• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0512093 ขโมยอาหารโรงทานไปขาย(ละครส น) หน งส นด BSC part2

admin79 by admin79
December 9, 2025
in Uncategorized
0
D0512093 ขโมยอาหารโรงทานไปขาย(ละครส น) หน งส นด BSC part2

ผ่าทางตันเศรษฐกิจไทย 2025: ปฏิรูปโครงสร้าง ดึงลงทุน เลิกประชานิยม สู่ GDP 4%

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวงเศรษฐกิจและการเงินไทยมานานกว่าทศวรรษ ผมมองว่าปี 2568 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ประเทศไทยยืนอยู่บนทางแยก เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจแบบเดิมๆ ได้พาเรามาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่จริงจัง ประเทศไทยจะยังคงติดอยู่ในกับดักการเติบโตต่ำที่ 1-2% ต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตประชากรและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ: ก้าวข้ามกับดัก GDP ต่ำ

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในปี 2568 คือสัญญาณเตือนจากตัวเลข GDP ที่แสดงให้เห็นว่าการพึ่งพาเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิมๆ ทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยว เริ่มเผชิญข้อจำกัด การเติบโตเพียง 1-2% ต่อปี ทำให้รายได้ต่อหัวของคนไทยยังคงห่างไกลจากประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งเป็นความท้าทายที่ต้องเร่งแก้ไข การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน การเปลี่ยนผ่านนี้ต้องครอบคลุมหลายมิติ ตั้งแต่การปรับปรุงภาคการผลิตให้ทันสมัย การส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตและกำลังซื้อภายในประเทศ

หนึ่งในประเด็นเร่งด่วนที่สุดคือ “หนี้ครัวเรือน” ซึ่งในปี 2568 ยังคงอยู่ในระดับสูงจนน่าเป็นห่วง ตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่พุ่งทะลุ 90% ของ GDP เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่กัดกินกำลังซื้อและบั่นทอนเสถียรภาพทางการเงินของครัวเรือนไทย ปัญหานี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะภาคการเงินและอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ยังฉุดรั้งการบริโภคโดยรวมของประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไม่สามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนจึงไม่ใช่แค่การปรับโครงสร้างหนี้เฉพาะหน้า แต่ต้องมองไปถึงการเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ การสร้างวินัยทางการเงิน และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการฟื้นฟูกำลังซื้อระยะยาว และควรตั้งเป้าหมายลดหนี้ครัวเรือนให้กลับมาอยู่ที่ระดับ 80% ของ GDP ให้ได้โดยเร็ว

ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI): พลิกโฉมภาคอุตสาหกรรม

ในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยนผัน และห่วงโซ่อุปทานมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ประเทศไทยมีโอกาสทองในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพื่อย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศ แต่การจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องมากกว่าแค่การเสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่าน BOI การลงทุนที่ไทยต้องการไม่ใช่เพียงการประกอบชิ้นส่วน แต่เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมมูลค่าสูงที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสร้างการจ้างงานที่มีคุณภาพ

ในปี 2568 เราต้องพุ่งเป้าไปที่ “อุตสาหกรรม S-Curve ใหม่” ที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง, เทคโนโลยีชีวภาพ (Bio-Tech), การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine), พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy), อุตสาหกรรมดิจิทัล และเซมิคอนดักเตอร์ การดึงดูด FDI ในกลุ่มนี้ต้องมาพร้อมกับการเตรียมความพร้อมด้านแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง และกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุนระยะยาว เพื่อให้การลงทุนเหล่านี้กลายเป็นการขับเคลื่อนการผลิตและการส่งออกของไทยให้ก้าวไปสู่ระดับโลก

ลด-เลิกนโยบายประชานิยม: สร้างวินัยการคลังที่ยั่งยืน

ผมขอยืนยันหนักแน่นว่า “นโยบายประชานิยม” ที่มุ่งเน้นการแจกจ่ายเงินแบบหว่านแห่โดยปราศจากการสร้างมูลค่าเพิ่มที่แท้จริง ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ในทางกลับกัน กลับเป็นการสร้างภาระทางการคลังระยะยาว ทำให้งบประมาณของประเทศตึงตัว และยังบิดเบือนกลไกตลาด หากรัฐบาลใหม่ยังคงเดินหน้าด้วยนโยบายที่เน้นการใช้จ่ายระยะสั้นเช่นนี้ งบประมาณของประเทศจะเผชิญความตึงเครียดมากขึ้น และประเทศจะสูญเสียโอกาสในการลงทุนในโครงการที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์

ในปี 2568 การบริหารจัดการ “การเงินการคลัง” ของประเทศต้องกลับมาอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบและวินัย รัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจยกเลิกโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และหันมาลงทุนในสิ่งที่สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างแท้จริง การสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

ตลาดทุนไทย: หัวใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต

“ตลาดทุนไทย” โดยเฉพาะ “ตลาดหุ้นไทย” มีศักยภาพมหาศาลในการเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ที่ผ่านมา กลไกนี้ยังไม่ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ รัฐบาลชุดใหม่ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาตลาดทุนให้เป็นแหล่งระดมทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่แค่สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ แต่รวมถึง SMEs และสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรม เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

การส่งเสริมให้ตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่ “ความเชื่อมั่นนักลงทุน” กลับคืนมาเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องเห็นการกำกับดูแลที่โปร่งใส การสร้างสภาพคล่องที่ดี และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายและตอบโจทย์นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ การส่งเสริมการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ยึดมั่นในหลัก “ESG Investment” (สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล) จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับการ “พัฒนาอย่างยั่งยืน” และยังสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกระดับชั้นได้เข้ามามีส่วนร่วมกับการเติบโตของประเทศผ่านการลงทุนในตลาดหุ้น หากตลาดหุ้นแข็งแกร่ง กำลังซื้อของผู้บริโภคก็จะเพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ อันเป็นผลพวงจากความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน

ภาคอสังหาริมทรัพย์: จุดท้าทายและการพลิกฟื้น

“ภาคอสังหาริมทรัพย์” ในปี 2568 ยังคงเผชิญความท้าทายสูงสุดในรอบสองทศวรรษ ทั้งจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูง การปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูงถึง 50-70% และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่และยั่งยืนมากขึ้น การกระตุ้นภาคอสังหาฯ ต้องไม่ใช่เพียงแค่การลดค่าโอน-จดจำนองชั่วคราว แต่ต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอคือหนี้ครัวเรือน และการเข้าถึงสินเชื่อ รวมถึงการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการที่สอดรับกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป เช่น การพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เน้นสุขภาพ (Wellness Residence) หรือที่อยู่อาศัยที่ประหยัดพลังงาน

นอกจากนี้ “การลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์” ต้องมองไปถึงการดึงดูดกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้เกษียณอายุที่มีความมั่งคั่งที่ต้องการเข้ามาพักอาศัยระยะยาวในประเทศไทย การสร้างความมั่นใจในสิทธิการครอบครองและกฎหมายที่ชัดเจน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดกลุ่มนี้

ยกระดับ Ease of Doing Business และปราบปรามคอร์รัปชัน

หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้ง “การค้าการลงทุน” ทั้งของคนไทยและชาวต่างชาติคือ “ขั้นตอนราชการ” ที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และการคอร์รัปชันแฝงที่ยังคงมีอยู่ รัฐบาลใหม่ต้องเร่ง “การลดขั้นตอนราชการ” และ “การปฏิรูปภาคราชการ” อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในทุกขั้นตอนของ “การบริหารจัดการภาครัฐ” เพื่อให้การขอใบอนุญาตและการติดต่อกับภาครัฐเป็นเรื่องที่โปร่งใส สะดวก รวดเร็ว และไร้ต้นทุนแอบแฝง

การจัดตั้ง “ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service)” ที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง โดยที่ภาคเอกชนหรือนักลงทุนสามารถติดต่อได้ครบวงจร ไม่ใช่แค่การรวบรวมสถานที่ แต่เป็นการบูรณาการข้อมูลและกระบวนการทำงาน จะช่วยเพิ่ม “ความเชื่อมั่นนักลงทุน” และทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับการทำธุรกิจ การ “การปราบปรามคอร์รัปชัน” ต้องเป็นวาระแห่งชาติที่ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง เพื่อสร้างธรรมาภิบาลที่ดีในระบบราชการ

พัฒนาศักยภาพแรงงาน และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

“เศรษฐกิจดิจิทัล” และ “การสร้างนวัตกรรม” จะเป็นกุญแจสำคัญสู่การเติบโตของไทยในอนาคต ดังนั้น การ “การบริหารจัดการแรงงาน” และการพัฒนา “ทักษะแรงงาน” จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน รัฐบาลต้องลงทุนในโครงการ “การอัพสกิล รีสกิล” ให้กับคนไทย เพื่อให้มีทักษะที่ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม S-Curve และโลกยุคใหม่ เช่น ทักษะด้าน AI, Data Science, Cyber Security และ Green Skills เพื่อสร้าง “การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” ของประเทศในระยะยาว

ขณะเดียวกัน “ภาคการท่องเที่ยว” ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักที่สำคัญ แต่เราต้องปรับจาก “การท่องเที่ยวเชิงปริมาณ” ไปสู่ “การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ” และ “Wellness Tourism” (ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ) ซึ่งเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงที่ต้องการประสบการณ์พิเศษ การลงทุนใน “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่ทันสมัย เช่น ระบบคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพ สนามบินนานาชาติ และ “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” จะช่วยรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวและทำให้ไทยยังคงเป็น “เดสติเนชั่นระดับโลก”

การพัฒนาภูมิภาค: บทเรียนจากภูเก็ตสู่ Smart City

“ภูเก็ต” เป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนถึงศักยภาพและความท้าทายของการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวระดับโลก แม้จะเป็นเมืองที่สร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศ แต่กลับเผชิญปัญหาสะสมมากมาย ทั้งปัญหาจราจรติดขัด ขยะล้นเมือง น้ำประปาไม่เพียงพอ และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดการลงทุนใน “เมกะโปรเจกต์” ที่จำเป็นและการบริหารจัดการที่เป็นระบบ

รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนา “Smart City” โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ต การลงทุนในระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัย การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการแก้ปัญหาเมือง จะช่วยยกระดับภูเก็ตให้เป็น “เมืองอัจฉริยะ” ที่น่าอยู่และน่าลงทุนอย่างแท้จริง และเป็นต้นแบบให้กับการพัฒนาภูมิภาคอื่นๆ

เสถียรภาพทางการเมืองและทีมเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง

ท้ายที่สุด ปัจจัยสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่การปฏิรูปสำเร็จคือ “เสถียรภาพทางการเมือง” และ “ทีมเศรษฐกิจที่มีเอกภาพ” การเปลี่ยนแปลงนโยบายบ่อยครั้งจากการเปลี่ยนรัฐบาล ทำให้ “ความเชื่อมั่นนักลงทุน” ทั้งในและต่างประเทศสั่นคลอน รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน มีความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบาย และที่สำคัญที่สุดคือมีทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง มีความรู้ความสามารถ และทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อกำหนดทิศทางและนำพาประเทศฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนให้ได้ตามเป้าหมาย GDP ที่ 3-4% ต่อปี

ก้าวต่อไป: สร้างอนาคตเศรษฐกิจไทย 2025

ปี 2568 คือช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศไทย เรามีศักยภาพและโอกาสมากมายรออยู่ แต่เราต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายเชิงโครงสร้าง และกล้าที่จะลงมือทำอย่างจริงจัง ผมเชื่อมั่นว่าด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล นโยบายที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่า และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ประเทศไทยจะสามารถ “พลิกโฉมเศรษฐกิจ” ก้าวข้ามกับดักการเติบโตต่ำ และสร้างอนาคตที่สดใส มั่นคง และยั่งยืนให้กับคนไทยทุกคน

ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมองไปข้างหน้าด้วยความหวังและความมุ่งมั่น ร่วมกันสร้างสรรค์ “เศรษฐกิจไทย 2025” ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และเป็นที่ยอมรับในเวทีโลกอย่างแท้จริง มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประวัติศาสตร์เศรษฐกิจครั้งใหม่ของชาติ เพื่อความมั่งคั่งที่ยั่งยืนของเราทุกคน

Previous Post

D0512083 มรดกมรณะ(ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post

D0512094 แม าข โกงเอาก อนห นใส ตอนช ง(ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post
D0512094 แม าข โกงเอาก อนห นใส ตอนช ง(ละครส น) หน งส นด BSC part2

D0512094 แม าข โกงเอาก อนห นใส ตอนช ง(ละครส น) หน งส นด BSC part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.