็นชาวไทย และ 30% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, จีน, ฮ่องกง, เกาหลี และสิงคโปร์ การปรับปรุงครั้งนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้สูงขึ้นจาก 13 ล้านคนต่อปี เป็น 42,000 คนต่อวันในปี 2569
ผมเชื่อมั่นว่าการลงทุนใน ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ ไม่เพียงแต่จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจของ CPN แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของเชียงใหม่โดยรวม การพัฒนาที่ครอบคลุมทุกมิติเช่นนี้ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนท้องถิ่น สร้างงาน สร้างรายได้ และส่งเสริมภาพลักษณ์ของเชียงใหม่ให้เป็นเมืองระดับโลกอย่างแท้จริง
บทสรุป: ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ ต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน
‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ศูนย์การค้า แต่คือสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นของ CPN ในการเติบโตไปพร้อมกับเมือง และสร้างอนาคตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับภาคเหนือ การพลิกโฉมครั้งนี้จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย
ในฐานะผู้ที่ได้เห็นการพัฒนาในวงการนี้มาอย่างต่อเนื่อง ผมมองว่า ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ โฉมใหม่นี้ จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่สะท้อนถึงเสน่ห์ของล้านนาในบริบทของยุคสมัยใหม่
หากคุณคือผู้ที่มองหาโอกาสในการสัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้ง อาหาร และวัฒนธรรมที่เหนือระดับ หรือเป็นนักลงทุนที่มองเห็นศักยภาพของเชียงใหม่ในอนาคต การเดินทางมาเยือน ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ โฉมใหม่นี้ คือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาด มาสัมผัสด้วยตาตัวเอง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมเชียงใหม่จึงเป็นมากกว่าแค่เมืองท่องเที่ยว แต่คือมหานครแห่งอนาคตที่น่าจับจอง.