• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0512089 หลอกลวงเพราะจำใจ (ละครส น) หน งส นด BSC part2

admin79 by admin79
December 9, 2025
in Uncategorized
0
D0512089 หลอกลวงเพราะจำใจ (ละครส น) หน งส นด BSC part2

ปฏิรูปเศรษฐกิจไทย 2025: ทิศทางใหม่หลุดพ้นกับดักการเติบโตต่ำ ดึงดูดการลงทุนยั่งยืน

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงเศรษฐกิจและการเงินไทยมานานกว่าทศวรรษ ผมเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงมากมายและมักถูกถามถึงทิศทางของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2568 นี้ ที่เรายืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ ผมขอถ่ายทอดมุมมองเชิงลึกจากประสบการณ์ตรง เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันและเสนอแนวทางการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดเพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักการเติบโตที่ซบเซา ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกอย่างแท้จริง

วิกฤตเศรษฐกิจไทย 2025: หลุดพ้นกับดักการเติบโตต่ำ

วันนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนและเร่งด่วน การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่เคยเป็นความภาคภูมิใจกลับชะลอตัวลงอย่างน่าเป็นห่วง เราเห็นตัวเลขการขยายตัวที่วนเวียนอยู่แค่ 1-2% ต่อปี ซึ่งถือว่าต่ำมากสำหรับประเทศกำลังพัฒนา และหากมองที่รายได้ต่อหัว หรือ GDP ต่อหัวของคนไทยที่ยังคงอยู่ในระดับประมาณ 7,000 เหรียญสหรัฐฯ เท่านั้น ก็ยิ่งตอกย้ำว่าเรากำลังเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึก ไม่ใช่เพียงแค่ปัจจัยชั่วคราว การเติบโตในระดับนี้ไม่เพียงพอที่จะสร้างความมั่งคั่ง กระจายรายได้ หรือยกระดับมาตรฐานการครองชีพให้ทัดเทียมนานาประเทศได้ มิหนำซ้ำยังทำให้เราเสี่ยงที่จะถูกประเทศอื่น ๆ ที่เคยตามหลัง แซงหน้าไปได้ในไม่ช้า

สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่คือเสียงเตือนที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ว่าเราไม่สามารถใช้วิธีคิดหรือนโยบายแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป เพราะผลลัพธ์ที่ปรากฏชัดเจนต่อหน้าคือเศรษฐกิจที่ขาดแรงขับเคลื่อน ประชาชนแบกรับภาระหนักขึ้น และโอกาสในการพัฒนาประเทศถูกจำกัด ผมเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศจะต้องกล้าหาญพอที่จะมองปัญหาตรงหน้า และลงมือปฏิรูปเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

กุญแจสำคัญสู่การพลิกฟื้น: การลงทุนจากต่างประเทศและปฏิรูปโครงสร้าง

หนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่จะช่วยฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยให้พ้นจากภาวะซบเซาคือ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เราต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติยังไม่เพียงพอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างการผลิตและสินค้าส่งออกได้อย่างแท้จริง แม้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะมีบทบาทสำคัญในการมอบสิทธิประโยชน์ แต่สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่แค่ตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่สวยหรูบนหน้ากระดาษ หากแต่เป็นการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง ลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ประเทศไทยต้องการ เพื่อเพิ่มผลิตภาพ สร้างนวัตกรรม และถ่ายทอดเทคโนโลยี

อุตสาหกรรมที่เราควรดึงดูดการลงทุนต้องเป็นกลุ่ม New S-Curve ที่ตอบโจทย์เมกะเทรนด์ของโลก เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแพทย์และสุขภาพ เทคโนโลยีดิจิทัล และพลังงานสะอาด การดึงดูด FDI ในภาคส่วนเหล่านี้จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างงานที่มีมูลค่าสูง และเชื่อมโยงไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานโลกยุคใหม่ ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตที่ยั่งยืน การทำเช่นนี้ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่ชัดเจน การอำนวยความสะดวกที่รวดเร็ว และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน ภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักดั้งเดิมของเศรษฐกิจไทย ก็ยังคงมีความสำคัญ แต่ต้องได้รับการพัฒนาให้แข็งแกร่งและหลากหลายมากขึ้น เราไม่สามารถพึ่งพิงตลาดเดิมๆ หรือสินค้าเดิมๆ ได้อีกต่อไป การแสวงหาตลาดใหม่ๆ พัฒนาสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวเข้ากับเทรนด์การค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจและตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่มมากขึ้น

หยุดนโยบายประชานิยม: สร้างวินัยทางการคลังระยะยาว

จากประสบการณ์ของผม นโยบายประชานิยมมักถูกนำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น หรือเพื่อสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง แต่ในระยะยาวแล้ว ผลลัพธ์กลับไม่จีรังยั่งยืน และมักสร้างภาระทางการคลังให้กับประเทศอย่างมหาศาล เม็ดเงินที่ลงไปมักจะ “หายไป” โดยไม่ก่อให้เกิดการลงทุนที่สร้างผลผลิตหรือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยยาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์เพียงชั่วคราว ไม่ได้เป็นการรักษาที่ต้นเหตุของโรค

วันนี้เรามีข้อจำกัดด้านงบประมาณ และหนี้สาธารณะของประเทศก็อยู่ในระดับที่ต้องจับตา การดำเนินนโยบายใดๆ ต้องคำนึงถึงวินัยทางการคลังและความยั่งยืนในระยะยาว เราต้องกล้าที่จะละเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เน้นการแจกจ่ายเงินเพียงอย่างเดียว หันมาลงทุนในการพัฒนาศักยภาพของคน การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น และการสนับสนุนภาคเอกชนให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง ซึ่งจะสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนกว่ามาก การตัดสินใจที่ยากลำบากในวันนี้ จะเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับเศรษฐกิจไทยในวันข้างหน้า และจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศว่าประเทศไทยมีการบริหารจัดการที่เป็นระบบและมีวิสัยทัศน์ระยะยาว

ตลาดทุนไทย: หัวใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งศตวรรษที่ 21

ตลาดหุ้นและตลาดทุนโดยรวมคือหัวใจสำคัญของการระดมทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ที่ผ่านมา บทบาทของตลาดทุนไทยยังไม่ถูกใช้งานอย่างเต็มศักยภาพ ผมอยากเห็นรัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับกลไกนี้มากขึ้น ตลาดทุนไม่เพียงเป็นแหล่งระดมเงินทุนสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นช่องทางให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก รวมถึงสตาร์ทอัพ เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการขยายกิจการ สร้างสรรค์นวัตกรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

หากตลาดหุ้นได้รับการบริหารจัดการอย่างเหมาะสมและโปร่งใส มีสภาพคล่องที่ดี และมีความเชื่อมั่นจากนักลงทุน มันจะสามารถเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจอีกตัวหนึ่งที่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ เพราะเมื่อตลาดหุ้นขาขึ้น ผู้คนที่มีกำไรจากการลงทุนก็จะมีความมั่นใจในการใช้จ่าย ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการบริโภคในระบบเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด การบริโภคที่เพิ่มขึ้นนี้จะหมุนเวียนไปสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจต่างๆ และสร้างงานในที่สุด

สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้ตลาดทุนเป็นของทุกคน ไม่ใช่แค่คนกลุ่มผู้มีรายได้ระดับบนเท่านั้น การส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการลงทุนให้กับประชาชนในวงกว้าง การลดอุปสรรคในการเข้าถึงตลาดทุน และการสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายและเข้าถึงง่าย จะช่วยให้คนไทยทุกระดับสามารถเข้ามามีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเติบโตของตลาดทุน ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความมั่งคั่งส่วนบุคคล แต่ยังช่วยกระจายการถือครองสินทรัพย์และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้อีกด้วย

แก้หนี้ครัวเรือน-กระตุ้นอสังหาฯ: ปลดล็อกกำลังซื้อภาคประชาชน

หนึ่งในปัญหาเรื้อรังที่ฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจไทยและส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคือ หนี้ครัวเรือน ที่อยู่ในระดับสูงลิ่ว ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนของไทยยังคงเป็นกับดักที่ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคหดหาย และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจต่างๆ ที่อาจไม่เห็นผลลัพธ์เท่าที่ควร หากปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

ผลกระทบของหนี้ครัวเรือนที่สูงชัดเจนที่สุดคือภาค อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีความท้าทายมากที่สุดในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง ปัญหาใหญ่ที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญคืออัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่สูงถึง 50-70% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ เนื่องจากผู้บริโภคมีภาระหนี้สินสูง ทำให้ความสามารถในการกู้ยืมลดลงอย่างมาก

การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนจึงไม่ได้ช่วยแค่ภาคอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่จะส่งผลดีต่อทุกภาคธุรกิจ เพราะเป็นการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้บริโภคในครัวเรือนโดยตรง ผมอยากเห็นรัฐบาลเข้ามามีบทบาทอย่างจริงจังในการจัดการหนี้เสีย การส่งเสริมให้มีกลไกที่ช่วยในการปรับโครงสร้างหนี้ หรือการพิจารณาให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เข้ามาซื้อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPA) จากสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดภาระหนี้ครัวเรือนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและยั่งยืน (เช่น เป้าหมายที่ 80% ของ GDP) ซึ่งจะปลดล็อกกำลังซื้อของประชาชน และเป็นปัจจัยบวกอย่างยิ่งต่อการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยและเศรษฐกิจโดยรวม

อนาคตแรงงานไทย: พัฒนาสู่ S-Curve และบริการระดับโลก

เศรษฐกิจไทยจะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน หากเราสามารถยกระดับศักยภาพของแรงงานไทยให้สอดรับกับความต้องการของตลาดโลกยุคใหม่ สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการคือการลงทุนอย่างจริงจังในการ Upskill และ Reskill แรงงานไทย ให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม New S-Curve ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด การปรับทักษะแรงงานให้พร้อมสำหรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI, Robotics, หรือ Data Science จะทำให้ประเทศไทยมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูด FDI และส่งเสริมการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมนวัตกรรม

นอกจากนี้ สิ่งที่ประเทศไทยมีความโดดเด่นและสามารถต่อยอดได้ทันทีคือ ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งไทยได้รับการยอมรับในฐานะ “Destination” ระดับโลกอยู่แล้ว แต่เราต้องไม่หยุดพัฒนา เราต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คนไทยมี “Service Mind” ที่เป็นจุดแข็ง ซึ่งชาติอื่นยากที่จะลอกเลียนแบบได้ การพัฒนาการบริการทางการแพทย์ นวดแผนไทย สปา และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ที่มีมาตรฐานระดับโลก จะดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงให้เข้ามาพักผ่อนและใช้จ่ายในประเทศไทยในระยะยาว

และอีกหนึ่งศักยภาพที่โดดเด่นคือการเป็น ศูนย์กลางโลจิสติกส์ในภูมิภาค (Regional Logistic Hub) ด้วยที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ที่อยู่ตรงกลางระหว่างเอเชียเหนือและใต้ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งขนาดใหญ่ เช่น ท่าเรือน้ำลึก รถไฟความเร็วสูง หรือการเชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์ จะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง ทำให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการค้าและการลงทุนสูงขึ้นอย่างมหาศาล

การเมืองมั่นคง-ราชการโปร่งใส: รากฐานสู่ความเชื่อมั่นนักลงทุน

ปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามและมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศคือ เสถียรภาพทางการเมือง และ ความโปร่งใสในระบบราชการ หากการเมืองขาดความมั่นคง มีการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้ง นโยบายต่างๆ ก็จะขาดความต่อเนื่อง ทำให้ขาดความเชื่อมั่นและลังเลที่จะเข้ามาลงทุนในระยะยาว ผมอยากเห็นการเมืองที่มีเสถียรภาพ มีพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างมั่นคง และมีทีมเศรษฐกิจที่มีเอกภาพ สามารถขับเคลื่อนนโยบายสำคัญได้อย่างมีทิศทาง ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ

ปัญหาอีกประการที่บั่นทอนความเชื่อมั่นและเพิ่มต้นทุนในการทำธุรกิจคือ ปัญหาคอร์รัปชัน ในระบบราชการ และความล่าช้าในการอนุมัติ-อนุญาตต่างๆ ทำให้เกิดต้นทุนแฝงและเสียโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาล รัฐบาลต้องเร่งปรับปรุงแก้ไขกระบวนการทำงานของหน่วยงานราชการให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการทั้งคนไทยและนักลงทุนต่างชาติให้มากที่สุด หรือที่เรียกว่า Ease of Doing Business

แนวทางหนึ่งที่ควรผลักดันคือการจัดตั้ง ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่มีป้ายบอกแต่ระบบภายในยังซับซ้อน ศูนย์นี้ควรเป็นกลไกที่เอกชนหรือนักลงทุนต่างชาติสามารถติดต่อขอใช้บริการภาครัฐทุกด้านได้ในจุดเดียว ยื่นเอกสารครั้งเดียว และมีหน่วยงานกลางทำหน้าที่ประสานงานต่อให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอน ลดเวลา ลดต้นทุน และสร้างความประทับใจให้กับนักลงทุนอย่างมหาศาล

กรณีศึกษา: ภูเก็ต ต้นแบบการพัฒนาเมืองระดับโลก

จากมุมมองในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ตเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของเมืองที่มีศักยภาพระดับโลก แต่กลับประสบปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน ภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งที่สร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศ กำลังเผชิญกับปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอต่อการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นปัญหารถติด ปัญหาขยะล้นเมือง ปัญหาน้ำประปาขาดแคลน หรือแม้กระทั่งปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว

ภูเก็ตเป็นเมืองที่ “หาเงินเก่งมาก” แต่คนภูเก็ตกลับต้องทนทุกข์กับปัญหาเหล่านี้ ผมอยากเห็นรัฐบาลมองภูเก็ตเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่ต้องลงทุนใน เมกะโปรเจกต์ภาครัฐ ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาถนนหนทาง ทางด่วน ระบบขนส่งมวลชน เช่น รถไฟฟ้า หรือระบบจัดการขยะและน้ำประปาที่ทันสมัย เพื่อยกระดับภูเก็ตให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และเป็น “เมืองท่องเที่ยวระดับโลก” อย่างแท้จริง การมีศูนย์ One Stop Service สำหรับนักลงทุนและชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาพำนักในระยะยาวก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อดึงดูดกลุ่มชาวต่างชาติวัยเกษียณที่มีกำลังซื้อมหาศาล ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น

ก้าวต่อไปของประเทศไทย: ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือ

วิกฤตเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องที่รอได้ การปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเกิดขึ้นในปี 2568 และต่อเนื่องไปในอนาคต ผมเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพและทรัพยากรที่เพียงพอที่จะหลุดพ้นจากกับดักการเติบโตต่ำ และก้าวสู่การเป็นประเทศที่มั่งคั่งและยั่งยืนได้ หากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมมือกันอย่างจริงจัง มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง

ในฐานะผู้มีประสบการณ์ในตลาดทุนและเศรษฐกิจ ผมขอเชิญชวนทุกท่าน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ เราทุกคนมีบทบาทในการผลักดันให้เกิดนโยบายที่ดี มีการตรวจสอบที่โปร่งใส และสร้างอนาคตที่สดใสให้กับประเทศไทยไปด้วยกัน เพราะอนาคตของชาติขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและการลงมือทำของเราในวันนี้

ร่วมกันสร้างอนาคตเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เพื่อคนไทยทุกคน

Previous Post

D0512088 นข นมาภรรยาเป นคนแก (ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post

D0512090 จากแม านส การเป นเศรษฐ (ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post
D0512090 จากแม านส การเป นเศรษฐ (ละครส น) หน งส นด BSC part2

D0512090 จากแม านส การเป นเศรษฐ (ละครส น) หน งส นด BSC part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.