
เจาะลึกสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ไทย: ถอดบทเรียนผู้รอดและผู้ชนะในปีแห่งความท้าทาย
ในช่วงทศวรรษที่ผมทำงานคลุกคลีอยู่ในแวดวงพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผมไม่เคยเห็นปีไหนที่ตลาดต้องเผชิญกับปัจจัยลบถาโถมพร้อมกันได้เท่ากับช่วงปี 2566 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2567 หากคุณเป็นนักลงทุนหรือผู้ประกอบการในสายงานนี้ คงจะสัมผัสได้ถึงแรงเหวี่ยงที่รุนแรง แม้ความคาดหวังจะพุ่งสูงตั้งแต่ช่วงหลังโควิด แต่ความเป็นจริงของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลับอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างหนัก ทั้งจากหนี้ครัวเรือนที่สูงลิ่ว การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ของกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของ 41 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลอดปี 2566 พบภาพสะท้อนที่น่าสนใจว่า อสังหาฯ ไม่ใช่ธุรกิจที่จะเติบโตแบบก้าวกระโดดได้เสมอไปหากขาดกลยุทธ์การบริหารจัดการกระแสเงินสดที่ดีเยี่ยม วันนี้เราจะมาเจาะลึกตัวเลขทางการเงินและวิเคราะห์ว่าใครคือผู้ที่ประคองตัวรอดในสภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงนี้
รายได้รวม: สัญญาณเตือนภัยของตลาดอสังหาฯ ไทย
ในปี 2566 กลุ่มบริษัทอสังหาฯ ทั้ง 41 ราย ทำรายได้รวมกันไปที่ 371,560 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยประมาณ -1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่น่าตกใจคือมีบริษัทถึง 25 แห่งที่รายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายกลางที่ได้รับผลกระทบจาก การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ในเซกเมนต์ที่การแข่งขันสูงเกินไป
บริษัทอย่าง แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์, อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท และ คันทรี่ กรุ๊ป ต่างเผชิญกับตัวเลขรายได้ที่หดตัวราว -28% เช่นเดียวกับ ไรมอน แลนด์ และ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ที่รายได้ลดลงกว่า -20% แม้กระทั่งยักษ์ใหญ่ที่เป็นหัวเรือหลักของอุตสาหกรรมอย่าง แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ก็ยังมีรายได้ลดลงถึง -18% ซึ่งเป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่า “ความเชื่อมั่นของผู้ซื้อที่อยู่อาศัย” กำลังอยู่ในจุดที่ต้องเร่งกู้คืน
เจาะลึกรายได้จากการขาย: วัดพลังความเก่งจริง
ในฐานะที่ปรึกษาด้านการพัฒนาโครงการ ผมมักจะบอกเสมอว่า “รายได้รวม” อาจถูกแต่งแต้มด้วยรายได้จากค่าเช่าหรือธุรกิจบริการอื่น แต่ รายได้จากการขาย (Revenue from Sales) คือตัวชี้วัดความสามารถในการระบายสต็อกและความแข็งแกร่งของแบรนด์โดยตรง
เมื่อตัดรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป พบว่ารายได้จากการขายรวมของ 41 บริษัทอยู่ที่ 268,460 ล้านบาท ลดลงถึง -11% โดยบริษัทที่ครองแชมป์ยอดขายอันดับ 1 คือ เอพี (ไทยแลนด์) ด้วยยอด 36,927 ล้านบาท แม้จะลดลงเล็กน้อยที่ -2% แต่ถือเป็นตัวเลขที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาด ส่วน แสนสิริ ก็ทำผลงานได้โดดเด่นไม่แพ้กันด้วยรายได้จากการขายเติบโตขึ้น 7%
ที่น่าจับตามองคือ เซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งรุกเข้าสู่ตลาดอสังหาฯ เพื่อขายอย่างจริงจัง มีรายได้ส่วนนี้พุ่งสูงขึ้นถึง 103% แสดงให้เห็นว่าการขยายพอร์ตโฟลิโอโดยใช้จุดแข็งเรื่องทำเลทองของห้างสรรพสินค้าเป็นกลยุทธ์ที่ยังได้ผลดีเสมอในภาวะที่ผู้บริโภคเลือกซื้อของจากแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง
กำไรสุทธิ: ใครคือผู้ชนะตัวจริง?
บทสรุปสุดท้ายที่นักลงทุนให้ความสำคัญที่สุดคือ “กำไรสุทธิ” ซึ่งในปี 2566 ทั้งอุตสาหกรรมทำกำไรได้รวม 44,165 ล้านบาท ลดลงจากปี 2565 ถึง -11% โดยมีบริษัทมากกว่า 12 แห่งที่ยังคงประสบภาวะขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่อง
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ยังคงเป็นอันดับ 1 ในแง่ของกำไรสุทธิที่ 7,495 ล้านบาท แต่ต้องหมายเหตุไว้ว่าส่วนหนึ่งมาจากการขายโรงแรมเข้ากองทรัสต์ (REITs) หากมองในมุมของความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานปกติ ศุภาลัย และ เอพี (ไทยแลนด์) คือผู้เล่นที่รักษาระดับผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นได้อย่างน่าประทับใจ ขณะที่ แสนสิริ มีการเติบโตของกำไรสุทธิแบบก้าวกระโดดถึง 42% ถือเป็นตัวอย่างของบริษัทที่ปรับตัวตาม กลยุทธ์การตลาดอสังหาฯ ได้อย่างเฉียบคมในปีที่ตลาดซบเซา
บทวิเคราะห์สำหรับปี 2567 และอนาคตของอสังหาฯ ไทย
ก้าวเข้าสู่ปี 2567 ความท้าทายยังคงอยู่บนความเปราะบาง การเป็นผู้ชนะในตลาดนี้ไม่ใช่วัดกันที่การเปิดโครงการใหม่ให้เยอะที่สุดเหมือนในอดีต แต่คือความสามารถในการลดต้นทุนการดำเนินงาน การบริหารจัดการสต็อกเก่าให้เกิดรายได้ และการเจาะกลุ่มลูกค้า Niche Market ที่ยังมีกำลังซื้อจริง
หากคุณเป็นนักลงทุนหรือผู้สนใจใน ตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรร สิ่งสำคัญที่สุดคือการมองหาโครงการที่เน้นคุณภาพทำเล (Location) มากกว่าแค่ชื่อเสียงแบรนด์ โดยเฉพาะทำเลที่ใกล้โครงข่ายรถไฟฟ้าสายใหม่และย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ซึ่งยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่ม (Capital Gain) ในระยะยาว
การรับมือกับปีแห่งความผันผวนต้องอาศัยข้อมูลที่แม่นยำและการตัดสินใจที่รอบคอบ หากท่านต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าโครงการหรือวิเคราะห์แนวโน้มการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อวางแผนการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต อย่าลังเลที่จะติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับการอัปเดตข้อมูลแบบ Exclusive และเริ่มต้นวางกลยุทธ์ความสำเร็จของคุณได้ตั้งแต่วันนี้