
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย: การต่อสัญญาเช่าประวัติศาสตร์และการสร้างศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ย่านพหลโยธิน
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของภาคค้าปลีกและโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-use) ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ในช่วงต้นปี 2569 นี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังจับตามองดีลสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านศักยภาพสูงอย่างลาดพร้าวและพหลโยธิน
การต่อสัญญาเช่า “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” สู่ยุคใหม่ 30 ปี มูลค่า 3.3 หมื่นล้านบาท
ข่าวที่สร้างความฮือฮาในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ไทยคือการเจรจาต่อสัญญาเช่าที่ดินผืนงามขนาด 47.22 ไร่ บริเวณถนนพหลโยธิน ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว สัญญาเช่าเดิมกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 18 ธันวาคม 2571 แต่การเจรจาระหว่าง บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับ บริษัท เซ็นทรัล อินเตอร์พัฒนา จำกัด ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นแล้ว โดยคาดว่าคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท. จะมีมติอนุมัติอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 มกราคม 2569
ดีลนี้ถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญในวงการ อสังหาริมทรัพย์ เนื่องด้วยมูลค่าที่มหาศาลถึง 3.3 หมื่นล้านบาท สำหรับสัญญาเช่าฉบับใหม่ที่มีระยะเวลานานถึง 30 ปี ซึ่งจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2571 ไปจนถึง 18 ธันวาคม 2601 การลงทุนเพิ่มเติมที่บริษัท เซ็นทรัลฯ เสนอมาไม่น้อยกว่า 4,500 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงอาคารและระบบภายในให้ทันสมัย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออาคารเซ็นทรัล ลาดพร้าว มีอายุเกือบ 50 ปีแล้ว แผนการปรับปรุงจะใช้เวลา 4 ปี นับจากวันที่สัญญาเริ่มมีผลบังคับใช้
การประเมินมูลค่าดีลนี้อยู่ที่กว่า 33,000 ล้านบาท ถือว่ามีความเหมาะสมอย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันและแนวโน้มของตลาด อสังหาริมทรัพย์คุณภาพให้เช่า แม้ตัวเลขนี้จะสูงกว่าการต่อสัญญาครั้งที่สองของเซ็นทรัลฯ ที่จ่ายผลตอบแทนราว 21,298 ล้านบาท ในระยะเวลา 20 ปี แต่เมื่อพิจารณาถึงอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น และศักยภาพการสร้างรายได้ในระยะยาวของทำเลศักยภาพสูง การต่อสัญญาครั้งนี้จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับทุกฝ่าย
มุมมองของผู้เชี่ยวชาญ: ความสมเหตุสมผลของมูลค่าดีลและศักยภาพทำเล
นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด กูรูผู้คร่ำหวอดในวงการ อสังหาริมทรัพย์ ได้ให้ทัศนะที่น่าสนใจเกี่ยวกับดีลนี้ว่า การต่อสัญญาเช่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว เป็นระยะเวลา 30 ปี ด้วยมูลค่า 33,000 ล้านบาท ถือเป็นราคาที่สมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์เดิมที่มีอยู่แล้ว และศักยภาพในการเพิ่มค่าเช่าพื้นที่ร้านค้าภายในศูนย์ฯ อาจถึงจุดอิ่มตัวแล้วในสภาวะตลาดปัจจุบัน
“หากมองในเชิงการลงทุนสร้างอาคารใหม่ทั้งหมด มูลค่าอาจจะสูงกว่า 20,000 ล้านบาท แต่การลงทุนดังกล่าวอาจไม่คุ้มค่ากับการเช่า 30 ปี และไม่สามารถการันตีการเพิ่มขึ้นของค่าเช่าได้โดยตรง ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การปรับปรุงอาคารเดิมให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์เทรนด์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ จึงเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและยั่งยืนกว่า” นายวสันต์กล่าว
นอกจากนี้ นายวสันต์ยังชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของย่านพหลโยธินว่า ถือเป็น “อาณาจักร” ของเครือเซ็นทรัลอย่างแท้จริง หลังจากประสบความสำเร็จกับโครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกอย่าง เซ็นทรัล ลาดพร้าว บริษัทได้มีการลงทุนครั้งใหญ่ในการพัฒนาโครงการใหม่ เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 300 เมตร โครงการใหม่นี้ประกอบด้วยศูนย์การค้า โรงแรม สำนักงาน และอาจรวมถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์อื่นๆ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ย่านนี้กลายเป็น Sub-CBD (ศูนย์กลางธุรกิจรอง) แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โซนเหนือ
“ผู้ประกอบการรายอื่นหากต้องการเข้ามาแข่งขันในทำเลนี้ คงต้องคิดหนัก เพราะเซ็นทรัลได้สร้างฐานลูกค้าและความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่นี่มานาน การพัฒนาโครงการ เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน จะยิ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในย่านนี้ พร้อมทั้งดึงดูดผู้บริโภคใหม่ๆ เข้ามา เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และคาดว่าราคาที่ดินในบริเวณใกล้เคียงจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่ราคาแตะระดับเกือบ 1 ล้านบาทต่อตารางวาแล้ว” นายวสันต์กล่าวเสริม
“เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” การยกระดับกรุงเทพฯ โซนเหนือสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
ความเคลื่อนไหวล่าสุดจาก บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ยิ่งเป็นการยืนยันถึงวิสัยทัศน์ในการผลักดันย่านพหลโยธินให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าฯ ได้เปิดเผยถึงแผนการลงทุนครั้งใหญ่ในโครงการ เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน ด้วยมูลค่าสูงถึง 21,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 49 ไร่
โครงการ เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน นี้ ไม่ใช่เพียงแค่ศูนย์การค้า แต่เป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ครอบคลุมพื้นที่ใช้สอยกว่า 457,409 ตารางเมตร ที่สำคัญคือการมี Convention Hall ขนาดใหญ่กว่า 6,700 ตารางเมตร ซึ่งพร้อมรองรับการจัดงานอีเวนต์ระดับโลก คอนเสิร์ต และกิจกรรมต่างๆ มากมาย คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2569 และจะสามารถดึงดูดผู้ใช้บริการได้ถึง 1.3 แสนคนต่อวันในปีแรก
“โครงการ เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น ‘เกตเวย์’ ที่จะดึงดูดความต้องการใหม่ๆ ของกรุงเทพฯ โซนเหนือ การเติบโตของโครงการนี้จะควบคู่ไปกับ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่อยู่ไม่ไกลกัน ย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน มีศักยภาพสูงมากจากความหนาแน่นของประชากรที่เพิ่มขึ้น การมีที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม สถาบันการศึกษา และโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนอย่าง BTS และ MRT ทำให้ย่านนี้มีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ และการมีศูนย์การค้าเซ็นทรัลถึง 2 แห่ง จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งและสร้างโอกาสทางธุรกิจที่หลากหลาย” นายชนวัฒน์กล่าว
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนในยุค 2026
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญที่คลุกคลีในวงการ อสังหาริมทรัพย์ มากว่า 10 ปี ผมมองว่าการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนในศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
การเติบโตของอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-use Development): เทรนด์นี้ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย ทำงาน และพักผ่อนในพื้นที่เดียวกัน การผสมผสานระหว่างศูนย์การค้า พื้นที่สำนักงาน ที่พักอาศัย โรงแรม และพื้นที่สำหรับกิจกรรมต่างๆ จะช่วยสร้างความคึกคักและมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคม: การลงทุนของภาครัฐในการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้า BTS และ MRT ในเส้นทางต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการเติบโตของ อสังหาริมทรัพย์ ในทำเลที่ตั้งใกล้เคียง โดยเฉพาะในย่านพหลโยธิน การมีระบบขนส่งมวลชนที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้การเดินทางสะดวกสบาย ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์ในบริเวณนั้นเพิ่มสูงขึ้น
ศักยภาพของกรุงเทพฯ โซนเหนือ: ย่านพหลโยธิน ลาดพร้าว จตุจักร และพื้นที่ใกล้เคียง กำลังกลายเป็น “Sub-CBD” ที่สำคัญของกรุงเทพฯ การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ รวมถึงการย้ายที่ทำการของหน่วยงานราชการบางส่วนเข้ามาในพื้นที่นี้ ยิ่งเป็นการดึงดูดประชากรและภาคธุรกิจให้เข้ามาอยู่อาศัยและดำเนินกิจการ ส่งผลให้เกิดความต้องการ อสังหาริมทรัพย์คุณภาพให้เช่า และสำหรับซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การปรับตัวตามเทรนด์ผู้บริโภค: ผู้บริโภคในปัจจุบันมีความพิถีพิถันในการเลือกซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น การพัฒนาโครงการ อสังหาริมทรัพย์ ต้องคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้ใช้งาน (User Experience) การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ การสร้างพื้นที่ที่ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (Social Interaction) และการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (Sustainability) จะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดและรักษาฐานลูกค้า
โอกาสในการลงทุน: สำหรับนักลงทุนที่มองหา อสังหาริมทรัพย์ราคาดี หรือ คอนโดใกล้รถไฟฟ้า ในทำเลที่มีศักยภาพ การลงทุนในย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน ถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของพื้นที่นี้ยังคงมีอีกมาก การพัฒนาโครงการ เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน และการต่อสัญญา เซ็นทรัล ลาดพร้าว จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมของย่านนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น
บทสรุปและทิศทางในอนาคต
การต่อสัญญาเช่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว ด้วยมูลค่ามหาศาล และการลงทุนในโครงการ เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเครือเซ็นทรัลในการยกระดับย่านพหลโยธินให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจและความบันเทิงแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ การพัฒนาเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระดับมหภาค แต่ยังสร้างโอกาสและความสะดวกสบายให้กับผู้ที่อาศัยและทำงานในย่านนี้
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อมั่นว่า การพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ ในประเทศไทย โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพสูงเช่นนี้ จะยังคงเติบโตต่อไป การตัดสินใจลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์คุณภาพ ที่มีทำเลดี ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ และมีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต จึงเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดและให้ผลตอบแทนที่ยั่งยืน
หากท่านกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับตลาด อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ หรือย่าน พหลโยธิน ที่มีศักยภาพ โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา เราพร้อมที่จะให้ข้อมูลเชิงลึกและช่วยท่านค้นหาอสังหาริมทรัพย์ที่ตรงกับความต้องการและเป้าหมายการลงทุนของท่าน เพื่อร่วมสร้างความสำเร็จในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยไปด้วยกัน