
กรุงเทพฯ: คอนโดฯ ระดับหรูสู่ยุคทองของผู้มีกำลังซื้อสูง สัญญาณเปลี่ยนผ่านตลาดอสังหาฯ ปี 2569
ในห้วงเวลาแห่งการเริ่มต้นศักราชใหม่ 2569 วงการอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพมหานครกำลังเผชิญกับการปรับสมดุลครั้งสำคัญ โดยข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยตลาดชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่าจับตาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดคอนโดมิเนียม การวิเคราะห์จาก “ภัทรชัย ทวีวงศ์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด ได้เผยภาพรวมที่ชัดเจนของปี 2568 และคาดการณ์ทิศทางสำหรับปี 2569 อันเป็นจุดเปลี่ยนที่กำลังจะนำพาตลาดไปสู่มิติใหม่
ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ปี 2568: วงจรซัพพลายต่ำสุดในรอบ 17 ปี
จากข้อมูลอันร้อนแรงในช่วงต้นปี 2569 บ่งชี้ว่า ปี 2568 ที่ผ่านมา ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ได้บันทึกสถิติที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยมีการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 40 โครงการ คิดเป็นจำนวนยูนิตทั้งสิ้น 17,110 ยูนิต ซึ่งถือเป็นระดับซัพพลายใหม่ที่ต่ำที่สุดในรอบ 17 ปี
เมื่อเทียบกับปี 2567 ตัวเลขดังกล่าวลดลงถึง -21.84% ขณะที่มูลค่ารวมของตลาดคอนโดมิเนียมใหม่ในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 70,368 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท หรือลดลงถึง -38.53%
ผู้เล่นหลักในตลาดนี้ยังคงเป็นกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ (Big Brand) ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 83.71% หรือ 14,323 ยูนิต มูลค่ารวม 63,947 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ มีส่วนแบ่ง 16.29% หรือ 2,787 ยูนิต มูลค่ารวม 6,416 ล้านบาท
หากมองย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ มีการเปิดขายโครงการใหม่เฉลี่ยปีละประมาณ 34,700 ยูนิต แต่ตัวเลขในปี 2568 ที่เปิดตัวเพียง 17,110 ยูนิต สะท้อนให้เห็นถึงภาวะตลาดที่หดตัวลงอย่างรุนแรงถึงครึ่งหนึ่ง
คาดการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมปี 2569: ทรงตัว ท่ามกลางโอกาสใหม่ในตลาดบน
สำหรับทิศทางในปี 2569 นี้ แนวโน้มของซัพพลายคอนโดมิเนียมใหม่คาดว่าจะทรงตัวในระดับต่ำ โดยคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดขายใหม่ประมาณ 15,000 ยูนิต ลดลงต่อเนื่องอีก -12.33% และมีมูลค่ารวมประมาณ 60,000 ล้านบาท
กลยุทธ์ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นการปรับลดจำนวนโครงการ และเลื่อนการเปิดตัวออกไป โดยทำเลที่น่าจะได้รับความสนใจ จะกระจุกตัวอยู่ในโครงการขนาดกลางถึงเล็ก ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพสูงอย่างแนวรถไฟฟ้าและย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) นอกจากนี้ การลงทุนในตลาดเมืองท่องเที่ยว เช่น EEC และภูเก็ต ก็ยังคงเป็นจุดที่น่าจับตามอง
อย่างไรก็ตาม “ภัทรชัย” ชี้ว่า สภาพการณ์ปัจจุบันยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ เนื่องจากกำลังซื้อทั้งจากกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติและคนไทยยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว ทำให้คาดว่าตลาดห้องชุดในกรุงเทพฯ ปี 2569 จะเข้าสู่ช่วงของการปรับสมดุลอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การฟื้นตัวแบบก้าวกระโดด แต่จะเป็นการฟื้นตัวในลักษณะประคองตัว แม้จะมีสัญญาณบวกบางประการเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในเชิงโครงสร้าง
ยุคทองของเศรษฐี: การแข่งขันดุเดือดในเซ็กเมนต์ High-End และ Luxury
ถึงแม้ว่าภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมจะยังคงเผชิญกับความท้าทาย แต่ปี 2569 นี้ จะเป็นปีแห่งการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างยิ่งในเซ็กเมนต์ระดับไฮเอนด์และลักเซอรี่ โดยเฉพาะในทำเลใจกลางเมือง แม้จำนวนโครงการเปิดขายใหม่จะมีจำกัด แต่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จะเร่งเปิดตัวโครงการระดับ “เรือธง” ในทำเลทองที่หายาก อาทิ สุขุมวิทตอนต้น, เพลินจิต-วิทยุ, สีลม-สาทร, ราชดำริ-ลุมพินี และพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
การแข่งขันนี้มีเป้าหมายหลักคือการช่วงชิงกำลังซื้อจากกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth Individuals – HNWIs) และกลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูงมาก (Ultra High Net Worth Individuals – UHNWIs) ซึ่งมีอำนาจในการซื้อที่แข็งแกร่งและไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากนัก
เทรนด์ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ การที่บางโครงการอาจกำหนดราคาขายในการเปิดพรีเซลอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโครงการที่เป็น “Rare Item” มีจำนวนยูนิตจำกัด และตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพระดับ Prime CBD ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกำหนดราคาใหม่ (New Price Benchmark) ที่สะท้อนถึงมูลค่าที่แท้จริงและความพิเศษของโครงการ
โอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการ: กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในตลาดคอนโดกรุงเทพฯ
สำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ การปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีข้อเสนอแนะที่น่าพิจารณา 5 ประการดังนี้:
โอกาสคอนโดหรูใจกลางเมือง: จากซัพพลายใหม่ในทำเลซูเปอร์ไพรม์ที่จำกัด ผู้พัฒนาที่มีที่ดินเดิมในมือ หรือสามารถเข้าถึงที่ดินศักยภาพสูง จะมีโอกาสในการพัฒนาโครงการระดับ “แฟลกชิป” เพื่อสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ที่ยั่งยืนในระยะยาว การลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ในทำเลที่ดีจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
กำลังซื้อกลุ่ม High Net Worth และ Ultra High Net Worth: กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้มีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงและสินทรัพย์ที่สามารถรักษามูลค่าได้ พวกเขามีกำลังซื้อที่พร้อมจะจ่ายในระดับ 8 แสนถึง 1 ล้านบาทต่อตารางเมตรสำหรับ คอนโดกรุงเทพฯ ที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของพวกเขา
การสร้าง New Price Benchmark: ต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้นและการพัฒนาโครงการใน CBD สนับสนุนการตั้งราคาสูงขึ้น โปรเจกต์ที่นำเสนอควรเน้นความเป็น “Rare Item”, “Low Density” (จำนวนยูนิตน้อย) และ “Branded Residence” เพื่อสะท้อนคุณค่าและความพิเศษ
การแข่งขันด้านคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ: ผู้พัฒนาควรมุ่งเน้นการแข่งขันด้านคุณภาพการออกแบบ, บริการหลังการขาย, และประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับ เพื่อลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา และสร้างความแตกต่างในตลาด
โอกาสจากตลาดเช่า: ตลาดเช่าในเมืองยังคงมีความต้องการสูงจากลูกค้าชาวต่างชาติ, ผู้บริหารระดับสูง, และกลุ่ม Expatriates โครงการที่สามารถรองรับทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน จะช่วยกระจายความเสี่ยง และทำเลที่ตั้งใกล้ CBD และแนวรถไฟฟ้าหลักยังคงมีดีมานด์อย่างต่อเนื่อง
ความท้าทายที่ต้องเผชิญ: เศรษฐกิจ การเงิน ต้นทุน และความไม่แน่นอน
แม้จะมีโอกาสที่สดใสในตลาดบน แต่ปี 2569 ก็ยังคงมีความท้าทายสำคัญที่ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ต้องเผชิญ ดังนี้:
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง: กำลังซื้อในตลาดระดับกลางและล่างยังคงเปราะบาง ทำให้การตัดสินใจซื้อใช้เวลานานขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตราการขายและความเร็วในการดูดซับซัพพลายในตลาด คอนโดกรุงเทพฯ ทั่วไป
ภาคการเงินและการพิจารณาสินเชื่อ: สถาบันการเงินยังคงพิจารณาการปล่อยสินเชื่ออย่างเข้มงวด ทำให้ผู้ซื้อบางกลุ่มเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดโอนกรรมสิทธิ์และกระแสเงินสดของโครงการ
ต้นทุนการพัฒนาที่สูง: ราคาที่ดินในใจกลางเมืองยังคงทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับต้นทุนการก่อสร้าง วัสดุ และค่าแรงที่ยังไม่ลดลง เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรของโครงการ อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ
ความไม่แน่นอนทางการเมือง: การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือนโยบายเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจนในระยะสั้น อาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนบางกลุ่ม รวมถึงมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ ภาษี และสินเชื่อที่อาจมีการปรับเปลี่ยน
ความเสี่ยงในการกำหนดจังหวะเปิดโครงการ: การเปิดตัวโครงการเร็วเกินไปอาจเผชิญกับตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัว ในขณะที่การเปิดตัวช้าเกินไปอาจพลาดโอกาสในทำเลหายาก การบริหารจัดการเวลา (Timing) จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์จากผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อนำพาธุรกิจผ่านพ้นความท้าทายและคว้าโอกาสในปี 2569 บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด ได้ให้ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ที่น่าสนใจดังนี้:
เลือกทำเลและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน: มุ่งเน้นการลงทุนในโครงการที่มีทำเลโดดเด่นและมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
เน้นตลาดบนและลักเซอรี่: เจาะกลุ่มตลาดระดับบนและลักเซอรี่ซึ่งมีความต้องการซื้อที่แท้จริงและมีกำลังซื้อสูง
ควบคุมขนาดโครงการและอัตราการลงทุน: บริหารจัดการขนาดของโครงการและอัตราการลงทุนอย่างรอบคอบ เพื่อลดความเสี่ยง
บริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสด: สภาพคล่องและกระแสเงินสดเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน
ติดตามนโยบายรัฐบาลและปรับกลยุทธ์: ติดตามนโยบายของรัฐบาลใหม่อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของธุรกิจให้มีความยืดหยุ่น เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น
โดยสรุป ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ปี 2569 นี้ จะเป็นปีที่พิสูจน์ความแข็งแกร่งของผู้พัฒนาที่สามารถปรับตัวเข้ากับพลวัตของตลาดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงในเซ็กเมนต์ลักเซอรี่ จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดไปข้างหน้า
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับคุณภาพ หรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับ การลงทุนคอนโดกรุงเทพฯ ในทำเลศักยภาพ หรือต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับ คอนโดหรูใจกลางเมือง ที่กำลังจะเปิดตัวในปี 2569 นี้ อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อรับข้อมูลและคำแนะนำที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ.