
การต่อสัญญาเช่าที่ดิน “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” มูลค่า 3.3 หมื่นล้านบาท: ยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ใจกลางกรุงเทพฯ
ในโลกแห่งการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เพื่อรักษาสถานะและความเป็นผู้นำเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การต่อสัญญาเช่าที่ดินผืนสำคัญของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ระยะเวลา 30 ปี ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ซึ่งเป็นผู้บริหารเครือเซ็นทรัล สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันยาวไกลในการตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางย่านพหลโยธิน และเป็นการลงทุนที่สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2569 นี้
การเจรจาอันน่าจับตามอง: จากบอร์ด ร.ฟ.ท. สู่ข้อตกลงสำคัญ
แหล่งข่าววงในจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าสำคัญในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท. เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการรับทราบผลการเจรจาสัญญาเช่าที่ดินแปลงใหญ่ ณ ย่านพหลโยธิน ขนาดพื้นที่ 47.22 ไร่ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว สัญญาเช่าเดิมมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 18 ธันวาคม 2571
การเจรจาระหว่างบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ร.ฟ.ท. กับ บริษัท เซ็นทรัล อินเตอร์พัฒนา จำกัด ได้บรรลุข้อตกลงในหลักการแล้ว โดยบอร์ด ร.ฟ.ท. ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการกำกับและติดตามการบริหารทรัพย์สินของ ร.ฟ.ท. ทำการตรวจสอบรายละเอียดและความถูกต้องของข้อตกลงดังกล่าวอย่างถี่ถ้วน ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ผ่านการพิจารณาเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 และพร้อมที่จะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด ร.ฟ.ท. อีกครั้งในวันที่ 15 มกราคม 2569 นอกจากนี้ ยังได้มีการเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการลงทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกว่า 4,500 ล้านบาท โดยจะมีการแจกแจงแผนการลงทุนในแต่ละปีให้เห็นภาพชัดเจน
สัญญาใหม่ 30 ปี: การลงทุนที่สอดคล้องกับอนาคต
สัญญาเช่าฉบับใหม่นี้จะมีระยะเวลา 30 ปี โดยจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2571 ไปจนถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2601 ความน่าสนใจอยู่ที่ข้อเสนอการลงทุนเพิ่มเติมจากทางเซ็นทรัลที่ไม่น้อยกว่า 4,500 ล้านบาท ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการปรับปรุงอาคารและระบบภายในทั้งหมดของศูนย์การค้า การลงทุนครั้งนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากอาคารมีอายุการใช้งานมานานกว่า 50 ปี และเทคโนโลยีต่างๆ ได้มีการพัฒนาไปมาก แผนการปรับปรุงคาดว่าจะใช้ระยะเวลา 4 ปี นับจากวันที่สัญญาฉบับใหม่มีผลบังคับใช้
เมื่อพิจารณามูลค่าผลตอบแทนตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่เซ็นทรัลจะต้องจ่ายเป็นค่าเช่า รวมกับมูลค่าการลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาท ดีลนี้มีมูลค่ารวมสูงถึงกว่า 33,000 ล้านบาท การประเมินมูลค่าดีลดังกล่าวจาก ร.ฟ.ท. และ SRTA ถือว่ามีความสมเหตุสมผล แม้ว่าตัวเลขอาจจะไม่แตกต่างจากการต่อสัญญาครั้งที่สองมากนัก ซึ่งในครั้งนั้นเซ็นทรัลได้จ่ายผลตอบแทนเป็นระยะเวลา 20 ปี เป็นเงินกว่า 21,298 ล้านบาท แต่ก็ถือว่าเป็นการเติบโตที่สอดคล้องกับทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน
ปัจจุบัน สัญญาเช่าเดิมของเซ็นทรัล ลาดพร้าว ยังคงมีผลบังคับใช้อีก 3 ปี โดยในปี 2569 คาดว่าจะมีการจ่ายค่าเช่าจำนวน 1,559.111 ล้านบาท ตามมาด้วยปี 2570 ที่ 1,652.658 ล้านบาท และปี 2571 ที่ 1,751.817 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาเดิม
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: มูลค่าดีลที่สมดุลและยุทธศาสตร์การตลาด
นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด กูรูด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์สูง ให้ทัศนะว่า ดีลการต่อสัญญาเช่าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ระยะเวลา 30 ปี ด้วยมูลค่า 33,000 ล้านบาท ถือเป็นราคาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากการใช้ประโยชน์จากอาคารเดิมที่มีอยู่ การสร้างศูนย์การค้าแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าอาจต้องใช้เงินลงทุนมากกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งอาจไม่คุ้มค่าในระยะยาว และยากที่จะสามารถเพิ่มค่าเช่าได้ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ท้าทาย และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
“ผู้ประกอบการรายอื่นที่อาจจะเข้ามาแข่งขันเพื่อเช่าพื้นที่ดังกล่าวคงต้องคิดหนัก เพราะย่านพหลโยธินได้กลายเป็นอาณาจักรของเซ็นทรัลไปแล้ว หลังจากประสบความสำเร็จกับโครงการมิกซ์ยูสแรกอย่างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ล่าสุดยังได้ลงทุนสร้างมิกซ์ยูสแห่งใหม่ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 300 เมตร ประกอบด้วยศูนย์การค้า ออฟฟิศ และอาจจะมีโรงแรม การเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ในช่วงปลายปีนี้จะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ย่านนี้มีความคึกคัก เป็น Sub-CBD ที่รองรับการขยายตัวของศูนย์กลางธุรกิจในกรุงเทพฯ โซนเหนือ” นายวสันต์กล่าวเสริม
“ในขณะเดียวกัน ราคาที่ดินในย่านนี้ก็มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริเวณใกล้เคียงมีราคาสูงถึงเกือบ 1 ล้านบาทต่อตารางวา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การลงทุนในระยะยาวมีความน่าสนใจ”
“เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” ขุมพลังใหม่แห่งย่านเหนือกรุงเทพฯ
นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและกลุ่มงานพัฒนาโครงการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ได้กล่าวถึงแผนการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ว่า หลังจากความสำเร็จของโครงการเซ็นทรัล ลาดพร้าว ในฐานะมิกซ์ยูสแห่งแรก เพื่อเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการผลักดันย่านพหลโยธินให้เป็น CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ทางบริษัทได้ทุ่มงบประมาณกว่า 21,000 ล้านบาท ในการก่อสร้างโครงการ “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” ซึ่งจะเป็นศูนย์การค้าแฟลกชิปแห่งใหม่
โครงการนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2569 ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 49 ไร่ ด้วยพื้นที่ใช้สอยรวม 457,409 ตารางเมตร นอกจากศูนย์การค้าขนาดใหญ่แล้ว ยังมี Convention Hall ขนาดกว่า 6,700 ตารางเมตร ที่พร้อมรองรับคอนเสิร์ตและอีเวนต์ระดับโลก โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าใช้บริการสูงถึง 1.3 แสนคนต่อวันภายในปีแรก และยังมีแผนพัฒนาโครงการในอนาคตเพิ่มเติมอีกมากมายนอกเหนือจากส่วนของศูนย์การค้า
“เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน จะทำหน้าที่เป็นเหมือนประตูบานสำคัญในการดึงดูดความต้องการใหม่ๆ เข้ามาสู่กรุงเทพฯ โซนเหนือ และจะเติบโตควบคู่ไปกับเซ็นทรัล ลาดพร้าว เพื่อรองรับการขยายตัวของย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วจากการเพิ่มขึ้นของประชากรหนาแน่น รวมถึงการมีที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม และสถาบันการศึกษา ประกอบกับการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชน ทั้ง BTS และ MRT ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งเสริมศักยภาพของย่านให้โดดเด่น และทำให้การมีศูนย์การค้าเซ็นทรัลถึง 2 แห่งในย่านนี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างสมบูรณ์แบบ” นายชนวัฒน์กล่าว
การขยายตัวของย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน: ศักยภาพการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตา
การลงทุนของเครือเซ็นทรัลในการพัฒนาโครงการ “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” และการต่อสัญญาเช่า “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” เป็นการยืนยันถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งของย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน ซึ่งกำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ การเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างต่อเนื่อง การขยายตัวของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ ตลอดจนการเป็นทำเลที่ตั้งของสถาบันการศึกษาชั้นนำหลายแห่ง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้ย่านนี้มีดีมานด์อสังหาริมทรัพย์เพิ่มสูงขึ้น
ในเชิงของ อสังหาริมทรัพย์คุณภาพให้เช่า ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สำนักงาน ที่อยู่อาศัย หรือแม้กระทั่งพื้นที่เชิงพาณิชย์ คาดว่าจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ บริเวณนี้จึงเป็นโอกาสที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะโครงการ เดอะเซ็นทรัลพหลโยธิน และ เซ็นทรัลลาดพร้าว ที่จะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 และการปรับตัวของธุรกิจ
ปี 2569 ถือเป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและโอกาสใหม่ๆ หลังจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการปรับตัวของผู้บริโภคตามเทรนด์โลก การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ของเครือเซ็นทรัล สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะในทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
สำหรับผู้ประกอบการที่มองหา อสังหาริมทรัพย์คุณภาพให้เช่า หรือการลงทุนใน อสังหาฯ คุณภาพให้เช่า ในทำเลศักยภาพ การติดตามความเคลื่อนไหวและการลงทุนของเครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่เช่นนี้ จะช่วยให้เห็นภาพรวมของตลาด และสามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปและก้าวต่อไป
การต่อสัญญาเช่า “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” มูลค่า 3.3 หมื่นล้านบาท และการเปิดตัว “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” เป็นยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาดของเครือเซ็นทรัลในการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกของประเทศไทย โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพอย่างย่านพหลโยธิน การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินของ ร.ฟ.ท. แต่ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับย่าน สร้างงาน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในกรุงเทพฯ โซนเหนือ
หากคุณคือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสทางการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในทำเลศักยภาพ ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของเรา ที่จะช่วยแนะนำแนวทางการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายของคุณ